10 เหตุผลที่หนาวนี้ควรไป Tomamu, Hokkaido

October 10, 2017

 

หิมะ !!! ใกล้หนาวแล้วทีไร ในหัวมีแต่ภาพหิมะขาวๆ ลอยขึ้นมาทุกที โดยเฉพาะช่วงปลายปีแบบนี้ใครๆ ก็พูดถึงแต่เรื่องไปเที่ยวต่างประเทศ ไปสัมผัสอากาศหนาวๆ ใส่ชุดเล่นสกีถ่ายรูปกับหิมะทุ่งสีขาวโพลน ที่แม้ว่าความเป็นจริงจะเล่นเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่รู้แค่ว่าถ้าได้ถ่ายภาพเอามาอวดเพื่อนในเฟสบุ๊คแล้วยอดไลค์พุ่งกระจายแน่ๆ 

 

แต่ถึงกระนั้น "หิมะ" ก็อาจจะฟังดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนไทยไปนิดนึง เพราะตั้งแต่เกิดมาก็รู้จักแต่หน้าร้อน และร้อนมว๊าก ครั้นจะให้ไปสัมผัสหิมะไกลถึงยุโรป ค่าใช้จ่ายก็สู๊งสูง วันลาก็ได้น้อย เดินทางก็ไกล วีซ่าก็ต้องมาขออีก แถมตั๋วเครื่องบินก็ไม่ใช่ถูกๆ ไปทีก็หลายวัน เพื่อนๆ ลาไปด้วยพร้อมกันก็ยากอีก

 

แต่ถ้าใครสนใจอยากจะไปสัมผัสหิมะจริงๆสักครั้งและไปได้ไม่ยากเกินไป ทาง On The Jet Plane ขอนำเสนอที่นี่เลย โรงแรม Hoshino Resort Tomamu ที่เมืองโทมามุ บนเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นนี่เอง ไม่ใกล้ไม่ไกลเกินไป มาง่าย วีซ่าก็ไม่ต้อง เรียกว่าเป็นประเทศขวัญใจคนไทยเลยก็ว่าได้ และอย่างที่รู้กันดีว่าเกาะฮอกไกโดนั้นขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องอากาศหนาว แถมหิมะของที่นี่ได้ชื่อว่ามีคุณภาพดีติดอันดับต้นๆของประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นถ้าใครสนใจอยากมาสัมผัสหิมะ มาเล่นสกีแล้วละก็ บอกเลยว่ามาที่นี่ไม่มีผิดหวังแน่นอน

 

เพราะที่โรงแรมแห่งนี้ถือเป็นโรงแรมสำหรับการเล่นสกีโดยเฉพาะ เรียกได้ว่ารวมกิจกรรมสันทนาการเอาไว้ทุกอย่างเกี่ยวกับการเล่นสกี และยังมีความพิเศษกว่าที่อื่นตรงที่เป็นโรงแรมที่สามารถ Ski in & Ski Out ได้เลย นั่นหมายความว่าหลังเดินออกจากห้องพักก็สามารถแต่งชุดสกีออกไปได้ทันทีตั้งแต่เริ่มยันกลับเข้ามา เพราะว่าตัวโรงแรมนั้นตั้งอยู่ในลานสกีอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาแบกชุดสกีไปแต่งตัวที่คลับเฮ้าส์อีกครั้งให้เสียเวลาแต่อย่างใด นอกจากนั้น ที่นี่ยังมีกิจกรรมอื่นๆให้ใช้เวลาได้ทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำในร่ม บ่อออนเซ็น ร้านอาหาร ตลอดจนวิวสวยๆจากห้องพัก เอาเป็นว่าอย่าให้เยิ่นเย้อเลย เราไปดูกันดีกว่า 10 เหตุผลที่หน้าหนาวนี้เราควรมาเที่ยวที่ Hoshino Resort Tomamu นั้นมีอะไรกันบ้าง

 

 

 

 

-------------------------

 

 

สถานที่ตั้งไม่ไกลจากซัปโปโร พร้อมบริการรับ-ส่งจากสนามบิน 

 

เมื่อเราลงเครื่องบินที่สนามบินซัปโปโร ชิโตเสะ สามารถลงไปบริเวณชั้น 2 เพื่อติดต่อรถบัสที่ให้บริการวิ่งระหว่าง สนามบินกับโรงแรม ซึ่ง Hoshino Resort Tomamu นี้ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวสนามบินซัปโปโร นั่งรถเพียงแค่ 1.30 ชั่วโมงเท่านั้น โดยรถจะตรงไปส่งยังโรงแรมเลย หรือ ในกรณีขากลับ ถ้าจะอยู่เที่ยวเมืองซัปโปโรต่อ ก็มีบริการให้เช่นกัน

 

การเดินทางโดยรถบัสจากสนามบินชิโตเสะไปยังตัวโรงแรมใช้เวลาแค่ 1.30 ชม. 

หลังจากรับกระเป๋าเดินทางเรียบร้อย ก็สามารถเลี้ยวขวา เพื่อมาออกตั๋วรถบัสไปโรงแรมได้เลยครับ

 

 

 

มีเที่ยวบินตรงจากประเทศไทย

 

เดินทางมาซัปโปโรนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะการบินไทยมีให้บริการทั้งแบบบินตรงไม่แวะพักทุกวัน หรือจะนั่งแบบประหยัดจากสายการบินแอร์เอเชียเอ็กซ์โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ก็ได้ ยิ่งถ้าวางแผนล่วงหน้านานๆด้วยแล้วรับรองมีโอกาสได้ราคาตั๋วไปกลับแบบไม่กระเป๋าฉีกแน่นอน 

 

สายการบินไทย

ขาไป     TG  670          23.55-08.20+1      ทุกวัน 

ขากลับ   TG 671          10.30-15.30           ทุกวัน 

 

 

 

 

สายการบินแอร์เอเชียเอ็กซ์ (ต้นทางกัวลาลัมเปอร์)

ขาไป     D7550            23.35-08.25+1 ให้บริการ วันอังคาร พฤหัสบดี เสาร์ และอาทิตย์

ขากลับ   D7551            09.35-16.35     ให้บริการ วันจันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์

 

 

 

 

Ski in & Ski Out

 

Ski in & Ski Out หมายความว่าลูกค้าของทางโรงแรมสามารถที่จะใส่ชุดสกีจากห้องพัก ลงมายังลอบบี้ แล้วเดินไปยังลานสกีได้เลย โดยไม่ต้อง ต่อรถไปไหนอีก ขากลับเวลาลงจากลานสกี ก็สามารถถอดตัวสกีกับไม้ไว้บริเวณด้านล่างได้เลย แล้วก็ตัวปลิวกลับห้องพักผ่อนได้สบายใจเฉิบ สะดวกมั้ยล่ะ ??? ไม่ต้องแบกหามชุดตัวเองให้เหนื่อยเพื่อขึ้นรถ ไม่ต้องนั่งรถไปอีกเป็นชั่วโมงๆ กว่าจะถึงลานสกี เพราะลานสกีพร้อมกระเช้ามารออยู่ตรงหน้าโรงแรมแล้วววว

 

และขอบอกเลยว่าที่นี่ห้องพักสบายมาก ได้เห็นวิวสุดลูกหูลูกตา เหมาะกับการมาเป็นแบบครอบครัว โดยในห้อง จะแบ่งเป็นเป็นสัดส่วนทั้งห้องพัก ห้องนั่งเล่น และที่แจ่มที่สุดเห็นจะเป็น จากุชชี่ในห้องน้ำที่สามารถมานอนแช่ในอ่างได้ถึง 3 คน พร้อมกับกระจกบานเบ้อเริ่มให้ได้เสพบรรยากาศภายนอก ชนิดที่ว่าเล่นสกีเสร็จแล้วกลับมานอนแช่จากุชชี่ให้ผ่อนคลายแบบไม่อยากลุกออกไปไหนเลย

 

โรงแรม Hoshino Resort แบ่งส่วนที่พักออกเป็น 2 ส่วน คือ   ตึก The Tower (ด้านหลังตรงกลาง) และ Risonare (ด้านหลังทางขวามือ) ซึ่งทุกท่านสามารถเลือกได้ว่าต้องการพักตรงไหน

 เมื่อเราทำการเช็คอิน เราก็จะได้ทั้งคูปองอาหารเช้า บัตรเข้าสวนน้ำ การ์ดเข้าห้อง แผนที่ภายในบริเวณรีสอร์ท และกระดาษอธบายร้านอาหารต่างๆ

 บรรยากาศบริเวณห้องรับแขก

เตียงนอนนุ่มสบาย จัดเป็นสัดส่วน

บรรยากาศอ่างจากุชชี่ภายในห้องอาบน้ำ กับวิวระดับล้าน ที่ถ้าใครได้มาลองขอบอกว่า ฟินกว่านี้ก็ไม่มีที่ไหนแล้ว

 

 

 

 

มีอุปกรณ์สกีให้ยืมตั้งแต่หัวจรดเท้า 

 

สำหรับใครที่คิดว่าอยากจะไปเล่นสกี แต่ตัวเองไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย จะซื้อยกชุดก็สิ้นเปลืองของแต่ละชิ้นก็มีราคาค่อนข้างสูงไม่รู้จะได้มีโอกาสใช้อีกกี่ครั้ง ไม่ต้องเป็นห่วง...เพราะที่นี่มีให้เช่าหมดตั้งแต่หัวจรดเท้า!!! เรียกว่าไม่ต้องแบกอะไรมาจากประเทศไทยให้หนักกระเป๋าเลย ไม่ว่าจะเป็น หมวกกันน๊อค แว่น ชุดเล่นสกี ตลอดไปจนถึง รองเท้าและไม้สกี โดยอุปกรณ์ครบชุดเริ่มต้นที่ ประมาณ 2,900 บาท เช่าเค้านี่แหละคุ้มกว่ากันเยอะ

 

ราคาค่าเชาาอุปกรณ์สกีต่างๆ โดยที่หน่วยเป็นเงินเยน 

 

 

 

เล่นสกีไม่เป็นก็ฝึกได้ที่นี่

 

สำหรับใครที่ไม่มีพื้นฐานการเล่นสกีมาก่อนไม่ต้องเป็นห่วง เพราะที่นี่มีบริการสอนตั้งแต่ระดับ Beginner ไปยังระดับ Advance เรียกว่าเริ่มตั้งแต่การหัดสวมชุดสกี การบังคับทิศทาง ตลอดจนเทคนิคต่างๆ ภายในระยะเวลา 2 วัน เรียนจบคอร์สแล้วสามารถลงไปเล่นสนามจริงได้เลย ซึ่งในตัวรีสอร์ทเอง ก็แบ่งโซนเอาไว้ให้มากมาย ทั้งเนินลาดๆสำหรับผู้เริ่มต้น ไปจนถึงสนามสกีเต็มรูปแบบสำหรับผู้ที่มีทักษะการเล่นอย่างชำนาญ

 

 

 

 

กิจกรรมกลางแจ้งก็มีให้ครบ

 

ถ้าพูดถึงเรือกล้วย Banana Boat เราจะนึกถึงภาพเครื่องเล่นที่อยู่ในทะเลบ้านเรา แต่นี่โทมามุนี่ก็มีเรือกล้วยเช่นกันนะ แต่เป็นเรือกล้วยที่เล่นบนหิมะ (Banana Ski Boat) ที่จะใช้รถ Ski Motor ลากแทน ให้ความสนุกแบบเสียวๆไปอีกแบบ หรือว่าใครไม่ถนัดสกีแต่อยากจะลองเล่น ที่นี่ก็ยังมีรถเลื่อนให้ได้ลองเล่นเช่นกันนะ โดยที่เวลาเล่นเราจะใช้เส้นทางเดียวกันที่นักสกีเล่นลงมาจากเนินเขาเลย หรือถ้าอยาก Advance กว่านั้นจะลองไปขี่ Ski Motor ก็ยังได้ 

 

 

 

 

ของกินหลากหลาย

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อโรงแรมแห่งนี้มีมากกว่า 5 ห้องอาหารให้เลือกสรรมากมาย กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ภายในบริเวณรีสอร์ท โดยมีให้บริการแบบ Buffet  และ A La Carte โดยส่วนมากจะเป็นอาหารญี่ปุ่น แต่ก็จะมีห้องอาหารประเภทอาหารอิตาเลียน หรือคาเฟ่ ภายในโรงแรมโดยที่เราสามารถเลือกได้เลยว่า เช้า-เย็นเราจะไปทานอาหารที่ห้องอาหารไหน โดยเมนูอาหารก็เปลี่ยนไปตามเวลาด้วย ชนิดที่ว่าใครหลงรักอาหารญี่ปุ่นต้องหลงรักที่นี่แน่ๆ

 

 อาหารเช้ากับบรรยากาศฟินๆ บนห้องอาหารชั้นบนสุดของทางโรงแรม 

ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ HAL Buffet Dining ที่เปิดเฉพาะช่วงเย็นให้ได้มาลิ้มรสเนื้อย่างกับปูอลาสก้าแบบสดๆกันไปเลย

 

 

 

สระน้ำใหญ่โตมโหฬาร

 

ที่รีสอร์ทแห่งนี้ มีศูนย์นันทนาการทางน้ำที่ชื่อว่า Mina-Mina Beach (Mina แปลว่ายิ้ม) ซึ่งที่นี่ขอบอกเลย ว่าเป็นสระน้ำในร่มที่มีลักษณะเป็นหาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยด้านในจะสร้างคล้ายกับหาดริมทะเล และจะมีคลื่นเทียมปล่อยมาเป็นช่วงๆ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ทะเลจริงๆ ตลอดจน ในสระน้ำแห่งนี้ ก็จะมี ออนเซ็นเทียมกลางแจ้งให้ได้แช่ในบรรยากาศน้ำร้อนๆ แล้วดูหิมะตกไปพลางๆ ...จะมีอะไรฟินไปกว่านี้อีก

 

 

 

 

 

 

หมู่บ้านน้ำแข็ง

 

ในช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม – มีนาคม) อุณหภูมิที่นี่โดยเฉลี่ยต่ำกว่า 0 องศา และโดยเฉพาะในเวลากลางคืนอาจมีถึง -15 องศาเซลเซียสได้เลย ใครอยากจะมาสัมผัสความเย็น หิมะนุ่มๆแน่นๆ ขอบอกว่าต้องที่นี่เลย และประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์-ต้นเดือนมีนาคม จะเป็นช่วงที่หนาวสุดๆ ทางรีสอร์ทก็จะเปิดหมู่บ้านน้ำแข็งให้เข้าชมกัน เพราะเนื่องจากต้องสร้างในช่วงที่อากาศเย็นจัดเท่านั้น เพราะให้น้ำแข็งเกาะกันแน่นและปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้าชม โดยในบ้านแต่ละหลังจะมีกิจกรรมต่างๆ ให้ได้สนุกกัน เช่นบ้านเจ้าหญิง หรือบ้านบาร์ขายเครื่องดื่ม บ้านขายกาแฟ ไปจนถึงโรงแรมน้ำแข็งซึ่งมีไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ลองมานอนสัมผัสดู ถือเป็นประสบการณ์แบบแปลกๆ ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

 

บริเวณหมู่บ้านน้ำแข็งในเขตของโรงแรม ซึ่งด้านหน้ามีพื้นที่สำหรับไอซ์สเก็ตด้วย

 บริเวณทางเข้าหมู่บ้านน้ำแข็ง

 บ้านแต่ละหลัง ก็จะจัดกิจกรรมแตกต่างกันไป มีทั้งร้านกาแฟ บาร์นั่งดื่ม หรือแม้กระทั่งคลาสสอนศิลปะ

 

 

 

จบแล้วเที่ยวญี่ปุ่นต่อได้

 

ใครเล่นสกียังไม่หนำใจ ขากลับเราก็สามารถแวะเที่ยวเมืองซัปโปโรต่ออีกซัก 1- 2 วัน ก่อนขึ้นเครื่องกลับไทยได้ ไม่ว่าจะเที่ยวชมเมือง หรือเลือกนั่งรถไฟต่อไปเที่ยวเมืองโอตาหรุ หรือฮาโกะดาเตะ ก็สวยงามไม่แพ้กัน หรือจะเลือกหาซื้อของฝากก่อนกลับเมืองไทย ก็แต่แล้วตามที่จะวางแผนกันได้เลย

 

 ศาลาว่าการเก่าของเมืองซัปโปโร

 

 

 

-----------------------

 

 

Last Check Point

 

ไหนๆก็มาถึงซัปโปโรแล้ว ขอแถมเพิ่มอีกหนึ่งข้อแล้วกันครับ ว่าเป็นอีกหนึ่ง Check Point ที่ไม่ควรพลาดก่อนกลับ นั่นก็คือที่สนามบินชิโตเสะในซัปโปโรนั่นเอง ก่อนกลับไทยยังไงก็ต้องมาแวะ เพราะถ้าใครยังไม่ได้ช๊อปปิ้ง หรือของฝากยังไม่ครบ ที่สนามบินแห่งนี้มีของฝากชื่อดังอยู่เกือบทุกอย่าง เรียกว่าเป็นศูนย์การค้าย่อมๆ เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะชีสเค้กเอย อาหารทะเลแช่แข็งเอย รวมทั้งที่เที่ยวเก็บตกน่ารักๆอน้่วบ้านคิตตี้ กับบ้านโดราเอม่อน ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของตัวการ์ตูนสองตัวนี้ อย่าลืมเข้าไปแวะเยี่ยมชมได้เลยนะ 

 

บ้านโดราเอมอน ที่เป็นตัวการ์ตูนที่เป็นขวัญใจของใครหลายๆคน

บ้านคิตตี้ ที่รวมเอาทีมสารพัดตัวละครจับมาอยู่ในที่ๆเดียวกัน

 

 

จากทั้งหมดที่ได้แนะนำมา มันคงจะหนาวได้ไม่สาแก่ใจเพื่อนๆหากยังไม่ได้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเองดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าที่เล่ามาทั้งหมด 10 ข้อนั้นมันเทียบไม่ได้เลยกับประสบการณ์จริง ดังนั้นหนาวนี้อย่ารอช้า แพ็คกระเป๋า จองตั๋วเครื่องบิน แล้วไปลุยหิมะที่โทมามุกันเลยดีกว่า สำหรับแอ๊ดมินเองบอกเลยว่าตอนนี้อยากกลับไปอีกรอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

 

ข้อแนะนำ

1. ฤดูหนาว ที่นั่นหนาวมากถึงมากที่สุด เตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมชุดอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม

 

2. ควรมีเวลาอยู่ที่รีสอร์ทอย่างน้อยประมาณ 4-6 วัน (2 วันกับการเรียนสกี และอีก 2 วันสำหรับเล่นจริงและทำกิจกรรมอย่างอื่นในรีสอร์ท)

 

3. บอกเลยว่าที่ Hoshino Resort Tomamu ที่นี่ขอบอกว่าครบ และจบในที่ๆเดียวสำหรับฤดูหนาว

 

ข้อสุดท้าย ต้องมาให้ได้ครับ และจะไม่ลืมที่นี่ไปตลอดชีวิตเลย

 

 

ขอขอบคุณ

รายการ BoardingpassTV

เพจ Patsamon eat well travel style

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Recent Posts

September 19, 2019

August 26, 2019

Please reload

Copyright © 2016, On The Jet Plane, All Rights Reserved.

Page View

  • Grey Facebook Icon
  • Grey Twitter Icon
  • Grey Instagram Icon
  • Grey Pinterest Icon

Social Media