[รีวิว] THAI’s first Airbus A321neo ลำแรกของการบินไทย พร้อม Royal Silk Class และ Economy Class ใหม่ล่าสุด | Thai Airways
- Onthejetplane

- 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 1 นาทีที่ผ่านมา

THAI’s first Airbus A321neo กับการพลิกโฉมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของการบินไทยด้วย A321neo ลำแรกของ Thai Airways เมื่อเดินเข้าไปสัมผัสได้ทันทีว่านี่คือยุคใหม่ของการบินไทย ทั้งเรื่องของที่นั่งแบบใหม่ บรรยากาศห้องโดยสารใหม่และความกว้างขวาง พร้อม Power Outlet ทั้ง USB-A และ USB-C ทุกที่นั่ง โดยเฉพาะที่นั่งชั้นธุรกิจ (Royal Silk Class) รุ่นใหม่สำหรับเครื่องบินระดับภูมิภาค ที่ลองนั่งปุ๊บความรู้สึกอยากบินก็ปะทะเข้ามาทันที และที่สำคัญ A321neo ลำนี้ยังประหยัดการใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นถึง 15% THAI's Airbus A321neo ลำใหม่นี้เตรียมให้บริการครั้งแรกวันที่ 22 มกราคม 2569 ในเที่ยวบิน TG413 เส้นทางกรุงเทพ - สิงคโปร์ (BKK-SIN) และในอนาคตจะตามมาด้วย ธากา, ภูเก็ต, นิวเดลี และเวียงจันทน์

ทันทีที่ Onthejetplane ได้รับคำชวนจากการบินไทยในการเข้าร่วมงานเปิดตัว Airbus A321neo ลำใหม่ล่าสุด Aviation Fan อย่างเราก็ตอบตกลงทันที ซึ่ง A321neo คือเครื่องบินลำตัวแคบที่ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมของฝูงบินระดับภูมิภาคยุคใหม่ ที่พร้อมเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางของเราให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น


Mood ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไป รู้สึกได้ทันทีว่านี่คือยุคใหม่ของการบินไทยจริงๆ เป็นอะไรใหม่ๆ ที่ทำให้เราไม่กล้าเรียกการบินไทยว่า “ป้าม่วง” อีกต่อไปแล้ว สไตล์ดูทันสมัยมากขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่ยังคงความหรูหราพร้อมชนกับสายการบินระดับโลก โดยเฉพาะที่นั่งชั้นธุรกิจ (Royal Silk Class) รุ่นใหม่สำหรับเครื่องบินระดับภูมิภาค ที่ลองนั่งปุ๊บความรู้สึกอยากบินก็ปะทะเข้ามาทันที และที่สำคัญ A321neo ลำนี้ยังประหยัดการใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นถึง 15%

สรุป 10 ข้อ เกี่ยวกับ Airbus A321neo เครื่องบินลำใหม่ล่าสุดจากการบินไทย
เป็นเครื่องบิน Airbus A321neo ลำแรกของการบินไทย ส่งตรงจาก “โรงงานผลิตของแอร์บัส” ถึงประเทศไทยเมื่อ 25 ธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา โดยการบินไทยได้มีการสั่งซื้อ Airbus A321neo ทั้งหมด 32 ลำ ด้วยกัน และในปี 2026 นี้ Thai Airways มีแผนทยอยรับมอบชุดแรกเข้ามาสู่ฝูงบินก่อน เป็นจำนวน 16 ลำ
เครื่อง Airbus A321neo ลำนี้ทะเบียน HS-TOA และได้รับนามพระราชทาน “บวรรังษี” (Bowonrangsi) ซึ่งในอดีต “บวรรังษี” เคยถูกใช้กับเครื่องบิน Boeing 747-400 ของการบินไทยที่ปลดประจำการไปแล้ว (ลวดลายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์)

Airbus A321neo (New Engine Option) ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบแฟน CFM LEAP-1A จำนวน 2 เครื่อง ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงมี Wingtip ขนาดใหญ่ที่บริเวณปลายปีก รวมแล้วช่วยให้สามารถประหยัดการใช้เชื้อเพลิงได้มากขึ้นถึง 15% พร้อมรองรับการใช้เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน หรือ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ได้ถึง 50%
การจัดวางที่นั่ง (Configuration) A321neo ใช้เฉพาะเส้นทางบินระดับภูมิภาค มีทั้งหมด 175 ที่นั่ง, แบ่งเป็น 2 ชั้นโดยสารด้วยกัน คือ 16 Royal Silk Class (ชั้นธุรกิจ) และ 159 Economy Class (ชั้นประหยัด) พร้อมติดตั้ง In-Flight Entertainment ด้วยจอความละเอียดแบบ 4K ในทุกที่นั่ง


Royal Silk Class หรือ ที่นั่งชั้นธุรกิจ สามารถปรับเอนนอนได้ 180 องศา ถือเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งที่นั่งแบบ Fully-Flat Beds บนเครื่องบินลำตัวแคบทางเดินเดี่ยว (Narrow-Body) ของการบินไทย โดยมีการจัดแถวที่นั่งแบบ 2-2 (Double Seats) และ 1-1 (Throne Seats) สลับแถวกันไป อีกหนึ่งไฮไลต์สำหรับเราคือแถวที่จัดเป็น 1-1 มี Space โดยรวมกว้างมาก ความรู้สึกเหมือนได้ที่นั่งแบบ Private ไม่ต้องสบตาใคร ส่วนตัวสุดๆ ไม่แพ้เครื่องลำตัวกว้าง (Wide-Body) เลย ข้อเสียเดียวคือน่าจะต้องแย่งชิงกันเพราะมีรองรับแค่เที่ยวบินละ 4 ที่นั่งเท่านั้น


ที่นั่งชั้นประหยัด หรือ Economy Class เปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ คือ Recaro R3 ที่การบินไทยได้เปิดตัวไปเมื่อปีก่อนและนี่คือครั้งแรกที่ถูกนำมาใช้งานจริง ซึ่งเท่าที่ Onthejetplane ได้ลองสัมผัสการใช้งานต้องบอกว่าค่อนข้างประทับใจในส่วนของ “ที่วางขากว้างขึ้นมาก” ด้านบน Headrest เป็นหนังเราชอบมากกว่าแบบเดิมที่เป็นผ้า จอ 4K ใหญ่ 13.3” ส่วน Controller สำหรับปรับหน้าจอก็เป็นระบบสัมผัสใช้นิ้วเลื่อนเหมือน Trackpad ได้เลย ทุกที่นั่งมาพร้อม Power Outlet USB-A และ USB-C

Airbus A321neo ลำแรกของการบินไทย มาพร้อมลวดลายพิเศษ “FIRST A320neo” ที่บริเวณด้านข้างส่วนหัวของเครื่องบิน กับลายเส้นพริ้วไหวคล้ายการพนมมือ สื่อถึงการต้อนรับด้วยไมตรีจิตรในเสนห่ห์แบบ THAI Touch
เครื่อง Airbus A321neo ลำใหม่นี้เตรียมให้บริการครั้งแรกวันที่ 22 มกราคม 2569 ในเที่ยวบิน TG413 เส้นทางกรุงเทพฯ - สิงคโปร์ (BKK-SIN) โดยมีตารางการบินให้บริการระหว่างช่วงวันที่ 22 มกราคม - 28 มีนาคม 2569 ดังนี้
เที่ยวบิน TG413 เส้นทาง กรุงเทพฯ –สิงคโปร์ เวลา 11.30 – 14.50 น.
เที่ยวบิน TG414 เส้นทาง สิงคโปร์ – กรุงเทพฯ เวลา 15.55 – 17.15 น.
เที่ยวบิน TG221 เส้นทาง กรุงเทพฯ – ภูเก็ต เวลา 18.30 – 20.00 น.
เที่ยวบิน TG222 เส้นทาง ภูเก็ต – กรุงเทพฯ เวลา 20.40 – 22.15 น.
เที่ยวบิน TG331 เส้นทาง กรุงเทพฯ – เดลี เวลา 23.25 – 02.20 น. (วันถัดไป)
เที่ยวบิน TG332 เส้นทาง เดลี– กรุงเทพฯ เวลา 03.30 – 09.00 น.
การบินไทยวางกลยุทธ์ใช้ Airbus A321neo กับเส้นทางบินระดับภูมิภาค (Regional) ในระยะประมาณ 3-4 ชั่วโมงบิน เพื่อยกระดับการให้บริการ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ด้วยเครื่องบินและที่นั่งรุ่นใหม่ที่มีความเหมาะสมกับเส้นทางและระยะทางบิน โดยในอนาคตเตรียมนำมาใช้ในเส้นทางอื่นๆ เพิ่มเติม ประกอบไปด้วย ในประเทศ คือ ภูเก็ต และต่างประเทศ ธากา, นิวเดลี,เวียงจันทน์
การรับมอบเครื่อง Airbus A321neo ลำใหม่นี้ ถือเป็นการเริ่มต้นปฐมบทใหม่ของการบินไทย ในการกลับมาสยายปีกอย่างสวยงาม หลังจากหุ้น THAI กลับเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จในปีที่ผ่านมา

THAI’s A321neo ลำแรกของการบินไทย ไม่ได้เป็นแค่เพียงเครื่องบินลำใหม่เท่านั้น แต่คือสัญลักษณ์ของการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ทั้งดีไซน์ ความทันสมัย และประสบการณ์การเดินทางที่ได้รับการยกระดับขึ้นในทุกมิติ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Thai Airways ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 66 ที่กลับมาให้บริการอย่างสง่างาม และน่าจับตามองอีกครั้งบนเส้นทางบินระดับภูมิภาค ✈️


_edited.png)


