top of page

ถ้าไทยจะมี Global Attraction ทำไมต้อง EEC? เมื่อจิ๊กซอว์ของ Man-Made Destination ระดับโลก เริ่มต่อครบ… ที่ภาคตะวันออกของไทย

  • รูปภาพนักเขียน: Onthejetplane
    Onthejetplane
  • 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 3 นาที
ถ้าไทยจะมี Global Attraction ทำไมต้อง EEC? เมื่อจิ๊กซอว์ของ Man-Made Destination ระดับโลก เริ่มต่อครบ… ที่ภาคตะวันออกของไทย

ถ้าไทยจะมี Global Attraction ทำไมต้อง EEC? เมื่อจิ๊กซอว์ของ Man-Made Destination ระดับโลก เริ่มต่อครบ… ที่ภาคตะวันออกของไทย


ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่าข่าวและกระแสเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ Global Attraction ระดับโลก อย่างสวนสนุกขนาดใหญ่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ปรากฏผ่านสื่ออย่างต่อเนื่อง แม้ความคืบหน้าเชิงข้อเท็จจริงจากภาครัฐ หรือจาก Franchise เองยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการก็ตาม จะมีก็เพียงโพสต์จาก Royal Thai Embassy, Washington D.C. ที่ดูมีความคืบหน้ามากที่สุด


อย่างไรก็ตาม กระแส Global Attraction ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยไร้ที่มา เมื่อประเทศไทยเริ่มถูกพูดถึงอย่างจริงจังในฐานะหนึ่งในตัวเลือกของ Man-Made Destination ระดับโลก โดยเฉพาะพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor (EEC) ที่กำลังถูกผลักดันให้รองรับ Mega Project ขนาดใหญ่ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ เมืองการบิน และโครงการด้าน Hospitality ที่เริ่มเห็นภาพเป็นรูปธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ


คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า “จะมีอะไรมา” แต่คือ “ทำไมพื้นที่ EEC ถึงถูกเลือกให้เป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลง” และถ้ามองให้ลึกกว่าพาดหัวข่าว EEC อาจเป็นพื้นที่เดียวของประเทศไทย ที่จิ๊กซอว์ของ Man-Made Destination ระดับโลก กำลังต่อเข้าหากันอย่างเป็นระบบมากที่สุด


โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor (EEC)

Man-Made Destination เริ่มจาก Infrastructure ไม่ใช่ Attraction


Man-Made Destination ไม่ได้เกิดจากแลนด์มาร์กเพียงชิ้นเดียว หากมองไปยัง Global Attraction ระดับโลกที่อยู่ใกล้ประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น Universal Studios Singapore, Hong Kong Disneyland, LEGOLAND Malaysia ไปจนถึงโครงการใหม่ๆ อย่าง Universal Studios Beijing และ Shanghai Disneyland ล้วนมีจุดร่วมเดียวกันคือ โครงสร้างพื้นฐานเกิดขึ้นก่อนแลนด์มาร์ก


ทุกเมืองเหล่านี้ถูกพัฒนาภายใต้ Ecosystem ที่รองรับครบทั้งการเดินทาง ระบบโลจิสติกส์ ที่พัก และการบริการ พร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว ไม่ใช่แค่เพื่อการท่องเที่ยว แต่เพื่อการอยู่อาศัย การลงทุน และการขยายตัวของเมือง


และหากมองในมุมนี้ EEC ของไทยในวันนี้ กำลังอยู่ในเฟสเดียวกัน เฟสของการวางรากฐาน ก่อนการมาถึงของ Global Attraction ตัวจริง ไม่จำกัดเพียงสวนสนุกระดับโลกเท่านั้น แต่รวมถึงอีเวนต์นานาชาติขนาดใหญ่ เช่น Tomorrowland Thailand งาน Airshow หรืองานขนาดใหญ่อื่นๆ ที่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินและโลจิสติกส์ในระดับเดียวกัน (Onthejetplane ฝันอยากให้มี Thailand Airshow มากๆ ถ้าเราจะพูดว่าตัวเองคือ Hub การบินระดับภูมิภาค)


ถ้าไทยจะมี Global Attraction ทำไมต้อง EEC? เมื่อจิ๊กซอว์ของ Man-Made Destination ระดับโลก เริ่มต่อครบ… ที่ภาคตะวันออกของไทย

“รถ เรือ ราง อากาศ” เมืองต้องเชื่อมต่อได้ทั้งฟ้า ดิน และน้ำ

4 จิ๊กซอว์หลักที่ทำให้ EEC เข้าใกล้คำว่า Man-Made Destination ระดับโลก


1. รถ การเข้าถึงทางถนนที่ขยายสเกลได้จริง

เบื้องหลัง Mega Project ทุกแห่ง คือโครงข่ายถนนที่ต้อง “ไม่เป็นคอขวด” ซึ่งไทยมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในระบบ Motorway สู่ภาคตะวันออก รองรับทั้งการขนส่งสินค้า แรงงาน และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก


Motorway สาย M7 กรุงเทพมหานคร – บ้านฉาง (และจะเปิดถึงสนามบินอู่ตะเภาในอนาคต) คือปัจจัยที่ Global Operator ใช้ประเมินความเสี่ยงของโครงการเสมอ เมืองที่จัด Mega Event ได้ ต้องไม่ล่มในวันที่คนมาพร้อมกัน


ถ้าไทยจะมี Global Attraction ทำไมต้อง EEC? เมื่อจิ๊กซอว์ของ Man-Made Destination ระดับโลก เริ่มต่อครบ… ที่ภาคตะวันออกของไทย

2. เรือ จาก Industrial Port สู่ Global Gateway

ภาคตะวันออกคือหัวใจของอุตสาหกรรมไทยมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุค Eastern Seaboard (ESB) จนถึง Eastern Economic Corridor (EEC) ในปัจจุบัน และหากมองในเชิงโครงสร้าง “ทะเล” คือเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของพื้นที่นี้มาโดยตลอด


ทั้ง ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือมาบตาพุด ไม่ได้เป็นเพียงท่าเรืออุตสาหกรรม แต่คือ Logistics Hub ทางทะเลขนาดใหญ่ระดับภูมิภาค ที่เชื่อมไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานโลก และยังคงถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการ ท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่งเพิ่มศักยภาพรองรับสินค้าพลังงานและอุตสาหกรรมหนักในระยะยาว


แน่นอนว่าโครงสร้างเหล่านี้อาจไม่ได้ขายภาพ “การท่องเที่ยว” โดยตรง แต่ในโลกของ Mega Project และ Global Attraction นี่คือ โครงสร้างหลังบ้านที่ขาดไม่ได้ ตั้งแต่การขนส่งวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ การนำเข้าเครื่องเล่นหรืออุปกรณ์พิเศษ ไปจนถึงการจัดอีเวนต์ระดับนานาชาติที่ต้องอาศัยระบบโลจิสติกส์ที่มีเสถียรภาพและต้นทุนที่ควบคุมได้


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กำลังเปลี่ยนภาพจำของภาคตะวันออกอย่างมีนัยสำคัญ คือการขยับบทบาทจาก Industrial Port สู่ Passenger Port และหนึ่งใน Game Changer ที่ชัดเจนที่สุด คือ Pattaya Cruise Terminal


โครงการนี้ไม่ใช่เพียงท่าเรือสำหรับเรือสำราญ แต่คือการเปิดประตูสู่ ตลาด Cruise Tourism อย่างเป็นรูปธรรม รองรับนักท่องเที่ยวคราวละหลายพันคนจาก Cruise Line ระดับโลก ที่เลือกพัทยาเป็นหนึ่งใน Destination ของเส้นทางเอเชีย ซึ่งหมายถึงนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลที่ “มาถึงพร้อมกัน” ใช้จ่ายสูง และต้องการ Service ที่มีมาตรฐานตั้งแต่วินาทีแรกที่เทียบท่า


โมเดลนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในเวทีโลก เมืองที่มี Global Attraction อย่าง สิงคโปร์ ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และโตเกียว ล้วนมี Passenger Cruise Terminal ตั้งอยู่ใกล้ใจกลางเมือง และใช้ Cruise Tourism เป็นเครื่องมือดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพแทบทั้งสิ้น


เมื่อวาง Pattaya Cruise Terminal ลงบนแผนที่เดียวกันกับท่าเรืออุตสาหกรรม สนามบิน ระบบราง และเมืองท่องเที่ยว ภาพที่ปรากฏจึงไม่ใช่แค่ “เมืองท่า” แต่คือ Global Gateway ทางทะเล ที่รองรับทั้งเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวในสเกลเดียวกัน


ถ้าไทยจะมี Global Attraction ทำไมต้อง EEC? เมื่อจิ๊กซอว์ของ Man-Made Destination ระดับโลก เริ่มต่อครบ… ที่ภาคตะวันออกของไทย

3. ราง Backbone ของเมืองใหญ่

Man-Made Destination ระดับโลก อาจมีแลนด์มาร์กหน้าตาแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันเสมอคือ ระบบรางที่แข็งแรงพอจะรองรับวันที่ผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาพร้อมกัน เหมือนที่เรานั่งรถไฟมิกกี้เมาส์ไปเที่ยวฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ หรือรถไฟลายแฮร์รี่ พอตเตอร์ ไป USJ เพราะนี่คือหัวใจของการเคลื่อนย้ายคนจำนวนมากอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า เมืองหนึ่งพร้อมสำหรับ Mega Destination หรือ Mega Event จริงหรือไม่


สำหรับ EEC ระบบรางจึงไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ “การเดินทาง” เพียงอย่างเดียว แต่เพื่อการขยายสเกลของเมือง การกระจายผู้คน และการจัดการความหนาแน่นในช่วงเวลาพีค ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานเดียวกับที่ Global Attraction และ Mega Event ทั่วโลกใช้เป็นมาตรฐานในการตัดสินใจ


เส้นเลือดใหญ่ High-Speed Rail เชื่อม 3 สนามบิน

ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา คือโครงการระบบรางที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มากที่สุดของ EEC นี่ไม่ใช่เพียงโครงการคมนาคม แต่คือ กระดูกสันหลังของทั้งภูมิภาค ที่ตั้งเป้าให้การเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่พัทยา ใช้เวลาไม่เกิน ประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ด้วยมาตรฐานความเร็วของระบบรถไฟความเร็วสูงของประเทศไทยที่ราว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (อ้างอิงจากเส้นทางโคราช)


ผลลัพธ์ของโครงการนี้คือการ “ย่อระยะเมือง” ให้กรุงเทพฯ ภาคตะวันออก และสนามบินหลักของประเทศ กลายเป็นโครงข่ายเดียวกัน ที่นักท่องเที่ยวสามารถ Day Trip จากกรุงเทพฯ ได้เลยภายในวันเดียว


ถ้าไทยจะมี Global Attraction ทำไมต้อง EEC? เมื่อจิ๊กซอว์ของ Man-Made Destination ระดับโลก เริ่มต่อครบ… ที่ภาคตะวันออกของไทย

Pattaya Tram/Monorail เส้นเลือดฝอยกระจายคนสู่เขตเมือง

หาก High-Speed Rail คือ Backbone ระบบรถไฟฟ้ารางเบา (Tram) หรือ Monorail คือ Feeder Line ที่ทำให้โครงข่ายนั้น “ใช้งานได้จริง”


โครงการรถไฟฟ้ารางเบา สายสีเขียว ในเส้นทางสถานีรถไฟความเร็วสูงพัทยา – แหลมบาลีฮาย ถูกวางบทบาทให้เป็นสายแรกของเมืองพัทยา ทำหน้าที่เชื่อมการเดินทางจากสถานีหลัก เข้าสู่ย่านท่องเที่ยวชื่อดังที่ก็ทราบกันดีอยู่ว่าทุกวันนี้การจราจรของถนนพัทยาสาย 1 สาย 2 ติดขัดแค่ไหนในช่วงเวลาเร่งด่วน


แม้ในวันนี้ ทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และรถไฟฟ้ารางเบาเมืองพัทยา จะยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา แต่การที่โครงข่ายเหล่านี้ถูกวางไว้ใน Master Plan เดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่า EEC ไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อรองรับ “การเติบโตทีละน้อย” แต่ถูกวางโครงสร้างไว้สำหรับสเกลระดับโลก


ถ้าไทยจะมี Global Attraction ทำไมต้อง EEC? เมื่อจิ๊กซอว์ของ Man-Made Destination ระดับโลก เริ่มต่อครบ… ที่ภาคตะวันออกของไทย

4. อากาศ เมื่อสนามบินไม่ใช่แค่ Runway

สนามบินอู่ตะเภาไม่ได้ถูกพัฒนาให้เป็นเพียงสนามบินนานาชาติหลักแห่งที่ 3 ของประเทศ แต่กำลังถูกยกระดับสู่การเป็น Eastern Aviation City อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเพิ่งมีการ Kickoff เซ็นสัญญาระหว่างกลุ่ม Bangkok Airways, เครือ BTS และ Sino-Thai เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเตรียมเดินหน้าก่อสร้างในระยะถัดไป ถือเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ของ EEC ที่มีความคืบหน้าเชิงรูปธรรมมากที่สุดในเวลานี้


สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือ สนามบินที่ดี ไม่ได้วัดกันที่จำนวน Runway หรือ Passenger Terminal อย่างเดียว แต่คือความสามารถในการวาง Aviation Ecosystem ครบวงจรไว้ในพื้นที่เดียว และนี่คือเหตุผลที่ทำให้อู่ตะเภามีศักยภาพไกลกว่าแค่การเป็นสนามบินของพัทยา


Aviation Hub & Cargo

แน่นอนว่ามีไว้เพื่อรองรับเที่ยวบินพาณิชย์ การขนส่งสินค้า และการเชื่อมต่อกับระบบรางและถนนโดยตรง ไม่ต่างจากโครงสร้างของเมืองใหญ่ในโลกอย่างเช่นลอนดอนที่มีสนามบิน 6 สนามบิน มีตัวเลือกสายการบิน และราคาค่าตั๋วให้เลือกมากมาย ดังนั้น การเดินทางมาไทยจึงไม่ถูกจำกัดอยู่แค่สนามบินหลักสองแห่งอีกต่อไป แต่เปิดประตูสู่การเป็นสนามบินหลักแห่งที่ 3 ของประเทศไทยอย่างสมบูรณ์แบบ


MRO (Maintenance, Repair & Overhaul)

ศูนย์ซ่อมบำรุงจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้เมืองการบิน “ยืนระยะได้จริง” ดึงสายการบิน เครื่องบิน และบุคลากรการบินเข้ามาตลอดทั้งปี ไม่ผันผวนตามฤดูกาลท่องเที่ยว โดยหัวเรือใหญ่จะมีทั้งการบินไทย และบางกอกแอร์เวย์ส


Airport City / Aerotropolis

พื้นที่เชิงพาณิชย์ สำนักงาน โรงแรม และโครงสร้างพื้นฐาน ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งผู้โดยสาร และอุตสาหกรรมการบินแบบครบวงจร


เมื่อวาง Eastern Aviation City ลงบนแผนที่เดียวกันกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ท่าเรือน้ำลึก Cruise Terminal และ Hospitality ระดับโลก ภาพของ EEC จึงชัดเจนขึ้นว่า นี่ไม่ใช่แค่สนามบินใหม่ แต่คือ Aviation-Driven Destination ที่เชื่อมภาคตะวันออกสู่โลกได้ทันที


และหากจะพูดถึงความฝันอย่าง Thailand Airshow ด้วยความพร้อมของสถานที่ ความคับคั่งของห้วงการจราจรทางอากาศ โครงสร้างพื้นที่โดยรอบ รวมถึงที่พักและแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก คำตอบอาจชัดเจนกว่าที่คิด


ลองนึกภาพ Airshow ริมทะเลพัทยา หรืออู่ตะเภาดูสิ สนามบินระดับ Aviation Hub อยู่ไม่ไกล เครื่องบินแสดงกลางฟ้า เหนือเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ


บางที…ความฝันที่จะมี Airshow ในประเทศไทย อาจถูกออกแบบไว้ที่นี่ตั้งแต่แรกแล้วก็เป็นได้


ถ้าไทยจะมี Global Attraction ทำไมต้อง EEC? เมื่อจิ๊กซอว์ของ Man-Made Destination ระดับโลก เริ่มต่อครบ… ที่ภาคตะวันออกของไทย

จาก 4 จิ๊กซอว์หลัก ยังมีสิ่งหนึ่งที่พัทยาและภาคตะวันออก “มีดีอยู่แล้ว” นั่นคือ Hospitality ที่กำลังถูกยกระดับอย่างจริงจัง


พัทยาไม่ใช่เมืองที่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ใครๆ ก็อยากมาเที่ยวอยู่แล้ว แต่สิ่งที่กำลังเปลี่ยน คือพัทยากำลังขยับจาก “เมืองท่องเที่ยว” สู่ “จุดหมายปลายทางแบบ Integrated Destination” ที่รองรับนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี


ภาพนี้ชัดขึ้นทันที เมื่อภาคเอกชนอย่าง AWC ประกาศแผนพัฒนา Aquatique อย่างเป็นรูปธรรม โครงการนี้ไม่ได้มาในฐานะแลนด์มาร์กริมทะเลอีกแห่ง แต่คือ Mega Mixed-Use ระดับ World-Class ที่ยกระดับ Hospitality ทั้งเมือง


กับจุดหมายปลายทางขนาด 110,000 ตารางเมตร ใจกลางพัทยา (ระหว่างพัทยาสาย 1 และ 2) รวมโรงแรม ศูนย์การค้า สวนน้ำขนาดใหญ่ และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ริมทะเลไว้ใน Ecosystem เดียว


ขณะเดียวกัน การดึงดูดแบรนด์ระดับ Ultra-Luxury อย่าง The Ritz-Carlton Pattaya เข้ามา คือสัญญาณที่ชัดเจนว่า Global Brand อ่านศักยภาพของพื้นที่ออก และมองเห็นดีมานด์ที่ “มากกว่าแค่เมืองท่องเที่ยวริมทะเลตามฤดูกาล” นี่คือจุดที่ Hospitality ของ EEC เริ่มยืนอยู่บนมาตรฐานเดียวกับเมืองปลายทางระดับโลกอย่างแท้จริง


ถ้าไทยจะมี Global Attraction ทำไมต้อง EEC? เมื่อจิ๊กซอว์ของ Man-Made Destination ระดับโลก เริ่มต่อครบ… ที่ภาคตะวันออกของไทย

คำตอบของคำถาม

เมื่อวางทุกจิ๊กซอว์เข้าด้วยกัน EEC คือพื้นที่เดียวของไทยในเวลานี้ ที่มีองค์ประกอบครบถ้วนสำหรับ Man-Made Destination ทั้ง


- Aviation Hub ที่มากกว่าแค่สนามบิน

- โครงสร้างการเดินทางครบ รถ เรือ ราง อากาศ

- Hospitality ระดับโลกที่ดึงดูดแบรนด์ชั้นนำมากมาย

- ฐานอุตสาหกรรม New S-Curve และกำลังซื้อที่หล่อเลี้ยงเมืองตลอดปี

- Master Plan ระดับประเทศที่เดินพร้อมกันทั้งระบบ


นี่คือความต่างระหว่าง “เมืองท่องเที่ยว” กับ “จุดหมายปลายทางระดับโลก”

และเมื่อจิ๊กซอว์ถูกต่อเข้าที่จนครบ บางทีคำถามอาจไม่ใช่ “ดิสนีย์แลนด์จะมาไทยหรือไม่” แล้วก็เป็นได้


แต่คือ เมื่อสนามบิน เมืองการบิน โครงสร้างการเดินทาง และ Hospitality ระดับโลก ถูกวางลงอย่างครบถ้วน คำถามเดียวที่เหลืออยู่ คือ


“Global Attraction รายแรกจะเป็นใคร… มากกว่า” ?

bottom of page