• On The Jet Plane

[รีวิว] Centara Grand Beach Resort & Villas Hua Hin โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์สุดคลาสสิค ริมทะเลหัวหิน

อัพเดตเมื่อ: เม.ย. 15



รีวิวโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน - Centara Grand Beach Resort & Villas Hua Hin


ถ้าจะมีโรงแรมไหนที่ให้คำนิยามของ “หัวหิน” ได้ดีที่สุด ก็คงต้องขอยกตำแหน่งนั้นให้กับ เซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน (Centara Grand Beach Resort & Villas Hua Hin) รีสอร์ทตากอากาศริมทะเลแห่งแรกของสยามประเทศที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อกว่าหนึ่งร้อยปีก่อนบนพื้นที่ของหมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบ ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามหรูหราจนเป็นที่เลื่องลือทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติของยุคนั้น รวมทั้งยังถูกยกให้เป็นหนึ่งใน Heritage Hotel ที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบัน


เมื่อได้ทราบความเป็นมาอย่างนี้แล้ว บอกเลยว่าเราตื่นเต้นมากที่จะได้มาเยือนโรงแรมที่มีเรื่องราวอันยาวนานและเป็นประวัติศาสตร์ของหัวหินแห่งนี้ เอาเป็นว่าเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน จะสวยงามน่ามาพักผ่อนแค่ไหน ตามไปชมด้วยกันในรีวิวนี้ได้เลย ^^


จองห้องพัก Centara Grand Beach Resort & Villas Hua Hin ราคาพิเศษได้ ที่นี่



สวยงามราวกับหลุดออกมาจากละครพีเรียดอย่างเรื่องวนิดา หรือปริศนา ก็ไม่ปาน เพราะที่เซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน นั้นได้รับการสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ที่ความเจริญได้เกิดขึ้นตามการพัฒนาของเส้นทางรถไฟสายใต้สู่แหลมมลายู ออกแบบโดย มร. RIGAZZO นายช่างอิตาเลี่ยนประจำกรมรถไฟหลวงในสไตล์คลาสสิคโคโรเนียล หรือที่คนในยุคนั้นรู้จักกันในชื่อของ “ตึกฝรั่ง” กับหลังคาทรงสูงแบบมลิลา จำนวน 14 ห้องชุด พร้อมตกแต่งด้วยไม้สักทั้งหลังที่มีความงดงามเป็นอย่างมาก


ชวนให้เราหวนย้อนไปถึงช่วงเวลาอันรุ่งเรืองสมัยยุคอาณานิคมที่อาคารบ้านเรือต่างๆ ได้มีการรับเอาสถาปัตยกรรมตะวันตกมาผสมผสานกับรูปแบบของความเป็นไทยในช่วงเวลานั้น ดูแล้วสวยงามไม่ต่างอะไรกับการไปเยือนโรงแรมหรือสถานที่สำคัญๆ ในต่างประเทศเลยแม้แต่น้อย ที่ทุกจุดล้วนมีเรื่องราวอันงดงาม ทรงคุณค่า และควรค่าแก่การอนุรักษ์ โดดเด่นอยู่เหนือกาลเวลาที่แม้จะผ่านมาเกือบร้อยปีแล้ว แต่ก็ยังคงดูคลาสสิคและมีมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหลชวนให้มาเยือนไม่เคยเปลี่ยน



โดยตัวโรงแรมเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2466 ในชื่อโรงแรมรถไฟหัวหิน หรือ Hua Hin Hotel (HHH) ที่อยู่ในความดูแลของกรมรถไฟหลวง ในฐานะรีสอร์ทตากอากาศริมทะเลแห่งแรกของประเทศที่มีความหรูหราที่สุดในภูมิภาค เทียบได้กับโรงแรมชั้นนำของยุโรปในสมัยนั้น ตั้งอยู่บนไพรม์โลเคชั่นใจกลางเมือง ติดกับกลุ่มหินริมชายหาดบริเวณด้านหน้าโรงแรมอันเป็นที่มาของชื่อเมือง “หัวหิน” (สมัยก่อนยังไม่มีเมือง) อีกทั้งยังตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับสถานีรถไฟหัวหิน และสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน (Royal Hua Hin Golf Course) จุดหมายปลายทางในการทางสู่เมืองตากอากาศริมทะเลของเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ หมู่ชนชั้นสูง และชาวต่างชาติที่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันเมื่อเกือบหนึ่งร้อยปีก่อน อันเป็นพื้นที่ที่ประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของหัวหินได้ถือกำเนิดขึ้นและเจริญแผ่ขยายออกไปจนเป็นอย่างที่เห็นในทุกวันนี้


จนกระทั้งปี 2529 ทางเครือโรงแรมเซนทารา ประเทศไทย ได้รับสัมปทานในการเข้ามาดูแลกิจการของโรงแรมรถไฟหัวหิน ซึ่งได้มีการบูรณะและก่อสร้างอาคารบางส่วนเพิ่มเติม พร้อมนำ Centara Grand แบรนด์โรงแรม 5 ดาวระดับเรือธงของทางเครือเข้ามาบริหารงาน รวมทั้งได้มีการปรับเปลี่ยนชื่อเรื่อยมาจนกลายเป็นเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน อย่างที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งถ้าว่ากันตามดีกรีแล้ว Centara Grand ถือเป็นแบรนด์ระดับบนที่เป็นรองแค่เพียงแบรนด์น้องใหม่ในเครืออย่าง Centara Reserve ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มลักชัวรี่คอลเลคชั่นเพียงเท่านั้น (แห่งแรกจะเปิดที่เกาะสมุยปี 2564)



การเดินทางมายังเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน นั้นก็หาไม่ยากเลยเพราะตั้งอยู่ใจกลางเมือง บนถนนดำเนินเกษมซึ่งเป็นเส้นทางลงชายหาดหัวหินในปัจจุบัน ที่เมื่อขับรถเข้ามาก็จะพบกับอาคารสีขาวตั้งเด่นพร้อมต้อนรับแขกที่มาใช้บริการ พร้อมความร่มรื่นของต้นไม้นิานาพันธุ์ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 76 ไร่ริมชายหาดหัวหิน ถือว่าเป็นโรงแรมที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในหัวหินเลยก็ว่าได้ถ้านับในเชิงการบริหารงานโดยบริษัทเอกชน



ก้าวแรกเมื่อมาถึงต้องบอกว่าประทับใจมาก กับความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบโคโรเนียลของที่นี่ มีความเป็นตะวันตกและตะวันออกแฝงอยู่ร่วมกัน จนชวนให้เรานึกถึงอัลบัมชุด “ไหมไทย” ของอาจารย์ดนู ฮันตระกูล ที่ขับกล่อมบทเพลงไทยเดิมผ่านเครื่องสายฝรั่งออกมาได้อย่างลงตัว นุ่มนวลชวนฝัน เสมือนความคลาสสิคที่อยู่คู่กาลเวลา ซึ่งใครจะไปคิดเล่าว่าโรงแรมอายุกว่า 98 ปีแห่งนี้จะยังอยู่ในสภาพดีและให้ความรู้สึกไม่ต่างกับวันวาน ที่แม้ว่าอาคารบางส่วนจะมีการก่อสร้างเพิ่มเติมในภายหลังก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าทางโรงแรมเค้ามีการบำรุงรักษาและใส่ใจเป็นอย่างมาก แม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างสวิตซ์ไฟโบราณก็ยังมีการเก็บรักษาเอาไว้ รวมทั้งเครื่องแบบพนักงานเองด้วยก็เช่นกันที่มีความย้อนยุคเข้ากับตัวอาคาร


โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน ประกอบไปด้วยกลุ่มอาคาร 3 ชุดด้วยกัน ที่เมื่อมองจากด้านบนก็จะมีความคลายคลึงกับขบวนรถไฟที่กำลังวิ่งคดเคี้ยวไปมา ได้รับการสร้างขึ้นต่างยุคต่างสมัยโดยมีลักษณะการออกแบบและการตกแต่งภายในที่แตกต่างกันออกไปตามหลักนิยมในช่วงเวลานั้นๆ โดยมีการออกแบบให้คล้ายคลึงกันกับการสร้างในยุคสมัยแรก ประกอบไปด้วย


  • อาคารเรลเวย์วิง (Railway Wing) นับเป็นอาคารแห่งแรกตั้งแต่สมัยยังเป็นโรงแรมรถไฟเดิม เพดานสูง ได้รับการตกแต่งด้วยไม้สักทั้งหลัง โทนห้องสีน้ำตาลอ่อน

  • อาคารโคโลเนียลวิง (Colonial Wing) ได้รับการสร้างขึ้นในภายหลังในสไตล์โคโลเนียลแบบอังกฤษ โทนห้องสีน้ำตาลเข้ม

  • อาคารการ์เด้นวิง (Garden Wing) ถือเป็นอาคารหลังล่าสุดที่ได้รับการสร้างขึ้น พื้นที่ภายในห้องจะมีลักษณะที่ใหญ่และสว่างกว่าห้องพักของอาคารอื่นๆ พร้อมด้วยวิวสวน


เครื่องดื่ม Welcome Drink ในแก้วน้ำรูปช้าง

อาคารเรลเวย์วิง (Railway Wing)

อาคารโคโลเนียลวิง (Colonial Wing) ตั้งอยู่ตรงกลางและเป็นที่ตั้งของล็อบบี้โรงแรม

อาคารการ์เด้นวิง (Garden Wing)

ทางเชื่อมระหว่างอาคาร


Room Type


ห้องพักของเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน ประกอบไปด้วยห้องพักจำนวน 209 ห้องด้วยกัน รวมถึงวิลล่าอีกจำนวน 42 หลัง (ตั้งอยู่บนพื้นที่ติดกัน) ประกอบไปด้วย

ห้องพัก

• ห้องพักแบบดีลักซ์ (Deluxe Room)

• ห้องพักแบบพรีเมียม ดีลักซ์ (Premium Deluxe Room)

• ห้องพักแบบแฟมิลี่ (Family Room)

• ห้องพักแบบแฟมิลี่ พูลเทอร์เรส (Family Room Pool Terrace)

• ห้องพักแบบพรีเมียม ดีลักซ์ คลับ (Premium Deluxe Club Room)

• ห้องพักแบบสวีท (Suite)


วิลลา

• วิลลา 1 ห้องนอน การ์เดน วิว (Villa One Bedroom Garden View)

• พูล วิลลา 1 ห้องนอน (Villa One Bedroom with Private Pool)

• พูล วิลลา สวีท 1 ห้องนอน (Villa One Bedroom Suite with Private Pool)



โดยทุกห้องพักเป็นจะมีพัดลมเพดานเป็นอุปกรณ์ตกแต่งชิ้นสำคัญ พร้อมเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้วัสดุจากไม้เป็นหลัก รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอันทันสมัยอื่นๆ เพื่อรองรับตามความต้องการในปัจจุบัน ซึ่งในรีวิวนี้เราจะพาทุกท่านไปชมกับห้องพัก 3 แบบ 3 สไตล์จากทั้ง 3 อาคารของทางโรงแรมด้วยกัน โดยเรียงลำดับตามการก่อสร้าง


ทุกห้องพักได้รับการทำความสะอาดตามมาตรฐานของเซ็นทาราแกรนด์ พร้อมติดซีลรับรองก่อนให้แขกเข้ามาใช้บริการ


ห้องพักแบบ Deluxe Suite (อาคารเรลเวย์วิง)


ตั้งอยู่ในอาคารเรลเวย์วิง ซึ่งเป็นอาคารแห่งแรกของทางโรงแรม มีจุดเด่นคือเพดานสูงโปร่งเพื่อให้ระบายอากาศได้ดี เนื่องจากในอดีตนั้นยังไม่มีเครื่องปรับอากาศ รวมถึงมีการตกแต่งผนังไม้สูงขึ่นมาครึ่งกำแพงซึ่งได้รับความนิยมในสมัยอดีต ที่ในปัจจุบันทางโรงแรมก็ยังคงอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี รวมถึงสัญลักษณ์ HHH อันเป็นชื่อเดิมของ Hua Hin Hotel


ภายในห้องน้ำ

สัญลักษณ์ของการรถไฟและโถงบันไดเดิมของทางโรงแรมยังคงได้รับการเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี


ห้องพักแบบ Deluxe Suite (อาคารโคโลเนียลวิง)


เป็นห้องพักที่ตั้งอยู่ในอาคารโคโลเนียลวิง ที่ได้รับการตกแต่งในสไตล์โคโลเนียลแบบอังกฤษ ดูหรูหรา สุขุมนุ่มลึกกับโทนห้องสีน้ำตาลเข้ม พร้อมจุดเด่นเป็นกระจกของห้องน้ำที่สามารถเปิดเชื่อมบริเวณห้องนอนและอ่างอาบน้ำได้


โทนห้องสีน้ำตาลเข้ม

การตกแต่งหน้าต่างให้มีความคล้ายคลึงกับบนรถไฟ


ห้องพักแบบ Premium Deluxe Club Room (อาคารการ์เด้นวิง)


ซึ่งเป็นห้องพักที่เรามาใช้บริการในครั้งนี้ ตั้งอยู่ภายในอาคารการ์เด้นวิงซึ่งเป็นอาหารหลังล่าสุดที่มีการสร้างขึ้นในภายหลัง ลักษะห้องดูโปร่งพร้อมโทนห้องสีสว่างน่าพักผ่อน ภายในกว้างขวางสะดวกสบาย มีการแบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็นส่วนๆ ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ห้องเก็บกระเป๋าและเสื้อผ้า พื้นที่นั่งเล่น โต๊ะทำงาน เตียงนอน และพื้นที่ระเบียงด้านนอกพร้อมวิวสวน


ส่วนตัวเราค่อนข้างประทับใจกับห้องพักเป็นอย่างมาก เพราะว่าชอบสไตล์นี้อยู่แล้ว ดูคลาสสิคสวยงาม เครื่องใช้หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในห้องได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี รวมทั้งมีการเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นลำโพงบลูทูธ เครื่องชงกาแฟ หรือระบบควบคุมไฟภายในห้องพัก


อีกหนึ่งความประทับใจคือเรื่องของความสะอาด คือต้องอย่าลืมว่าตัวโรงแรมนั้นเปิดให้บริการมาแล้วอย่างยาวนาน แต่ต้องยอมรับในเรื่องของการบำรุงรักษาและการทำความสะอาดจริงๆ คือของใช้แต่ละชิ้นยังคงอยู่ในสภาพดี น่าใช้งาน ภายในห้องน้ำสะอาดสะอ้าน ไม่มีคราบดำหรือสิ่งสกปรกตามซอกมุมให้กวนใจเลย


บรรยากาศภายในห้องนอน

มุมโซฟานั่งเล่น และโต๊ะทำงาน

ตกแต่งห้องโทนสีขาวสบายตา พร้อมด้วยพัดลมบนเพดานอันเป็นเอกลักษณ์

บริเวณทางเข้าห้อง และโต๊ะเครื่องแป้ง

ห้องน้ำพร้อมเรนชาวเวอร์

อ่างอาบน้ำ

สบู่และแชมพูภายในห้องน้ำโดย esse

มุมเก็บชากาแฟ

วิวสวนจากในห้องพัก

บริเวณระเบียง และห้องเก็บกระเป๋าเสื้อผ้า

มีกระเป๋าผ้าของทางโรงแรมเตรียมไว้ให้ใช้

บรรยากาศภายในห้องพักช่วงกลางคืน


The Club


เดอะ คลับ (The Club) อีกหนึ่งอภินันทนาการสำหรับแขกที่ใช้บริการห้องพักแบบสวีทหรือวิลล่า ที่บอกเลยว่าชอบมากกกกก เพราะครบ จบ ในราคาเดียว ตอบโจทย์คนที่ต้องการมาพักผ่อนภายในโรงแรม ไม่เน้นออกไปเที่ยวภายนอกเท่าไหร่นัก เพราะมีมื้อหนัก มื้อเบา ให้บริการตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า (เสาร์-อาทิตย์) ชุดน้ำชายามบ่าย หรือของว่างพร้อมเครื่องดื่มไม่อั้นในช่วงเย็น มีให้เลือกหลากหลายทั้งแบบมีหรือไม่มีแอลกอฮอลล์


สิทธิพิเศษจากเดอะ คลับ มีค่าบริการปกติ 3,500++ บาทต่อคืนต่อห้องพักเมื่อเช้าพักในห้องพักปกติ ทั้งนี้ราคาอาจมีการปรับขึ้นและลงตามช่วงเทศกาลต่างๆ


ที่นั่งของเดอะ คลับบริเวณ Facade ด้านนอกอาคาร

บรรยากาศภายในเดอะ คลับ

ไลน์อาหารเช้าภายในเดอะ คลับ พร้อมยังสามารถสั่งเมนู A la Carte ได้เพิ่มเติมเช่นกัน

อาหารว่างและขนมยามบ่าย

อาหารว่างสำหรับช่วงเย็น

ชุดชายามบ่าย (ซ้าย) และชุดอาหารว่างช่วงเย็น (ขวา) ภายในเดอะ คลับ

เครื่องดื่มช่วงเย็น


Facility


พื้นที่ส่วนกลางของเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน นับว่ามีขนาดใหญ่มาก เพราะอย่างที่กล่าวไปในช่วงต้นว่าทางโรงแรมมีพื้นที่มากถึง 76 ไร่ด้วยกัน พร้อมตั้งอยู่ติดกับชายหาดหัวหิน ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำจำนวน 3 สระ เครื่องเล่น ฟิตเนส คิดส์คลับ รวมถึงสวนไม้ดัดรูปสัตว์ต่างๆ ให้ความรู้สึกร่มรื่น เขียวขจี เหมาะแก่การมาพักผ่อนเป็นอย่างมาก


โดยส่วนของสระว่ายน้ำนั้นเรียกว่ามีให้บริการอยู่ครบทั้ง 3 อาคารหลักของโรงแรม ซึ่งถ้าบ้านไหนพาคุณหนูๆ มาด้วยแนะนำให้ไปใช้บริการที่สระของอาคารเรลเวย์วิงเลย เพราะอยู่ติดกับคิดส์คลับ โต๊ะปิงปอง รวมถึงมีเครื่องเล่นเป่าลมให้น้องๆ หนูๆ ได้มาเล่นกันภายในสระว่ายน้ำอีกด้วย


แต่ถ้าใครชอบบรรยากาศดีๆ เราขอแนะนำสระของอาคารโคโลเนียลวิงติดกับชายหาด พร้อมเก้าอี้อาบแดดให้มานอนเล่นรับลมทะเลและเสียงคลื่น ยิ่งช่วงบ่ายๆ ลมดีๆ มีเสียงนกร้องที่ฟังแล้วแทบจะเคลิ้มหลับไปเลยทีเดียว ส่วนคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวหน่อยต้องไปใช้บริการสระของอาคารการ์เด้นวิง ที่อยู่ลึกเข้าไปทางด้านหลังของโรงแรม


สระของอาคารเรลเวย์วิงพร้อมเครื่องเล่นเป่าลม

สระของอาคารการ์เด้นวิง

เครื่องเล่นเป่าลมภายในสระว่ายน้ำ

สระของอาคารโคโลเนียลวิงและประภาคารริมทะเลหัวหิน


Fitness


ฟิตเนสตั้งอยู่ที่อาคารโคโลเนียลวิง ขนาดกำลังดี ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ มีเครื่องเล่นและพวกฟรีเวทให้บริการ



สวนไม้ดัด


ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน กับสวนไม้ดัดรูปสัตว์ต่างๆ ที่มีอายุกว่า 80 ปีด้วยกัน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าอาคารเรลเวย์วิง ซึ่งเป็นทางเข้าเก่าในอดีตของทางโรงแรม รวมถึง "คุณโชคดี" ไม้ดัดรูปช้างขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่ด้านหน้า สามารถให้คนมาเดินลอดเพื่อความโชคดีเสมือนการลอดท้องช้างตามความเชื่อของคนไทยกันได้ โดยในอดีตนั้นรถที่รับแขกจากสถานีรถไฟมายังโรงแรมจะสามารถวิ่งลอดท้องของคุณโชคดีได้เลย


เขาวงกต อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดมาถ่ายรูป

บรรยากาศร่มรื่นน่ามาพักผ่อน

กระดานหมากรุกขนาดยักษ์ที่สามารถใช้เล่นได้จริงๆ


ชายหาดหัวหิน


เรียกว่าชื่อของ "หัวหิน" นั้นเกิดขึ้นมาจากลักษณะทางกายภาพของพื้นที่หาดบริเวณนี้เลยก็ย่อมได้ เพราะมีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครกับกลุ่มหินริมชาดหาดที่จะมีอยู่เฉพาะตรงบริเวณนี้แต่เพียงเท่านั้น พร้อมด้วยประภาคารขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวหรือไม่ แต่จากจุดเด่นดังกล่าวอาจจะมีส่วนช่วยกันไม่ให้คลื่นซัดกระทบเข้ากับฝั่งแรงเหมือนพื้นที่บริเวณอื่นในช่วงที่น้ำขึ้น และทำให้ชายหาดด้านหน้าโรงแรมมีความลึกเข้าไปในทะเลมากกว่าพื้นที่บริเวณช่วงอื่นๆ ของหาด จึงช่วยให้เราสามารถมาเดินเล่นบนชายหาดบริเวณนี้ได้ตลอดทั้งวัน


ส่วนใครที่ชอบตื่นเช้า อย่าลืมเตรียมของมาใส่บาตรกันด้วยละ เพราะที่หัวหินจะมีพระท่านมาเดินบิณบาตรกันริมชายหาดอีกด้วย พิเศษไม่เหมือนใครจริงๆ


ขี่ม้า อีกหนึ่งกิจกรรมห้ามพลาดเมื่อมาหัวหิน

กลุ่มหินริมชายหาด และประภาคาร ในช่วงเช้า

ใส่บาตรริมชายหาดหิวหิน

กิจกรรมอื่นๆ ริมชายหาดหัวหิน


Restaurant


ห้องอาหารของเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน มีหลากหลายสไตล์ แต่เนื่องจากเรามาในช่วงสถานการณ์โควิด ทำให้ห้องอาหารบางห้องยังคงปิดบริการอยู่ โดยห้องอาหารที่ยังคงเปิดให้บริการในช่วงนี้ประกอบไปด้วย

  • ห้องอาหารเรลเวย์ (Railway Restaurant) ให้บริการอาหารไทยและนานาชาติ และบริการอาหารเช้า

  • ห้องอาหารโคสต์ บีชคลับแอนด์บิสโทร (COAST Beach Club & Bistro) อาหารนานาชาติและอา หารทะเล

  • เดอะ มิวเซียม คอฟฟี่แอนด์ที คอร์นเนอร์ (The Museum Coffee & Tea Corner) บริการเครื่องดื่ม ชา กาแฟ รวมถึงเบเกอรี่ และอาหารว่าง

  • ดิ เอเลเฟ่น บาร์ (The Elephant Bar) บริการเครื่องดื่มทุกชนิด และอาหารว่างนานาชาติ



Railway Restaurant


ถือเป็นห้องอาหารหลักของทางโรงแรม ได้รับการตกแต่งให้มีความคล้ายคลึงกับสถานีรถไฟหัวหินสมกับชื่อของห้องอาหาร ให้บริการทั้งอาหารไทยและนานาชาติในช่วงเช้าในรูปแบบไลน์บุฟเฟ่ต์ มีหลากหลายเมนู ซึ่งไลน์อาหารถือว่าไม่เล็กไม่ใหญ่ และสามารถสั่งเมนูบางอย่างเพิ่มได้อีกด้วย เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 6.30 - 10:30 น.


สำหรับใครที่ชื่นชอบดื่มด่ำกับบรรยากาศ เราขอแนะนำให้นั่งโซนด้านนอก เพราะสามารถรับประทานอาหารพร้อมชมความสวยงามยามเช้าของสวนไม้ดัด และความคลาสสิคของตัวอาคารที่หาไม่ได้จากที่ไหน


เมนูอาหารยามเช้า

ไลน์อาหารเช้า

บรรยากาศภายนอกห้องอาหารเรลเวย์ ที่สามารถนั่งรับแดดอ่อนๆ ยามเช้า

ดื่มด่ำกับความงดงามของสถาปัตยกรรมอาคาร และอาหารเช้ามื้ออร่อย

เมนูอาหารหลากหลาย


COAST Beach Club & Bistro


ห้องอาหารโคสต์ บีชคลับแอนด์บิสโทร (COAST Beach Club & Bistro) เป็นห้องอาหารหนึ่งเดียวของทางโรงแรมที่ตั้งอยู่ริมทะเล ให้บริการอาหารนานาชาติและอาหารทะเล ที่มีทั้งคาว หวาน สำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำในสไตล์ “คอสโมโพลิแทน” (Cosmopolitan) ที่มีกลิ่นอายตะวันตกแต่ผสานรสชาติแบบตะวันออก พร้อมด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ เข้ากับบรรยากาศดีๆ ริมชายทะเล ซึ่งในช่วงเย็นนั้นจะมีนักร้องมาขับกล่อมดนตรีสดให้ฟังกันอีกด้วย บรรยากาศดีมาก

บรรยากาศภายในห้องอาหารโคสต์ บีชคลับแอนด์บิสโทร

ที่นั่งภายนอก

มุมชิวๆ ริมทะเล

ศาลาไทย ที่ปรับเปลี่ยนมาเป็นเวทีสำหรับนักร้องในช่วงเย็น


ในบางอาทิตย์ ทางโรงแรมก็จะมีบุฟเฟ่ต์อาหารค่ำให้บริการ โดยในช่วงที่เรามานั้นเป็นธีมซีฟู๊ด ซึ่งบางครั้งในแต่ละอาทิตย์ก็จะมีธีมที่ไม่เหมือนกัน คอยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปไม่ให้แขกรู้สึกจำเจ


อาหารทะเลสดๆ รสชาติอร่อย

หอยนางรม Fine de Claire นำเข้าขุนมาอย่างดี สด หวานอร่อยมาก

เมนูอาหารทะเล และซูชิ


สำหรับวันที่ไม่ได้มีบุฟเฟ่ต์ให้บริการ เราก็ยังสามารถสั่งเมนู A la Carte อื่นๆ ได้เช่นกัน โดยเฉพาะถ้าใครอยากได้มุมดีๆ ติดชายหาดอย่างนี้ อย่าลืมโทรไปสำรองที่นั่งกับทางห้องอาหารเอาไว้กันก่อนล่วงหน้า รับรองว่าทานไปชมวิวไป อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งบรรยากาศแน่นอน โดยเมนูที่เราได้ลองสั่งมาชิมมีทั้ง


  • ทูน่า เซบิเช่ ทอสทาดา (Tuna Ceviche Tostadas) หวานๆ เปรี้ยวๆ พร้อมด้วยทูน่าและอโวคาโด อร่อย ลงตัวมาก

  • สลัดแซลมอน เดรสซิ่งขิงและน้ำผึ้ง (Salmon Salad with fresh ginger & honey dressing) เนื้อปลาสด นุ่ม รสชาติไม่ได้จัดจ้านมากนะ แต่กำลังดีเลย เบาๆ ทานง่าย

  • ปอเปี๊ยะสไตล์เวียดนาม (Vietnam Spring Rolls) เป็นปอเปี๊ยะแบบเวียดนาม แต่มีสอดไส้สตรอว์เบอร์รีด้วย


COAST Butterfly


COAST Teppanyaki By The Beach

โคสต์ เทปันยากิ บาย เดอะ บีช ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดดดดด คือปกติทางโรงแรมจะมีห้องอาหารญี่ปุ่นที่ชื่อฮากิตั้งอยู่ด้านนอกของโรงแรม แต่เนื่องจากช่วงนี้ปิดให้บริการอยู่ เค้าเลยยกครัวกันมาเสิร์ฟเทปันยากิกันถึงริมทะเลเลย บอกเลยว่าเซอร์ไพรส์มากไม่มีใครเหมือนจริงๆ ซึ่งวัตถุดิบก็มีเนื้อสัตว์ให้เลือกหลากหลายชนิด แต่ในครั้งนี้เราเลือกเป็นแบบอาหารทะเลที่มีทั้งกั้งทะเล เนื้อปลาฮามาจิ และสแกลล็อปชิ้นโต มาพร้อมกับเครื่องเคียง สลัด และข้าวผัดกระเทียม รสชาติดีมาก เรานั่งทานไป เชฟก็ทำอาหารโชว์ไป ก็ไฟลุกวูบวาบแบบในภาพเลยนี่แหละ ใครอยากลองของอร่อย พร้อมได้ถ่ายภาพสวยๆ ก็แนะนำให้ลองกันเลย


เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10.00-22.30 น. สำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ในราคาเริ่มต้นชุดละ 1,150++ บาท (สำหรับ 2 ท่าน)


เชฟโชว์เมนูไฟลุกกันริมทะเลหัวหิน


The Museum Coffee & Tea Corner


เราบอกเลยว่าห้ามพลาดจริงๆ เพราะเดอะ มิวเซี่ยม คอฟฟี่แอนด์ที คอร์เนอร์ เปรียบเสมือนเป็นจิตวิญญาณแห่งเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน ที่ได้เนรมิตรพื้นที่ล็อบบี้เก่าของโรงแรมรถไฟให้กลายเป็นมุมจิบชายามบ่าย รายล้อมไปด้วยข้าวของเครื่องใช้โบราณที่ได้นำมาตกแต่งเสมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมสมกับชื่อเดอะ มิวเซี่ยม ไม่ว่าจะเป็นภาพสมัยที่โรงแรมเพิ่งเปิดให้บริการ จานชามช้อนส้อม นาฬิกาโบราณ รวมถึงตู้โทรศัพท์ ตู้ไปรษณีย์ และตู้เซฟขนาดใหญ่ที่ได้นำมาจัดแสดงเอาไว้


สำหรับเมนูห้ามพลาดคือชุดน้ำชายามบ่ายหัวหิน ซึ่งถือเป็นเมนูซิกเนเจอร์ ราคาเริ่มต้น 450++ บาท ที่นำของดีของดังจากหัวหินมาจัดเรียงแบบวิจิตรบรรจง ไม่ว่าจะเป็นข้าวเหนียวมะม่วงป้าเจือ ลูกชุบคำจิ๋ว หรือชีสเชคสับปะรดจากตลาดฉัตรไชยมาให้บริการ ซึ่งเป็นนโยบายของทางโรงแรมที่ให้การสนับสนุน Local Product ของท้องถิ่น นอกจากนั้นยังมีเมนูเด็ดอื่นๆ ของทางเชฟให้บริการรวมอยู่ด้วยเช่นกัน อาทิ ชีสเค้กมะม่วง หรือสโคนรสใบเตย เสิร์ฟพร้อมครีมและแยมรสมะพร้าวที่ปรุงเป็นพิเศษเฉพาะที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน เท่านั้น เรียกว่าสั่งชุดเดียวได้ทานของอร่อยจากทั่วทั้งหัวหินโดยไม่ต้องเสียเวลาขับรถออกไปไหนเลย คุ้มมาก ส่วนชุดชาก็ใช้ของ TWG ที่เมื่อได้ทานกับขนมแล้วเข้ากันดี ถือเป็นอีกหนึ่งชุดที่ต้องสั่งจริงๆ


บรรยากาศภายในเดอะ มิวเซี่ยม คอฟฟี่แอนด์ที คอร์เนอร์

ชุดน้ำชายามบ่ายหัวหิน

อร่อยทุกอย่างจริงๆ

ของตกแต่งโบราณ


The Elephant Bar


จะเรียกว่าเป็นล็อบบี้เลาจน์ก็ว่าได้ เพราะดิ เอเลเฟ่น บาร์ นั้นตั้งอยู่ติดกับส่วนของล็อบบีโรงแรมเลย ให้บริการตั้งแต่บ่ายสองไปจนถึงค่ำ ได้รับการตกแต่งด้วยรูปภาพและรูปปั้นช้าง โดยทางโรงแรมใช้เป็นที่รับของแขกที่มาเช็คอินให้มารับบริการเครื่องดื่ม Welcome Drink ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลต่างๆ ได้ที่ห้องนี้อีกด้วย



สุดท้ายนี้ เราค่อนข้างประทับใจกับการมาพักที่เซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน เป็นอย่างมาก เรียกว่าที่พักดี บริการประทับใจ อาหารอร่อย รวมถึงยังมีเรื่องราวอันยาวนานไม่เหมือนกับที่ไหนๆ ซึ่งถ้าใครที่ชอบที่พักแนวนี้ ชอบเรื่องราวแบบนี้ เราบอกเลยว่ามันคุ้มค่ามากจริงๆ กับการได้มาดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดคลาสสิคในสถานที่อันเป็นประวัติศาสตร์แห่งนี้


เอาจริงๆ เราก็ไม่ได้คิดว่าคนที่มาที่นี่จะชอบเหมือนเราทุกคนหรอก ขึ้นอยู่กับสไตล์และรสนิยมส่วนตัวของคนนั้นๆ มากกว่า แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากแนะนำให้ได้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองกันดูสักครั้งแล้วจะรู้ว่าช่วงเวลาอันงดงามของวันวาน ก็ยังคงมีมนต์เสน่ห์อันชวนตราตรึงใจได้อยู่เสมอ ^^



Centara Grand Beach Resort & Villas Hua Hin

เว็บไซต์ www.centarahotelsresorts.com

โทร 032-512-021-38

ที่อยู่ 1 ถ.ดำเนินเกษม อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77110


จองห้องพัก Centara Grand Beach Resort & Villas Hua Hin ราคาพิเศษได้ ที่นี่


ค้นหารีวิวโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจในประเทศไทยได้ ที่นี่



หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19