• On The Jet Plane

[รีวิว] Centara Grand Beach Resort & Villas Hua Hin โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์สุดคลาสสิค ริมทะเลหัวหิน

อัปเดตเมื่อ ก.ย. 23


Centara Grand Beach Resort & Villas Hua Hin

รีวิวโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน - Centara Grand Beach Resort & Villas Hua Hin


ถ้าจะมีโรงแรมไหนที่ให้คำนิยามของ “หัวหิน” ได้ดีที่สุด ก็คงต้องขอยกตำแหน่งนั้นให้กับ เซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน (Centara Grand Beach Resort & Villas Hua Hin) รีสอร์ทตากอากาศริมทะเลแห่งแรกของสยามประเทศที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อกว่าหนึ่งร้อยปีก่อนบนพื้นที่ของหมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบ ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามหรูหราจนเป็นที่เลื่องลือทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติของยุคนั้น รวมทั้งยังถูกยกให้เป็นหนึ่งใน Heritage Hotel ที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบัน


เมื่อได้ทราบความเป็นมาอย่างนี้แล้ว บอกเลยว่าเราตื่นเต้นมากที่จะได้มาเยือนโรงแรมที่มีเรื่องราวอันยาวนานและเป็นประวัติศาสตร์ของหัวหินแห่งนี้ เอาเป็นว่าเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน จะสวยงามน่ามาพักผ่อนแค่ไหน ตามไปชมด้วยกันในรีวิวนี้ได้เลย ^^


จองห้องพัก Centara Grand Beach Resort & Villas Hua Hin ราคาพิเศษได้ที่นี่

เปรียบเทียบราคาจาก Agoda (เราเที่ยวด้วยกัน)

เปรียบเทียบราคาจาก Booking

เปรียบเทียบราคาจาก Klook

Lobby Centara Grand Beach Resort & Villas Hua Hin

สวยงามราวกับหลุดออกมาจากละครพีเรียดอย่างเรื่องวนิดา หรือปริศนา ก็ไม่ปาน เพราะที่เซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน นั้นได้รับการสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ที่ความเจริญได้เกิดขึ้นตามการพัฒนาของเส้นทางรถไฟสายใต้สู่แหลมมลายู ออกแบบโดย มร. RIGAZZO นายช่างอิตาเลี่ยนประจำกรมรถไฟหลวงในสไตล์คลาสสิคโคโรเนียล หรือที่คนในยุคนั้นรู้จักกันในชื่อของ “ตึกฝรั่ง” กับหลังคาทรงสูงแบบมลิลา จำนวน 14 ห้องชุด พร้อมตกแต่งด้วยไม้สักทั้งหลังที่มีความงดงามเป็นอย่างมาก


ชวนให้เราหวนย้อนไปถึงช่วงเวลาอันรุ่งเรืองสมัยยุคอาณานิคมที่อาคารบ้านเรือต่างๆ ได้มีการรับเอาสถาปัตยกรรมตะวันตกมาผสมผสานกับรูปแบบของความเป็นไทยในช่วงเวลานั้น ดูแล้วสวยงามไม่ต่างอะไรกับการไปเยือนโรงแรมหรือสถานที่สำคัญๆ ในต่างประเทศเลยแม้แต่น้อย ที่ทุกจุดล้วนมีเรื่องราวอันงดงาม ทรงคุณค่า และควรค่าแก่การอนุรักษ์ โดดเด่นอยู่เหนือกาลเวลาที่แม้จะผ่านมาเกือบร้อยปีแล้ว แต่ก็ยังคงดูคลาสสิคและมีมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหลชวนให้มาเยือนไม่เคยเปลี่ยน



โดยตัวโรงแรมเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2466 ในชื่อโรงแรมรถไฟหัวหิน หรือ Hua Hin Hotel (HHH) ที่อยู่ในความดูแลของกรมรถไฟหลวง ในฐานะรีสอร์ทตากอากาศริมทะเลแห่งแรกของประเทศที่มีความหรูหราที่สุดในภูมิภาค เทียบได้กับโรงแรมชั้นนำของยุโรปในสมัยนั้น ตั้งอยู่บนไพรม์โลเคชั่นใจกลางเมือง ติดกับกลุ่มหินริมชายหาดบริเวณด้านหน้าโรงแรมอันเป็นที่มาของชื่อเมือง “หัวหิน” (สมัยก่อนยังไม่มีเมือง) อีกทั้งยังตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับสถานีรถไฟหัวหิน และสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน (Royal Hua Hin Golf Course) จุดหมายปลายทางในการทางสู่เมืองตากอากาศริมทะเลของเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ หมู่ชนชั้นสูง และชาวต่างชาติที่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันเมื่อเกือบหนึ่งร้อยปีก่อน อันเป็นพื้นที่ที่ประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของหัวหินได้ถือกำเนิดขึ้นและเจริญแผ่ขยายออกไปจนเป็นอย่างที่เห็นในทุกวันนี้


จนกระทั้งปี 2529 ทางเครือโรงแรมเซนทารา ประเทศไทย ได้รับสัมปทานในการเข้ามาดูแลกิจการของโรงแรมรถไฟหัวหิน ซึ่งได้มีการบูรณะและก่อสร้างอาคารบางส่วนเพิ่มเติม พร้อมนำ Centara Grand แบรนด์โรงแรม 5 ดาวระดับเรือธงของทางเครือเข้ามาบริหารงาน รวมทั้งได้มีการปรับเปลี่ยนชื่อเรื่อยมาจนกลายเป็นเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน อย่างที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งถ้าว่ากันตามดีกรีแล้ว Centara Grand ถือเป็นแบรนด์ระดับบนที่เป็นรองแค่เพียงแบรนด์น้องใหม่ในเครืออย่าง Centara Reserve ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มลักชัวรี่คอลเลคชั่นเพียงเท่านั้น (แห่งแรกจะเปิดที่เกาะสมุยปี 2564)



การเดินทางมายังเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน นั้นก็หาไม่ยากเลยเพราะตั้งอยู่ใจกลางเมือง บนถนนดำเนินเกษมซึ่งเป็นเส้นทางลงชายหาดหัวหินในปัจจุบัน ที่เมื่อขับรถเข้ามาก็จะพบกับอาคารสีขาวตั้งเด่นพร้อมต้อนรับแขกที่มาใช้บริการ พร้อมความร่มรื่นของต้นไม้นิานาพันธุ์ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 76 ไร่ริมชายหาดหัวหิน ถือว่าเป็นโรงแรมที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในหัวหินเลยก็ว่าได้ถ้านับในเชิงการบริหารงานโดยบริษัทเอกชน



ก้าวแรกเมื่อมาถึงต้องบอกว่าประทับใจมาก กับความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบโคโรเนียลของที่นี่ มีความเป็นตะวันตกและตะวันออกแฝงอยู่ร่วมกัน จนชวนให้เรานึกถึงอัลบัมชุด “ไหมไทย” ของอาจารย์ดนู ฮันตระกูล ที่ขับกล่อมบทเพลงไทยเดิมผ่านเครื่องสายฝรั่งออกมาได้อย่างลงตัว นุ่มนวลชวนฝัน เสมือนความคลาสสิคที่อยู่คู่กาลเวลา ซึ่งใครจะไปคิดเล่าว่าโรงแรมอายุกว่า 98 ปีแห่งนี้จะยังอยู่ในสภาพดีและให้ความรู้สึกไม่ต่างกับวันวาน ที่แม้ว่าอาคารบางส่วนจะมีการก่อสร้างเพิ่มเติมในภายหลังก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าทางโรงแรมเค้ามีการบำรุงรักษาและใส่ใจเป็นอย่างมาก แม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างสวิตซ์ไฟโบราณก็ยังมีการเก็บรักษาเอาไว้ รวมทั้งเครื่องแบบพนักงานเองด้วยก็เช่นกันที่มีความย้อนยุคเข้ากับตัวอาคาร


โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน ประกอบไปด้วยกลุ่มอาคาร 3 ชุดด้วยกัน ที่เมื่อมองจากด้านบนก็จะมีความคลายคลึงกับขบวนรถไฟที่กำลังวิ่งคดเคี้ยวไปมา ได้รับการสร้างขึ้นต่างยุคต่างสมัยโดยมีลักษณะการออกแบบและการตกแต่งภายในที่แตกต่างกันออกไปตามหลักนิยมในช่วงเวลานั้นๆ โดยมีการออกแบบให้คล้ายคลึงกันกับการสร้างในยุคสมัยแรก ประกอบไปด้วย


  • อาคารเรลเวย์วิง (Railway Wing) นับเป็นอาคารแห่งแรกตั้งแต่สมัยยังเป็นโรงแรมรถไฟเดิม เพดานสูง ได้รับการตกแต่งด้วยไม้สักทั้งหลัง โทนห้องสีน้ำตาลอ่อน

  • อาคารโคโลเนียลวิง (Colonial Wing) ได้รับการสร้างขึ้นในภายหลังในสไตล์โคโลเนียลแบบอังกฤษ โทนห้องสีน้ำตาลเข้ม

  • อาคารการ์เด้นวิง (Garden Wing) ถือเป็นอาคารหลังล่าสุดที่ได้รับการสร้างขึ้น พื้นที่ภายในห้องจะมีลักษณะที่ใหญ่และสว่างกว่าห้องพักของอาคารอื่นๆ พร้อมด้วยวิวสวน


เครื่องดื่ม Welcome Drink ในแก้วน้ำรูปช้าง

Railway Wing

อาคารเรลเวย์วิง (Railway Wing)

Colonial Wing

อาคารโคโลเนียลวิง (Colonial Wing) ตั้งอยู่ตรงกลางและเป็นที่ตั้งของล็อบบี้โรงแรม

Garden Wing

อาคารการ์เด้นวิง (Garden Wing)

ทางเชื่อมระหว่างอาคาร


Room Type


ห้องพักของเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน ประกอบไปด้วยห้องพักจำนวน 209 ห้องด้วยกัน รวมถึงวิลล่าอีกจำนวน 42 หลัง (ตั้งอยู่บนพื้นที่ติดกัน) ประกอบไปด้วย

ห้องพัก

• ห้องพักแบบดีลักซ์ (Deluxe Room)

• ห้องพักแบบพรีเมียม ดีลักซ์ (Premium Deluxe Room)

• ห้องพักแบบแฟมิลี่ (Family Room)

• ห้องพักแบบแฟมิลี่ พูลเทอร์เรส (Family Room Pool Terrace)

• ห้องพักแบบพรีเมียม ดีลักซ์ คลับ (Premium Deluxe Club Room)

• ห้องพักแบบสวีท (Suite)


วิลลา

• วิลลา 1 ห้องนอน การ์เดน วิว (Villa One Bedroom Garden View)

• พูล วิลลา 1 ห้องนอน (Villa One Bedroom with Private Pool)

• พูล วิลลา สวีท 1 ห้องนอน (Villa One Bedroom Suite with Private Pool)


โดยทุกห้องพักเป็นจะมีพัดลมเพดานเป็นอุปกรณ์ตกแต่งชิ้นสำคัญ พร้อมเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้วัสดุจากไม้เป็นหลัก รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอันทันสมัยอื่นๆ เพื่อรองรับตามความต้องการในปัจจุบัน ซึ่งในรีวิวนี้เราจะพาทุกท่านไปชมกับห้องพัก 3 แบบ 3 สไตล์จากทั้ง 3 อาคารของทางโรงแรมด้วยกัน โดยเรียงลำดับตามการก่อสร้าง


ทุกห้องพักได้รับการทำความสะอาดตามมาตรฐานของเซ็นทาราแกรนด์ พร้อมติดซีลรับรองก่อนให้แขกเข้ามาใช้บริการ

Deluxe Suite  (อาคารเรลเวย์วิง)

ห้องพักแบบ Deluxe Suite (อาคารเรลเวย์วิง)


ตั้งอยู่ในอาคารเรลเวย์วิง ซึ่งเป็นอาคารแห่งแรกของทางโรงแรม มีจุดเด่นคือเพดานสูงโปร่งเพื่อให้ระบายอากาศได้ดี เนื่องจากในอดีตนั้นยังไม่มีเครื่องปรับอากาศ รวมถึงมีการตกแต่งผนังไม้สูงขึ่นมาครึ่งกำแพงซึ่งได้รับความนิยมในสมัยอดีต ที่ในปัจจุบันทางโรงแรมก็ยังคงอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี รวมถึงสัญลักษณ์ HHH อันเป็นชื่อเดิมของ Hua Hin Hotel


ภายในห้องน้ำ

สัญลักษณ์ของการรถไฟและโถงบันไดเดิมของทางโรงแรมยังคงได้รับการเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี

Deluxe Suite (อาคารโคโลเนียลวิง)

ห้องพักแบบ Deluxe Suite (อาคารโคโลเนียลวิง)


เป็นห้องพักที่ตั้งอยู่ในอาคารโคโลเนียลวิง ที่ได้รับการตกแต่งในสไตล์โคโลเนียลแบบอังกฤษ ดูหรูหรา สุขุมนุ่มลึกกับโทนห้องสีน้ำตาลเข้ม พร้อมจุดเด่นเป็นกระจกของห้องน้ำที่สามารถเปิดเชื่อมบริเวณห้องนอนและอ่างอาบน้ำได้


โทนห้องสีน้ำตาลเข้ม

การตกแต่งหน้าต่างให้มีความคล้ายคลึงกับบนรถไฟ

Premium Deluxe Club Room (อาคารการ์เด้นวิง)

ห้องพักแบบ Premium Deluxe Club Room (อาคารการ์เด้นวิง)


ซึ่งเป็นห้องพักที่เรามาใช้บริการในครั้งนี้ ตั้งอยู่ภายในอาคารการ์เด้นวิงซึ่งเป็นอาหารหลังล่าสุดที่มีการสร้างขึ้นในภายหลัง ลักษะห้องดูโปร่งพร้อมโทนห้องสีสว่างน่าพักผ่อน ภายในกว้างขวางสะดวกสบาย มีการแบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็นส่วนๆ ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ห้องเก็บกระเป๋าและเสื้อผ้า พื้นที่นั่งเล่น โต๊ะทำงาน เตียงนอน และพื้นที่ระเบียงด้านนอกพร้อมวิวสวน


ส่วนตัวเราค่อนข้างประทับใจกับห้องพักเป็นอย่างมาก เพราะว่าชอบสไตล์นี้อยู่แล้ว ดูคลาสสิคสวยงาม เครื่องใช้หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในห้องได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี รวมทั้งมีการเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นลำโพงบลูทูธ เครื่องชงกาแฟ หรือระบบควบคุมไฟภายในห้องพัก


อีกหนึ่งความประทับใจคือเรื่องของความสะอาด คือต้องอย่าลืมว่าตัวโรงแรมนั้นเปิดให้บริการมาแล้วอย่างยาวนาน แต่ต้องยอมรับในเรื่องของการบำรุงรักษาและการทำความสะอาดจริงๆ คือของใช้แต่ละชิ้นยังคงอยู่ในสภาพดี น่าใช้งาน ภายในห้องน้ำสะอาดสะอ้าน ไม่มีคราบดำหรือสิ่งสกปรกตามซอกมุมให้กวนใจเลย


Premium Deluxe Club Room (อาคารการ์เด้นวิง)

บรรยากาศภายในห้องนอน

Premium Deluxe Club Room (อาคารการ์เด้นวิง)

มุมโซฟานั่งเล่น และโต๊ะทำงาน

ตกแต่งห้องโทนสีขาวสบายตา พร้อมด้วยพัดลมบนเพดานอันเป็นเอกลักษณ์

บริเวณทางเข้าห้อง และโต๊ะเครื่องแป้ง

ห้องน้ำพร้อมเรนชาวเวอร์

อ่างอาบน้ำ

สบู่และแชมพูภายในห้องน้ำโดย esse

มุมเก็บชากาแฟ

วิวสวนจากในห้องพัก

บริเวณระเบียง และห้องเก็บกระเป๋าเสื้อผ้า

มีกระเป๋าผ้าของทางโรงแรมเตรียมไว้ให้ใช้

บรรยากาศภายในห้องพักช่วงกลางคืน

The Club

The Club


เดอะ คลับ (The Club) อีกหนึ่งอภินันทนาการสำหรับแขกที่ใช้บริการห้องพักแบบสวีทหรือวิลล่า ที่บอกเลยว่าชอบมากกกกก เพราะครบ จบ ในราคาเดียว ตอบโจทย์คนที่ต้องการมาพักผ่อนภายในโรงแรม ไม่เน้นออกไปเที่ยวภายนอกเท่าไหร่นัก เพราะมีมื้อหนัก มื้อเบา ให้บริการตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า (เสาร์-อาทิตย์) ชุดน้ำชายามบ่าย หรือของว่างพร้อมเครื่องดื่มไม่อั้นในช่วงเย็น มีให้เลือกหลากหลายทั้งแบบมีหรือไม่มีแอลกอฮอลล์


สิทธิพิเศษจากเดอะ คลับ มีค่าบริการปกติ 3,500++ บาทต่อคืนต่อห้องพักเมื่อเช้าพักในห้องพักปกติ ทั้งนี้ราคาอาจมีการปรับขึ้นและลงตามช่วงเทศกาลต่างๆ


ที่นั่งของเดอะ คลับบริเวณ Facade ด้านนอกอาคาร

The Club

บรรยากาศภายในเดอะ คลับ

ไลน์อาหารเช้าภายในเดอะ คลับ พร้อมยังสามารถสั่งเมนู A la Carte ได้เพิ่มเติมเช่นกัน

อาหารว่างและขนมยามบ่าย

อาหารว่างสำหรับช่วงเย็น

ชุดชายามบ่าย (ซ้าย) และชุดอาหารว่างช่วงเย็น (ขวา) ภายในเดอะ คลับ

เครื่องดื่มช่วงเย็น


Facility


พื้นที่ส่วนกลางของเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน นับว่ามีขนาดใหญ่มาก เพราะอย่างที่กล่าวไปในช่วงต้นว่าทางโรงแรมมีพื้นที่มากถึง 76 ไร่ด้วยกัน พร้อมตั้งอยู่ติดกับชายหาดหัวหิน ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำจำนวน 3 สระ เครื่องเล่น ฟิตเนส คิดส์คลับ รวมถึงสวนไม้ดัดรูปสัตว์ต่างๆ ให้ความรู้สึกร่มรื่น เขียวขจี เหมาะแก่การมาพักผ่อนเป็นอย่างมาก


โดยส่วนของสระว่ายน้ำนั้นเรียกว่ามีให้บริการอยู่ครบทั้ง 3 อาคารหลักของโรงแรม ซึ่งถ้าบ้านไหนพาคุณหนูๆ มาด้วยแนะนำให้ไปใช้บริการที่สระของอาคารเรลเวย์วิงเลย เพราะอยู่ติดกับคิดส์คลับ โต๊ะปิงปอง รวมถึงมีเครื่องเล่นเป่าลมให้น้องๆ หนูๆ ได้มาเล่นกันภายในสระว่ายน้ำอีกด้วย


แต่ถ้าใครชอบบรรยากาศดีๆ เราขอแนะนำสระของอาคารโคโลเนียลวิงติดกับชายหาด พร้อมเก้าอี้อาบแดดให้มานอนเล่นรับลมทะเลและเสียงคลื่น ยิ่งช่วงบ่ายๆ ลมดีๆ มีเสียงนกร้องที่ฟังแล้วแทบจะเคลิ้มหลับไปเลยทีเดียว ส่วนคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวหน่อยต้องไปใช้บริการสระของอาคารการ์เด้นวิง ที่อยู่ลึกเข้าไปทางด้านหลังของโรงแรม


สระของอาคารเรลเวย์วิงพร้อมเครื่องเล่นเป่าลม

สระของอาคารการ์เด้นวิง

เครื่องเล่นเป่าลมภายในสระว่ายน้ำ

สระของอาคารโคโลเนียลวิงและประภาคารริมทะเลหัวหิน


Fitness


ฟิตเนสตั้งอยู่ที่อาคารโคโลเนียลวิง ขนาดกำลังดี ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ มีเครื่องเล่นและพวกฟรีเวทให้บริการ



สวนไม้ดัด


ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน กับสวนไม้ดัดรูปสัตว์ต่างๆ ที่มีอายุกว่า 80 ปีด้วยกัน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าอาคารเรลเวย์วิง ซึ่งเป็นทางเข้าเก่าในอดีตของทางโรงแรม รวมถึง "คุณโชคดี" ไม้ดัดรูปช้างขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่ด้านหน้า สามารถให้คนมาเดินลอดเพื่อความโชคดีเสมือนการลอดท้องช้างตามความเชื่อของคนไทยกันได้ โดยในอดีตนั้นรถที่รับแขกจากสถานีรถไฟมายังโรงแรมจะสามารถวิ่งลอดท้องของคุณโชคดีได้เลย


เขาวงกต อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดมาถ่ายรูป

บรรยากาศร่มรื่นน่ามาพักผ่อน

กระดานหมากรุกขนาดยักษ์ที่สามารถใช้เล่นได้จริงๆ


ชายหาดหัวหิน


เรียกว่าชื่อของ "หัวหิน" นั้นเกิดขึ้นมาจากลักษณะทางกายภาพของพื้นที่หาดบริเวณนี้เลยก็ย่อมได้ เพราะมีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครกับกลุ่มหินริมชาดหาดที่จะมีอยู่เฉพาะตรงบริเวณนี้แต่เพียงเท่านั้น พร้อมด้วยประภาคารขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวหรือไม่ แต่จากจุดเด่นดังกล่าวอาจจะมีส่วนช่วยกันไม่ให้คลื่นซัดกระทบเข้ากับฝั่งแรงเหมือนพื้นที่บริเวณอื่นในช่วงที่น้ำขึ้น และทำให้ชายหาดด้านหน้าโรงแรมมีความลึกเข้าไปในทะเลมากกว่าพื้นที่บริเวณช่วงอื่นๆ ของหาด จึงช่วยให้เราสามารถมาเดินเล่นบนชายหาดบริเวณนี้ได้ตลอดทั้งวัน


ส่วนใครที่ชอบตื่นเช้า อย่าลืมเตรียมของมาใส่บาตรกันด้วยละ เพราะที่หัวหินจะมีพระท่านมาเดินบิณบาตรกันริมชายหาดอีกด้วย พิเศษไม่เหมือนใครจริงๆ


ขี่ม้า อีกหนึ่งกิจกรรมห้ามพลาดเมื่อมาหัวหิน

กลุ่มหินริมชายหาด และประภาคาร ในช่วงเช้า

ใส่บาตรริมชายหาดหิวหิน

กิจกรรมอื่นๆ ริมชายหาดหัวหิน

Railway Restaurant

Restaurant


ห้องอาหารของเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน มีหลากหลายสไตล์ แต่เนื่องจากเรามาในช่วงสถานการณ์โควิด ทำให้ห้องอาหารบางห้องยังคงปิดบริการอยู่ โดยห้องอาหารที่ยังคงเปิดให้บริการในช่วงนี้ประกอบไปด้วย

  • ห้องอาหารเรลเวย์ (Railway Restaurant) ให้บริการอาหารไทยและนานาชาติ และบริการอาหารเช้า

  • ห้องอาหารโคสต์ บีชคลับแอนด์บิสโทร (COAST Beach Club & Bistro) อาหารนานาชาติและอา หารทะเล

  • เดอะ มิวเซียม คอฟฟี่แอนด์ที คอร์นเนอร์ (The Museum Coffee & Tea Corner) บริการเครื่องดื่ม ชา กาแฟ รวมถึงเบเกอรี่ และอาหารว่าง

  • ดิ เอเลเฟ่น บาร์ (The Elephant Bar) บริการเครื่องดื่มทุกชนิด และอาหารว่างนานาชาติ



Railway Restaurant


ถือเป็นห้องอาหารหลักของทางโรงแรม ได้รับการตกแต่งให้มีความคล้ายคลึงกับสถานีรถไฟหัวหินสมกับชื่อของห้องอาหาร ให้บริการทั้งอาหารไทยและนานาชาติในช่วงเช้าในรูปแบบไลน์บุฟเฟ่ต์ มีหลากหลายเมนู ซึ่งไลน์อาหารถือว่าไม่เล็กไม่ใหญ่ และสามารถสั่งเมนูบางอย่างเพิ่มได้อีกด้วย เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 6.30 - 10:30 น.


สำหรับใครที่ชื่นชอบดื่มด่ำกับบรรยากาศ เราขอแนะนำให้นั่งโซนด้านนอก เพราะสามารถรับประทานอาหารพร้อมชมความสวยงามยามเช้าของสวนไม้ดัด และความคลาสสิคของตัวอาคารที่หาไม่ได้จากที่ไหน


เมนูอาหารยามเช้า

ไลน์อาหารเช้า

Railway Restaurant

บรรยากาศภายนอกห้องอาหารเรลเวย์ ที่สามารถนั่งรับแดดอ่อนๆ ยามเช้า

ดื่มด่ำกับความงดงามของสถาปัตยกรรมอาคาร และอาหารเช้ามื้ออร่อย

เมนูอาหารหลากหลาย

COAST Beach Club & Bistro

COAST Beach Club & Bistro


ห้องอาหารโคสต์ บีชคลับแอนด์บิสโทร (COAST Beach Club & Bistro) เป็นห้องอาหารหนึ่งเดียวของทางโรงแรมที่ตั้งอยู่ริมทะเล ให้บริการอาหารนานาชาติและอาหารทะเล ที่มีทั้งคาว หวาน สำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำในสไตล์ “คอสโมโพลิแทน” (Cosmopolitan) ที่มีกลิ่นอายตะวันตกแต่ผสานรสชาติแบบตะวันออก พร้อมด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ เข้ากับบรรยากาศดีๆ ริมชายทะเล ซึ่งในช่วงเย็นนั้นจะมีนักร้องมาขับกล่อมดนตรีสดให้ฟังกันอีกด้วย บรรยากาศดีมาก

COAST Beach Club & Bistro

บรรยากาศภายในห้องอาหารโคสต์ บีชคลับแอนด์บิสโทร

ที่นั่งภายนอก

COAST Beach Club & Bistro

มุมชิวๆ ริมทะเล

ศาลาไทย ที่ปรับเปลี่ยนมาเป็นเวทีสำหรับนักร้องในช่วงเย็น


ในบางอาทิตย์ ทางโรงแรมก็จะมีบุฟเฟ่ต์อาหารค่ำให้บริการ โดยในช่วงที่เรามานั้นเป็นธีมซีฟู๊ด ซึ่งบางครั้งในแต่ละอาทิตย์ก็จะมีธีมที่ไม่เหมือนกัน คอยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปไม่ให้แขกรู้สึกจำเจ


อาหารทะเลสดๆ รสชาติอร่อย

หอยนางรม Fine de Claire นำเข้าขุนมาอย่างดี สด หวานอร่อยมาก

เมนูอาหารทะเล และซูชิ

COAST Beach Club & Bistro

สำหรับวันที่ไม่ได้มีบุฟเฟ่ต์ให้บริการ เราก็ยังสามารถสั่งเมนู A la Carte อื่นๆ ได้เช่นกัน โดยเฉพาะถ้าใครอยากได้มุมดีๆ ติดชายหาดอย่างนี้ อย่าลืมโทรไปสำรองที่นั่งกับทางห้องอาหารเอาไว้กันก่อนล่วงหน้า รับรองว่าทานไปชมวิวไป อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งบรรยากาศแน่นอน โดยเมนูที่เราได้ลองสั่งมาชิมมีทั้ง


  • ทูน่า เซบิเช่ ทอสทาดา (Tuna Ceviche Tostadas) หวานๆ เปรี้ยวๆ พร้อมด้วยทูน่าและอโวคาโด อร่อย ลงตัวมาก

  • สลัดแซลมอน เดรสซิ่งขิงและน้ำผึ้ง (Salmon Salad with fresh ginger & honey dressing) เนื้อปลาสด นุ่ม รสชาติไม่ได้จัดจ้านมากนะ แต่กำลังดีเลย เบาๆ ทานง่าย

  • ปอเปี๊ยะสไตล์เวียดนาม (Vietnam Spring Rolls) เป็นปอเปี๊ยะแบบเวียดนาม แต่มีสอดไส้สตรอว์เบอร์รีด้วย


COAST Butterfly

COAST Teppanyaki By The Beach

COAST Teppanyaki By The Beach

โคสต์ เทปันยากิ บาย เดอะ บีช ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดดดดด คือปกติทางโรงแรมจะมีห้องอาหารญี่ปุ่นที่ชื่อฮากิตั้งอยู่ด้านนอกของโรงแรม แต่เนื่องจากช่วงนี้ปิดให้บริการอยู่ เค้าเลยยกครัวกันมาเสิร์ฟเทปันยากิกันถึงริมทะเลเลย บอกเลยว่าเซอร์ไพรส์มากไม่มีใครเหมือนจริงๆ ซึ่งวัตถุดิบก็มีเนื้อสัตว์ให้เลือกหลากหลายชนิด แต่ในครั้งนี้เราเลือกเป็นแบบอาหารทะเลที่มีทั้งกั้งทะเล เนื้อปลาฮามาจิ และสแกลล็อปชิ้นโต มาพร้อมกับเครื่องเคียง สลัด และข้าวผัดกระเทียม รสชาติดีมาก เรานั่งทานไป เชฟก็ทำอาหารโชว์ไป ก็ไฟลุกวูบวาบแบบในภาพเลยนี่แหละ ใครอยากลองของอร่อย พร้อมได้ถ่ายภาพสวยๆ ก็แนะนำให้ลองกันเลย


เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10.00-22.30 น. สำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ในราคาเริ่มต้นชุดละ 1,150++ บาท (สำหรับ 2 ท่าน)


เชฟโชว์เมนูไฟลุกกันริมทะเลหัวหิน