• On The Jet Plane

[รีวิว] Anantara Mai Khao Phuket Villas วิลล่าหรูติดทะเล ริมหาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต จากเครืออนันตรา

อัพเดตเมื่อ: 3 วันที่แล้ว



รีวิว Anantara Mai Khao Phuket Villas


มาภูเก็ตเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ แต่บอกเลยว่ารอบนี้เป็นการมาเยือนภูเก็ตในแบบที่ไม่เหมือนกับครั้งไหนๆ เพราะเราจะไม่ออกทะเล ไม่ต้องนั่งรถเข้าเมืองหรือเสียเวลาไปกับเส้นทางขึ้นเขาลงเขาให้เวียนหัว เรียกว่ารวมๆ แล้วใช้เวลาน้อยกว่าการขับรถไปเที่ยวหัวหินเองซะอีก เพราะเมื่อลงเครื่องแล้วเดินทางอีกเพียงชั่วอึดใจก็ถึงจุดหมายปลายทาง กับรีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาวจากเครืออนันตราที่เราได้ไปมาแล้วรู้สึกประทับใจจนอยากจะมาบอกต่อ


เอาเป็นว่าถ้าเพื่อนๆ อยากรู้ว่าดียังไง ตามไปพักผ่อนที่อนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต วิลล่าส์ ด้วยกันในรีวิวนี้เลยดีกว่า ^^



การเดินทางในครั้งนี้เราบินตรงจากกรุงเทพฯ มาลงยังสนามบินภูเก็ต โดยใช้เวลาเดินทางไปถึงอนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต วิลล่าส์ เพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น ซึ่งอีกหนึ่งข้อดีของการมาเลือกพักโรงแรมที่ตั้งอยู่บริเวณหาดไม้ขาวนั้นคือเรื่องของค่าเดินทาง เพราะตัวหาดตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินมาก ใช้เวลาเดินทางไม่นานเหมือนวิ่งเข้าตัวเมืองหรือป่าตอง ซึ่งจากที่เราได้ลองเปรียบเทียบราคามาหลายๆ เจ้า รู้สึกว่าของ Vecay Phuket ราคาดีสุดเมื่อทำการจองล่วงหน้าผ่านอินเตอร์เน็ท (ราคา Sedan อยู่ที่ 380 บาท) ลงเครื่องปุ๊ปก็มีคนมาชูป้ายชื่อรอรับที่หน้าอาคารผู้โดยสารพร้อมพาไปขึ้นรถตรงสู่ที่พักที่ทำการจองไว้ทันที สะดวกมากๆ หรือถ้าใช้สิทธิ์บริการ Airport Transfer ของบัตรเครดิตเจ้าต่างๆ ก็ฟรีเลยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เพราะระยะทางอยู่ในพื้นที่บริการพอดี ยิ่งปีนี้เค้าเพิ่มสิทธิ์การใช้บริการรถรับส่งภายในประเทศให้ด้วย ยังไงเพื่อนๆ ลองตรวจสอบสิทธิ์กันดูนะ


เมื่อเดินทางมาถึงจะเจอกับซุ้มประตูขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า ถ้าเจอแบบนี้ก็มาไม่ผิดที่แน่นอน เพราะที่ภูเก็ตนั้นมีรีสอร์ทของเครืออนันตราอยู่ถึง 4 แห่งด้วยกัน ซึ่ง 3 ใน 4 นั้นตั้งอยู่บนหาดไม้ขาว โดยแต่ละแห่งก็จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของกลุ่มลูกค้า เช่น สำหรับกลุ่ม Long Stay หรือสำหรับ Member



สำหรับทางเข้าของที่นี่จะเป็นเหมือนทางเดินที่ทอดยาวไปยังล็อบบี้ของโรงแรม รายล้อมไปด้วยคบเพลิงทั้งสองข้างทางที่ดูแล้วราวกับป้อมปราการ ให้ความรู้สึกเหมือนกับประตูทางเข้าที่จะพาเราออกเดินทางไปสู่โลกแห่งการพักผ่อนที่เงียบสงบ เป็นส่วนตัว และปราศจากสิ่งรบกวนจากความวุ่นวายภายนอก


เมื่อเข้ามาถึงจะพบกันพนักงานของทางโรงแรมที่มารอต้อนรับพร้อมพาเข้าไปทำการเช็คอินที่ Welcome Sala (ล็อบบี้) ในสไตล์ศาลาไทย พร้อมด้วยน้ำผลไม้และผ้าเย็น เรียกว่าสร้างความประทับใจให้กันเราตั้งแต่มาถึงสมกับ Core Inentity ของเครืออนันตราที่สื่อออกมาผ่านโลโก้ได้ไม่มีผิดเพี้ยน ไม่ว่าจะเป็นตุ่มน้ำที่แสดงถึงการต้อนรับขับสู้แขกผู้มาเยือนแบบไทยๆ และหมอนอิงสามเหลี่ยม ที่บ่งบอกถึงการพักผ่อนอันสะดวกสบาย


Welcome Sala

เครื่องดื่ม Welcome Drink


อนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต วิลล่าส์ ได้รับการออกแบบในสไตล์ของศาลาเรือนไทย โดยทุกห้องพักเป็นพูลวิลล่าทั้งหมด รวมจำนวน 91 หลัง จึงให้ความเป็นส่วนตัวสูงมากเพราะภายในรีสอร์ตไม่มีอาคารสูงอยู่เลย โดยตัววิลล่านั้นจะตั้งอยู่ล้อมรอบลากูนที่ทอดตัวยาวตั้งแต่บริเวณสวนด้านหน้าล็อบบี้ไปยังทุกส่วนของโรงแรม ซึ่งพื้นที่สวนของที่นี่บอกเลยว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เพราะได้รับการออกแบบโดย Bill Bensley พ่อมดแห่งวงการออกแบบโรงแรมมาเป็นผู้ออกแบบให้เลยทีเดียว



Room Type


วิลล่าของที่นี่มีทั้งหมด 6 Room Type ด้วยกัน แต่แน่นอนว่าทุกแบบมาพร้อมกับสระส่วนตัวและอ่างกลางแจ้ง พร้อมที่นั่งเล่น โดยมีขนาดพื้นที่ใช้สอยแตกต่างกันไปตั้งแต่ 186 ถึง 460 ตารางเมตร แยกประเภทให้เข้าใจง่ายๆ ได้ดังนี้


One Bedroom

- Pool Villa

- Lagoon Pool Villa (วิวลากูน)

- Sala Pool Villa (วิลลากูน และเพิ่มศาลานั่งเล่นยื่นไปในลากูน)


Two Bedroom

- Two Bedroom Family Pool Villa

- Two Bedroom Connecting Double Pool Villa (เหมือนวิลล่าสองหลังติดกัน มีสองสระ)

- Two Bedroom Royal Villa by Jim Thompson (ตัวท๊อปสุด ใหญ่สุด ได้รับการตกแต่งด้วยผ้าคอลเลกชั่นพิเศษจากจิม ทอมป์สัน และตั้งอยู่ใกล้ชายหาดที่สุด)



ในความคิดเรา ข้อด้อยของวิลล่าที่นี่คงเป็นเรื่องของวิวที่ไม่สามารถมองเห็นทะเลได้จากห้องพัก เพราะทุกห้องตั้งอยู่ในระดับพื้นราบทั้งหมด (แต่ตัวรีสอร์ตติดทะเลนะ) เลยไม่ได้วิวดีเหมือนกับอนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา แต่ข้อดีอย่างที่บอกก็คือได้ความเป็นส่วนตัวสูงมาก ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมองเห็น และถึงแม้ว่าตัวรีสอร์ทจะเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2008 แต่บอกเลยว่าที่นี่เค้าทำการบำรุงรักษาดีมาก รู้เลยว่าใช้ของดีจริงสมราคาห้องพัก เพราะยังดูสะอาดน่าใช้บริการสมกับมาตรฐานของอนันตรา เครือโรงแรมระดับแถวหน้าจากประเทศไทย ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้เชนโรงแรมใหญ่ระดับโลกเจ้าอื่นเลยจริงๆ



สำหรับห้องพักของเราในครั้งนี้เป็นแบบ Lagoon Pool Villa ขนาด 186 ตารางเมตร ที่เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วจะเจอกับสระว่ายน้ำส่วนตัว อ่างแช่น้ำ ศาลานั่งเล่น (พร้อมตู้แช่ไวน์) และเรนชาวเวอร์กลางแจ้ง เมื่อเปิดหน้าต่างของศาลาเรือนไทยออกไปก็จะพบกับวิวลากูนที่ช่วยเสริมบรรยากาศให้เหมือนราวกับว่าเรากำลังมาพักยังบ้านเรือนไทยริมน้ำ



ส่วนภายในวิลล่าตกแต่งด้วยไม้เป็นองค์ประกอบหลัก หลังคาห้องนอนสูงโปร่งโล่งสบายพร้อมแสงไฟในโทนอบอุ่นช่วยเสริมบรรยากาศให้ดูน่าพักผ่อน มีโซฟาปลายเตียง โต๊ะทำงาน มุมนั่งเล่นข้างหน้าต่าง มินิบาร์ เครื่อง Nespresso พร้อมประตูกระจกบานใหญ่บริเวณปลายเตียงที่สามารถเปิดรับแสงแดดและเอาไว้กระโดดลงสระน้ำได้


ประตูกระจกภายในห้องนอนที่สามารถเปิดเพื่อลงสู่สระว่ายน้ำได้

มินิบาร์


ถัดจากส่วนของห้องนอนจะเป็นห้องแต่งตัวและห้องน้ำ สามารถเปิดประตูออกไปสู่เรนชาวเวอร์กลางแจ้งและอ่างกลางแจ้งข้างสระว่ายน้ำ ถือว่าพื้นที่ใช้สอยโดยรวมภายในวิลล่ากว้างขวางดีเลยทีเดียว ไม่รู้สึกอึดอัด เหมาะแก่การเดินทางมาพักผ่อนอย่างแท้จริง


ห้องแต่งตัวและที่เก็บของ

ห้องน้ำ


สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องกลิ่นอโรม่าของสบู่ภายในห้องน้ำที่เราค่อนข้างชอบเป็นพิเศษ หอมมาก และให้ความรู้สึกผ่อนคลายเติมเต็มบรรยากาศวันพักผ่อน เรียกว่าหยิบจับอะไรเสร็จก็หาเรื่องไปล้างมือตลอด จะได้มีกลิ่นหอมๆ ติดตัวอยู่ไปทั้งวัน


โดยรวมเราชอบส่วนของห้องพักมาก เตียงนอนดีหลับสบายดูดวิญญาณกันไปเลย สระว่ายน้ำก็ขนาดกำลังพอเหมาะไม่เล็กไปใหญ่ไปพอให้ว่ายเล่นได้ มีพื้นที่ให้ใช้ชีวิต นอนเล่นชิวๆ เปิดหน้าต่างรับลมนั่งจิบไวน์ได้ทั้งวัน หิวก็โทรสั่งอาหาร อยากตีฟองในอ่างก็ให้ทางโรงแรมช่วยจัดการให้ได้ มีโรยกลีบกุหลาบด้วยประทับใจมาก เรียกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มันมีครบครันจนแทบไม่ต้องออกไปไหนเลย ขนาดที่ว่าแม้แต่ Main Pool ของทางโรงแรมก็ยังไม่ได้ไปใช้ เพราะอยู่ที่ห้องพักสบายกว่า


Turn Down ตอนกลางคืน

เจ้าหน้าที่มาจัดเตรียมห้องพักไว้ให้เรียบร้อยในระหว่างที่เรากำลังไปทานข้าว


Facility


สำหรับส่วนกลางภายในโรงแรมนั้นมีหลายจุด และอยู่กันคนละมุมโดยรอบพื้นที่ ทางโรงแรมจึงจัดเตรียมจักรยานคันสีขาวเอาไว้ให้เราได้ใช้ออกไปขี่สำรวจ แต่ถ้าใครไม่สะดวกก็สามารถโทรเรียกรถบั๊กกี้ให้มารับได้เช่นกัน โดยสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางประกอบไปด้วย


- ฟิตเนส

- สปา

- คอร์ทเทนนิส

- ห้องสมุด (ยืม DVD หนังได้)

- Kid Club

- Turtle Village (มี 7-11 และร้านอาหาร ตั้งอยู่ด้านนอกติดกับรีสอร์ท)

- Main Pool


Main Pool

หาดไม้ขาว


โดย Main Pool ของที่นี่จะตั้งอยู่ติดกับหาดไม้ขาวเลย หน้าหาดเปิดโล่งและคนไม่พลุกพล่าน เป็นส่วนตัวดีมาก มีเก้าอี้ชายหาดให้มานั่งเล่นรับลมเย็นๆ จากทะเล ช่วงที่เราไปอากาศดี ฟ้าสวยน้ำใส ตอนเย็นสามารถมาชม Sunset ได้จากที่หน้าหาดและมีโปรโมชั่น Happy Hour ที่บาร์ด้วย จิบไปชมวิวอาทิตย์ตกไปเพลินเลย


อาทิตย์ตกริมหาดไม้ขาว

Infinity Bar ริมสระว่ายน้ำ


ส่วนห้องอาหารและบาร์ของที่นี่มีทั้งหมด 5 ห้องด้วยกัน พร้อมกับอีก 1 Option ริมทะเล ได้แก่


- La Sala ห้องอาหารหลัก ให้บริการอาหารไทยและอินเดีย เปิดทั้งเช้า (Buffet Breakfast) กลางวัน เย็น

- Sea.Fire.Salt. ให้บริการอาหารสไตล์กริลประเภทต่างๆ ทานคู่กับเกลือหลากชนิดจากทั่วโลก ตั้งอยู่ติดชายหาด เปิดให้บริการมื้อกลางวัน และเย็น

- The Tree House ตั้งอยู่ติดลากูน ให้บริการ Afternoon Tea และเครื่องดื่มต่างๆ ตั้งแต่เที่ยงยันเย็น

- Infinity Bar บาร์ริมสระติดชายหาด เปิดทั้งวันเช้ายันเย็น

- The Tasting Room ดินเนอร์มื้อพิเศษแบบส่วนตัวในห้องไวน์

- Dining by Design ดินเนอร์มื้อพิเศษริมชายหาดพร้อมเชฟและบริกรส่วนตัว


แต่นอกเหนือจากที่กล่าวมา แขกยังสามารถสั่ง In-Room Dining ไปทานแบบส่วนตัวภายในวิลล่าได้ด้วยเช่นกัน


La Sala


น่าเสียดายเพราะช่วงที่เราไปพักนั้นทางโรงแรมยังไม่เปิดห้องอาหารให้บริการครบในทุกจุด หรืออาจจะเปิดสลับวันกัน โดยเฉพาะ Sea.Fire.Salt. ที่ตั้งใจอยากไปใช้บริการมาก เพราะตั้งอยู่ริมหาดบรรยากาศดีด้วย แต่ว่าปิดวันที่เราไป เลยต้องไปทานที่ La Sala ซึ่งเป็นห้องอาหารหลักแทน แต่เนื่องจากเปิดอยู่เพียงห้องเดียว เค้าเลยก็รวบเอาเมนูจากห้องอาหารอื่นๆ รวมทั้งอาหารฝรั่งมาให้บริการด้วยเช่นกัน โดยเมื่อเรานั่งโต๊ะก็จะมีชุดหมากพลูแบบไทยๆ มาให้บริการเป็นของว่างทานเล่น (แต่ว่าเราสั่งอาหารฝรั่ง 555) ส่วนเรื่องรสชาติอาหารถือว่าอร่อยเลย ขนาดพอชั่นกำลังดี ไม่เล็กไปไม่ใหญ่แบบไซค์ฝรั่งไป คนไทยทานได้อิ่มไม่เหลือทิ้ง



สำหรับอาหารเช้า Buffet Breakfast ก็จะทานกันที่ห้องนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็น Complimentary สำหรับทุกวิลล่า แต่ถ้าใครอยากจะเก๋ๆ น่อยก็สั่ง Floating Breakfast ไปลอยในสระที่วิลล่าได้เช่นกัน (มีค่าบริการเพิ่มเติม) โดยไลน์อาหารเช้าของที่นี่ถือว่าไม่ใหญ่มาก ขนาดกระทัดรัดเพราะมีแค่เพียง 91 วิลล่าเท่านั้น มีมุมหลักๆ ให้ตัก 3 มุม พร้อมกับอีก 1 Station น้ำผลไม้สดหลากหลายชนิด แต่ก็มี Item หลักๆ ครบอย่างที่อาหารเช้าโรงแรมควรมี ที่ชอบมากๆ เลยคือขนมปังและเนยแบบโฮมเมดของทางอนันตรา อร่อยมาก ทานเล่นไปหลายชิ้นเลย


แซลม่อนรมควัน


นอกจากนั้นเรายังสามารถสั่งเมนู A la Carte และเครื่องดื่มเพิ่มได้เช่นกัน สั่งได้เรื่อยๆ ไม่ได้จำกัดจำนวน มีทั้งเมนูไทยและฝรั่ง โดยเฉพาะเมนู Chef’s Creation อย่าง Anantara Healthy ที่จะคล้ายๆ กับ Egg Benedic แต่ว่าเชฟจะเพิ่มซอสสูรพิเศษและสลัดเข้ามาด้วย ซึ่งเมื่อทานคู่กันแล้วอร่อยลงตัวดี



หนึ่งในไฮไลท์ของมื้อเช้า และคือเป็นความพิเศษของทางอนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต วิลล่าส์ เลยก็คือบริการผลไม้ ที่เจ้าหน้าที่ของทางโรงแรมจะพายเรือจากในลากูนมาให้เราได้เลือกสั่งที่ริมน้ำ บอกเลยว่าแขกเดินมาสั่งกันเกือบทุกโต๊ะ (แม้ว่าจะตักได้เองจากไลน์อาหารก็ตาม 555) ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมน่ารักๆ ยามเช้าที่สร้างความประทับใจให้กับแขกได้เป็นอย่างดี



บทสรุปของอนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต วิลล่าส์ คือ อ่านจบแล้วจองมาเถอะ ดีจริงไม่ต้องคิดมาก โดยเฉพาะใครที่กำลังมองหารีสอร์ทติดทะเล ใกล้สนามบินภูเก็ตไม่ต้องเดินทางไกล นี่คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีมากๆ ประทับใจทุกอย่าง ได้ทั้งแนวครอบครัวและคู่รัก แต่เชื่อเถอะว่าแนวคู่รักเหมาะกับที่นี่จริงๆ จุดด้อยเพียงอย่างเดียวคงเป็นเรื่องของวิวจากห้องพักที่มองไม่เห็นทะเล แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่อย่างใดถ้าเทียบกับ Facility ของทางโรงแรมและการบริการอันน่าประทับใจ


ถือเป็นอีกหนึ่งรีสอร์ทที่ช่วยเติมเต็มวันพักผ่อนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น กับช่วงเวลาคุณภาพของคุณและคนพิเศษที่อยากจะอยู่ให้นานขึ้นอีกนิด จนไม่อยากให้ถึงเวลาเช็คเอาท์เลยจริงๆ


ค้นหารีวิวโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจในประเทศไทยได้ ที่นี่



Page View

  • Grey Facebook Icon
  • Grey Twitter Icon
  • Grey Instagram Icon
  • Grey Pinterest Icon

Social Media

Copyright © 2016, On The Jet Plane, All Rights Reserved.