AWC Riverside Journey จาก Riverfront Assets สู่ Riverside Destination กับวิสัยทัศน์การพัฒนาริมเจ้าพระยาที่ทะเยอทะยานที่สุดของไทย
- Onthejetplane

- 2 นาทีที่ผ่านมา
- ยาว 3 นาที

AWC Riverside Journey คืออะไร? จาก Riverfront Assets สู่ Riverside Destination เมื่อ AWC กำลังขับเคลื่อนวิสัยทัศน์การพัฒนาริมสายน้ำเจ้าพระยาที่ทะเยอทะยานที่สุดของไทย
AWC Riverside Journey กับ 11 จุดหมายปลายทาง เชื่อม Riverfront Assets สู่ Riverside Destination ตลอดแนวเจ้าพระยา
พัฒนา 3 Ultra-Luxury Landmarks พร้อมพันธมิตร Hospitality ระดับโลกหลายเครือ
วิสัยทัศน์ของคุณวัลลภา ไตรโสรัส ที่เชื่อม AWC เข้ากับกรุงเทพฯ ชุมชน และการท่องเที่ยวไทย
แม่น้ำเจ้าพระยาอยู่คู่กับการเติบโตของกรุงเทพฯ มาแทบทุกยุค ตั้งแต่เส้นทางคมนาคมและการค้า ชุมชนเก่าแก่ วัด พระบรมมหาราชวัง ไปจนถึงโรงแรมระดับโลก และโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นตลอดสองฝั่งแม่น้ำในปัจจุบัน หลายพื้นที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่เจ้าพระยายังคงเป็นหนึ่งในสายน้ำที่ร้อยเรียงเรื่องราวของกรุงเทพฯ เข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงเรื่องราวบทใหม่ที่ AWC กำลังเชื่อมโยงผ่าน AWC Riverside Journey ตลอดหลายปีที่ผ่านมา AWC หรือ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนกับพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ Asiatique The Riverfront Destination อาคาร EAC Building เดอะ ล้ง 1919 พื้นที่ฝั่งคลองสานและทรงวาด ไปจนถึงเวิ้งนครเกษมในย่านเยาวราช หลายโครงการถูกประกาศแผนออกมาต่างช่วงเวลา ต่างรูปแบบ และมีเป้าหมายในการพัฒนาที่แตกต่างกัน
แต่เมื่อ AWC นำโครงการเหล่านี้กลับมาวางบนแผนที่เดียวกันภายใต้ชื่อ AWC Riverside Journey ภาพที่ปรากฏกลับใหญ่กว่าการรวมพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์ริมแม่น้ำ เพราะแต่ละพื้นที่กำลังถูกเชื่อมให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเดียวกันนี่จึงอาจเป็นหนึ่งในภาพการพัฒนาริมแม่น้ำที่ทะเยอทะยานที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา จาก Riverfront Assets ริมน้ำที่แต่ละแห่งเคยมีเรื่องราวของตัวเอง สู่การสร้าง Riverside Destination ที่ทำให้แต่ละจุดหมายปลายทางกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเดียวกันริมสายน้ำเจ้าพระยา
ครั้งนี้ #OnthejetplaneHoTales จึงอยากชวนไปดูภาพที่ใหญ่กว่าโรงแรมแห่งใดแห่งหนึ่ง เพราะแม้ AWC Riverside Journey จะเป็นแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ Hospitality คือหนึ่งในหัวใจสำคัญของ Journey นี้ ก่อนเชื่อมต่อออกไปสู่ไลฟ์สไตล์ ศิลปะ วัฒนธรรม และชุมชนรอบข้าง

From Riverfront Assets to Riverside Destination
แนวคิดในการเชื่อมโครงการของ AWC ริมแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในวันนี้ เพราะย้อนกลับไปหลายปีก่อน AWC เคยพูดถึงชื่อ River Journey (ชื่อเดิม) มาแล้วครั้งหนึ่งข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ทำให้ภาพนี้ชัดขึ้น เมื่อ AWC ประกาศอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกว่า AWC Riverside Journey จะเชื่อมโยง 11 AWC Lifestyle Destinations เข้าด้วยกัน
รวมถึงการเปิดเผยถึงแผนการพัฒนาโครงการ River Garden (เดิมมีแผนจะเป็นโรงแรม The Prince Akatoki Riverside Bangkok) อาคารสูง 18 ชั้นในซอยเจริญกรุง 42/1 สู่การเป็น The Hotel Plaza Athénée Bangkok แห่งใหม่ ที่จะมีห้องพักกว่า 146 ห้อง พื้นที่อาคารรวมกว่า 20,000 ตารางเมตร และมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 2,900 ล้านบาท โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2571 และยังเปิดแผนการพัฒนา The Song Wad Scape และ The Song Wad Lanes ในพื้นที่ประวัติศาสตร์ของย่านทรงวาดอีกเช่นกัน
เมื่อนำข้อมูลจากแผน AWC Riverside Journey มาประกอบกัน จะเห็นภาพของทั้ง 11 จุดหมายปลายทางได้ชัดเจนขึ้น ประกอบไปด้วย
Asiatique The Riverfront Destination
Jurassic World: The Experience
Avatar: Guardians of Eywa
MONA Bangkok
Bangkok Skyride Adventure – World’s First Sustainable Cross-River Cable Car
The Hotel Plaza Athénée Bangkok (โครงการ River Garden)
The Hotel Plaza Athénée Bangkok (อาคาร EAC Building)
The Ritz-Carlton Bangkok, The Riverside
The Song Wad Scape
The Song Wad Lanes
Woeng Nakorn Kasem
ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวน 11 แห่งเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความแตกต่างของแต่ละจุดหมายปลายทาง ซึ่งมีตั้งแต่โครงการระดับโลกไปจนถึงพื้นที่ประวัติศาสตร์และชุมชนดั้งเดิมของกรุงเทพฯการมี Riverfront Assets จำนวนมากอาจสร้างพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแรง แต่การทำให้พื้นที่เหล่านี้ส่งต่อผู้คนและประสบการณ์ถึงกันได้ ต้องเริ่มจากการมองเห็นภาพเดียวกันก่อนว่า คนหนึ่งคนจะเดินทางผ่านพื้นที่เหล่านี้อย่างไรและตรงนี้เองที่เรื่องของการพัฒนาโครงการ กำลังเปลี่ยนไปสู่เรื่องของการสร้าง Experience

The Masterplan of Experience
เบื้องหลังภาพใหญ่ของ AWC Riverside Journey คือวิสัยทัศน์ของคุณเอ๋ วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ AWC ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา ท่านเดินหน้าพัฒนาโครงการขนาดใหญ่หลายแห่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนนำแต่ละจุดที่มีรูปแบบและเรื่องราวแตกต่างกันกลับมาเชื่อมโยงภายใต้ภาพเดียว
สิ่งที่น่าสนใจคือ หลายพื้นที่ใน Journey ไม่ได้เริ่มต้นจากพื้นที่ว่าง แต่มีประวัติศาสตร์และตัวตนของตัวเองอยู่ก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นAsiatique The Riverfront Destination ที่พัฒนาขึ้นจากพื้นที่ท่าเรือและโกดังสินค้าของบริษัท The East Asiatic Company โดยมี EAC Building อาคารสำนักงานเก่าอายุกว่าร้อยปีเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวเดียวกัน และวันนี้อาคารดังกล่าวกำลังถูกพัฒนาเป็นโรงแรมระดับ Ultra Luxury อย่าง The Hotel Plaza Athénée Bangkok ขณะที่ Asiatique ก็กำลังเติมประสบการณ์ใหม่อย่าง Jurassic World: The Experience และ Avatar: Guardians of Eywa ลงบนพื้นที่ประวัติศาสตร์เดิม
ภาพเดียวกันเกิดขึ้นตลอดแนวสายน้ำ ไม่ว่าจะเป็น The Lhong 1919 ที่ยังคงอนุรักษ์ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้วและกลุ่มอาคารประวัติศาสตร์ไว้ควบคู่กับการพัฒนา The Ritz-Carlton Bangkok, The Riverside หรือโครงการ Woeng Nakorn Kasem ที่เก็บรักษาตึกแถวประวัติศาสตร์ด้านหน้าโครงการเอาไว้ รวมถึงพื้นที่ ทรงวาด ย่านเก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรม วิถีชีวิต และเสน่ห์ของชุมชนเป็นทุนเดิมสิ่งใหม่จึงไม่ได้เข้ามาแทนที่เรื่องราวเดิมทั้งหมด แต่ถูกนำมาวางลงบนบริบทที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างเหตุผลใหม่ให้ผู้คนเดินทางกลับมา
สิ่งที่คุณวัลลภากำลังวางจึงอาจไม่ใช่เพียง Masterplan ของโครงการ แต่เป็น Masterplan ของการสร้าง Experience ให้กับผู้คนเพราะในมุมของผู้มาเยือน เส้นแบ่งระหว่างโรงแรม ศูนย์การค้า พื้นที่ศิลปะ หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์แทบไม่มีความหมาย สิ่งที่คนจดจำคือ เขาพักที่ไหน กินอะไร ไปดูอะไร เดินทางต่ออย่างไร และระหว่างทางได้สัมผัสอะไรจากเมืองนั้นบ้าง

Connecting the Dots
และถ้าจะทำให้ Experience เหล่านั้นกลายเป็น Journey จริง ๆ แต่ละ Destination ก็ต้องสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นวิวด้านหน้าของโครงการ แต่กลายเป็นเส้นทางของการเดินทาง ปัจจุบัน AWC มี Okura Cruise ให้บริการจาก Asiatique อยู่แล้ว ขณะที่แผนในอนาคตยังมี Bangkok Skyride Adventure เคเบิ้ลคาร์รักษ์โลกข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และที่ Woeng Nakorn Kasem มีแผนบริการรถ Tram ล้อยางเชื่อมต่อออกไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญโดยรอบเกาะรัตนโกสินทร์
คำว่า Journey จึงมีความหมายมากกว่าการนำ 11 จุดหมายปลายทางมาอยู่บนแผนที่เดียวกัน เพราะเส้นทางไม่ได้ถูกวางให้เชื่อมเฉพาะ AWC Property หนึ่งไปยังอีก AWC Property หนึ่ง แต่ยังเปิดออกไปสู่ย่านเจริญนคร เยาวราช ทรงวาด เกาะรัตนโกสินทร์ พระบรมมหาราชวัง วัดโพธิ์ วัดอรุณ ปากคลองตลาด และชุมชนตลอดเส้นทาง
แต่ละโครงการจึงสามารถเป็น จุดเริ่มต้นของการเดินทางออกไปสัมผัสกรุงเทพฯ คนที่พักในโรงแรมไม่จำเป็นต้องใช้เวลาอยู่แต่ในโรงแรม คนที่มา Asiatique ก็ไม่จำเป็นต้องจบการเดินทางที่ Asiatique เช่นเดียวกับผู้มาเยือนทรงวาดหรือเวิ้งนครเกษมที่สามารถเดินต่อไปค้นหาร้านค้า อาหาร ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของย่าน
บทบาทของ Developer จึงขยับจากการสร้างพื้นที่เพื่อให้คนเดินทางมาถึง ไปสู่การคิดต่อว่า เมื่อมาถึงแล้วจะทำอย่างไรให้ผู้คนเดินทางต่อและการสร้าง Experience ในระดับนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว เพราะตลอด AWC Riverside Journey ยังมีพันธมิตรระดับโลกหลายรายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของภาพเดียวกัน

Only AWC Can Do
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของภาพนี้คือการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ซึ่ง AWC มีความร่วมมือกับเครือโรงแรมระดับโลกมากที่สุดในประเทศไทย และบนเส้นทางริมเจ้าพระยาเพียงเส้นเดียวก็สะท้อนความหลากหลายของพันธมิตรเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน
Global Hospitality, Connected by AWC
สามโรงแรมระดับอัลตราลักชัวรีบนหนึ่งสายน้ำ เริ่มจาก Plaza Athénée แบรนด์ที่ AWC ถือสิทธิ์ในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา โดยในกรุงเทพฯ กำลังพัฒนา The Hotel Plaza Athénée Bangkok ถึงสองพื้นที่ ทั้ง EAC Building ซึ่งทำงานร่วมกับ Nobu Hospitality และ River Garden ในซอยเจริญกรุง 42/1ความร่วมมือกับ Nobu ยังต่อเนื่องไปถึง Nobu Hotel Bangkok บริเวณอาคาร OP Place เดิมบนถนนเจริญกรุง 38
ขณะที่อีกฝั่งของเจ้าพระยามี The Ritz-Carlton Bangkok, The Riverside บนพื้นที่ The Lhong 1919 ภายใต้ความร่วมมือกับ Marriott International


อีกหนึ่งเครือคือ IHG Hotels & Resorts ที่จะร่วมพัฒนา InterContinental Bangkok Chinatown และ Kimton Bangkok Chinatown ที่โครงการ Woeng Nakorn Kasem ทำให้บนเส้นทางเดียวกันมีทั้ง Plaza Athénée, Nobu Hospitality, Marriott International และ IHG Hotels & Resorts โดย AWC ไม่ได้ผูกตัวเองไว้กับเครือโรงแรมใดเครือโรงแรมหนึ่ง แต่เลือกพันธมิตรให้เหมาะกับบริบทของแต่ละจุดหมายปลายทาง
นอกจากนี้ ยังมี Hotel Okura Co., Ltd. ผ่าน Okura Cruise ที่ให้บริการ Dinner Cruide จาก Asiatique และนำประสบการณ์ Hospitality ออกจากตัว Destination มาสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง
สิ่งที่ AWC ทำจึงไม่ใช่การพยายามสร้างทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่เป็นการวางภาพใหญ่ แล้วนำความเชี่ยวชาญของพันธมิตรแต่ละรายเข้ามาเติมในตำแหน่งที่แตกต่างกัน ความยากจึงไม่ใช่การสร้างโรงแรมระดับ Ultra Luxury หรือ Destination ขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียว แต่อยู่ที่การทำให้หลายโครงการบนหลายพื้นที่และสองฝั่งแม่น้ำ เชื่อมโยงเข้าหากันได้
นี่อาจเป็นความหมายของ Only AWC Can Do ที่ชัดกว่าขนาดของบริษัทหรือมูลค่าการลงทุน เพราะสิ่งที่ AWC มีไม่ใช่เพียง Riverfront Assets ในหลายทำเล แต่รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก และความสามารถในการทำให้ชิ้นส่วนที่แตกต่างกันเหล่านั้น ทำงานร่วมกันภายใต้ภาพเดียว
เมื่อขอบเขตของ AWC Riverside Journey ไม่ได้หยุดอยู่ที่พื้นที่ของ AWC คำถามต่อไปจึงไม่ใช่เพียงว่าโครงการเหล่านี้จะสร้างมูลค่าให้กับบริษัทได้มากเพียงใด แต่คือ มันจะสร้างอะไรให้กับกรุงเทพฯ และการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้บ้าง

A Riverside for a Global City
เมืองใหญ่หลายแห่งของโลกเติบโตขึ้นพร้อมกับสายน้ำของตัวเอง London มีแม่น้ำเทมส์ Paris มีแม่น้ำแซน New York มีแม่น้ำฮัดสัน ขณะที่ Singapore มี Marina Bay และ Singapore River สายน้ำเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภูมิศาสตร์ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพจำ การท่องเที่ยว และวิถีชีวิตของเมือง
สำหรับกรุงเทพฯ สายน้ำนั้นคือ แม่น้ำเจ้าพระยา
โรงแรมระดับโลก วัด พระบรมมหาราชวัง ย่านการค้าเก่าแก่ ชุมชน ตลาด และร้านอาหารจำนวนมากเติบโตอยู่ตลอดสองฝั่ง ทำให้เจ้าพระยามีเรื่องราวและวิถีชีวิตที่แตกต่างจากแม่น้ำสายอื่นของโลกคำถามจึงอาจไม่ใช่ว่าเจ้าพระยามีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นส่วนหนึ่งของ Global City หรือไม่ แต่คือ Riverside ของ Bangkok ควรมีหน้าตาอย่างไร?
คำตอบคงไม่ได้อยู่ที่การสร้างโรงแรมระดับ Ultra Luxury หรือการนำ Global Brand เข้ามาให้มากที่สุดเพียงอย่างเดียว เพราะคุณค่าของเจ้าพระยาอยู่ที่สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดสองฝั่ง ทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม อาหาร ศิลปะ วัฒนธรรม ชุมชน และผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับสายน้ำสายนี้มาหลายชั่วอายุคน
เมื่อ Asiatique สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางต่อ โรงแรมพาแขกออกไปสัมผัสย่านรอบข้าง และเรือ Cable Car หรือ Tram เชื่อมแต่ละ Destination เข้ากับเมือง คุณค่าที่เกิดขึ้นจึงสามารถส่งต่อออกไปยังพื้นที่และชุมชนโดยรอบได้ด้วยปลายทางของการเชื่อม 11 AWC Lifestyle Destinations จึงไม่จำเป็นต้องอยู่ที่การทำให้คนเดินทางครบทั้ง 11 แห่ง แต่อยู่ที่การทำให้แต่ละแห่งกลายเป็น ประตูคนละบานเข้าสู่กรุงเทพฯ
บางคนเริ่มต้นจากโรงแรม บางคนจาก Jurassic World หรือ Avatar บางคนจากงานศิลปะที่ MONA Bangkok ขณะที่บางคนอาจมาเพื่อทรงวาด เยาวราช หรือเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ริมเจ้าพระยา เมื่อประตูเหล่านี้เปิดออกไปหากัน สิ่งที่ถูกเชื่อมจึงไม่ได้มีเพียงโครงการของ AWC แต่รวมถึงย่าน ชุมชน แลนด์มาร์ก และประสบการณ์ของกรุงเทพฯ ที่มีอยู่แล้วด้วย
ตรงนี้ทำให้วิสัยทัศน์ของคุณวัลลภา มีความหมายมากกว่าการสร้าง Mega Project ขนาดใหญ่ เพราะสิ่งที่กำลังเติบโตไปพร้อมกับ AWC Riverside Journey ไม่ได้มีเพียงพอร์ตโฟลิโอของบริษัท แต่ยังรวมถึงพื้นที่รอบข้าง เศรษฐกิจการท่องเที่ยว และภาพของกรุงเทพฯ ในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก
จาก Riverfront Assets สู่ Riverside Destination จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำ แต่คือการทำให้การเติบโตของแต่ละ Destination ส่งต่อคุณค่าออกไปสู่ผู้คน ชุมชน เมือง และประเทศไทย
แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่เคยเป็นเพียงสายน้ำที่ไหลผ่านกรุงเทพฯ แต่เป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงและเติบโตเคียงคู่มากับมหานครแห่งนี้มาอย่างยาวนาน และ AWC Riverside Journey กำลังร่วมเขียนอีกหนึ่งบทของการเติบโตครั้งใหม่ไปด้วยกัน

_edited.png)


