• On The Jet Plane

20 จุดเช็คอินสุดฟินที่อเมริกา น่าไปเยือน



20 จุดเช็คอินสุดฟินที่อเมริกา น่าไปเยือน


ช่วงนี้ต่างประเทศก็เปิดให้เดินทางไปเที่ยวได้แล้ว อยากไปเที่ยวสหรัฐอเมริกาอย่ารอช้า เพราะเวลานี้เมืองลุงแซมเปิดประเทศให้เที่ยวอย่างเป็นทางแล้วรู้ยัง ใครได้รับวัคซีนครบ หรือฉีดวัคซีนเข็มสุดท้ายอย่างน้อย 14 วัน ก่อนออกเดินทาง ก็จองตั๋วเครื่องบินไปอเมริกา กับ Traveloka Travel & Lifestyle Super App ที่มีรวมทั้งที่เที่ยว ที่พัก และตั๋วเครื่องบิน นอกจากนั้นยังมีโปรโมชั่นมากมาย คลิกดูได้ที่นี่ ให้ไปเที่ยวกันได้แบบชิลๆ แต่เดี๋ยวก่อน ยังมีไม่ลิสต์ที่เที่ยวในดวงใจกันเลยใช่มั้ย ถ้างั้นขอแนะนำ 20 จุดเช็คอินสุดฟินที่อเมริกาเป็นการนำร่องก่อน เผื่อจะได้ไอเดียดีๆ ได้ที่เที่ยวสุดประทับใจให้ไปสำรวจกัน



อย่าลืมเช็คมาตรการสนามบินเผื่อจะได้เตรียมเอกสาร และรับทราบเงื่อนไขเวลาเข้าอเมริกา สามารถเข้าไปดูได้ที่ คลิก จากนั้นอย่ารอช้าไปเตรียมตัว แพลนเที่ยว ลิสต์ที่เที่ยว แล้วแพ็คกระเป๋าไปด้วยกัน


จองตั๋วเครื่องบิน Traveloka ไปอเมริกา > https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-united-states-of-america



1. เทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty)


จุดหมายแรกที่ผู้มาเยือนมหานครนิวยอร์กต้องไม่พลาดคือ “เทพีเสรีภาพ” อนุสาวรีย์แลนด์มาร์คอันดับ 1 ที่โดดเด่นตระการตาอยู่บนเกาะลิเบอร์ตี้ กลางแม่น้ำฮัดสัน ภายในอนุสาวรีย์มีบันได 162 ขั้น ให้ขึ้นไปยังยอดมงกุฎ เพื่อชมวิวทิวทัศน์และตึกระฟ้าในเมืองนิวยอร์ก และยังมีบริการเรือนำชมรอบๆ อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ หรือใครจะแวะไปเที่ยวเกาะเอลลิสที่อยู่ไม่ไกลกันก็ได้เช่นกัน



2. สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ค (Central Park)


“เซ็นทรัลพาร์ค” หนึ่งในแลนด์มาร์คที่สำคัญของอเมริกา สวนสาธารณะกลางเมืองนิวยอร์กแห่งนี้เต็มไปด้วยผืนป่าอันเขียวขจี และมีความหลากหลายอยู่ภายในพื้นที่เที่ยวชมได้ทุกฤดู ทั้งทะลสาบธรรมชาติพร้อมกิจกรรมสารพัด ลานสเก็ตสำหรับฤดูหนาว สนามหญ้ากว้างใหญ่ สวนสัตว์ ประติมากรรมงานศิลปะต่างๆ หรือแม้แต่พื้นที่จัดแสดงคอนเสิร์ทขนาดใหญ่ นับว่าเป็นจุดเช็คอินของนิวยอร์กที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด



3. ไทม์สแควร์ (Times Square)


“ไทม์สแควร์” ดินแดนแห่งแสงสีของมหานครนิวยอร์ก เป็นที่รวบรวมทุกสิ่งไว้ในย่านธุรกิจสุดคึกคักนี้ ทั้งโรงละคร โรงภาพยนตร์ คอนเสิร์ตฮอลล์ แหล่งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม ภัตตาคาร และร้านอาหารอีกมากมาย ย่านที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้ยังเป็นแลนมาร์กระดับโลกในการนับถอยหลังก้าวสู่ปีใหม่ชมการปล่อยลูกบอลยักษ์จากยอดตึก ซึ่งเป็นธรรมเนียมการฉลองที่ทำต่อเนื่องมานานกว่า 114 ปี



4. สะพานโกลเดนเกต (Golden Gate Bridge)


“สะพานโกลเดนเกต” เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินยอดนิยมที่ใครมานิวยอร์กแล้วต้องแวะ สะพานแขวนขนาดใหญ่ มีความยาว 2.7 กิโลเมตร พาดข้ามช่องแคบระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและอ่าวซานฟรานซิสโก และเป็นสะพานเชื่อมระหว่างนครซานฟรานซิสโกกับเมืองมารินเคาน์ตี้ สะพานแห่งนี้มีทิวทัศน์ที่สวยงามแตกต่างกันตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะเห็นม่านหมอกหนาให้ภาพสะพานในมุมที่แปลกตา



5. บิ๊กเซอร์ (Big Sur)


“บิ๊กเซอร์” ถนนสายเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามติดอันดับต้นๆ ของโลก นับเป็นเส้นทางในฝันของคนชอบขับรถเที่ยวกินลมชมวิว ซึ่งตลอดทั้งเส้นทางจะมีที่เที่ยววิวสวยๆ ให้แวะถ่ายรูปรัวๆ เยอะมาก ทั้งวิวภูเขา หน้าผา และผืนน้ำสวยๆ กว้างไกลสุดสายตา ด้วยความหลากหลายนี่เอง ที่นี่จึงถูกยกนิ้วให้เป็นอันดับ 1 ของถนนวิวสวยที่สุดในโลก



6. อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี (Yosemite National Park)


หนึ่งในที่เที่ยวธรรมชาติสุดสวยงามแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย อุทยานแห่งชาติโยเซมิตีตั้งอยู่บนเทือกเขาเซียร์ราเนวาดา (Sierra Nevada Mountains) เป็นที่ตั้งของน้ำตกที่สูงที่สุดแห่งอเมริกาเหนือ ทิวทัศน์เทือกเขาหินที่งดงาม หน้าผาสูง และป่าสน ไฮไลท์เด่นคือ น้ำตกขนาดใหญ่ ทะเลสาบน้ำใสราวกระจก และยอดเขาโดมครึ่งซีก ที่นี่ยังเป็นบ้านของเหล่าหมีกริซลีอีกด้วย



7. ภูเขาสีรุ้งกลางทะเลทราย (Salvation Mountain)


ภูเขาสีหวานแหววมีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า “Slab City” เป็นจุดเช็คอินแบบแนวๆ กลางทะเลทรายทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนีย ที่อิงกระแสรักษ์โลก เพราะสร้างจากเศษขยะและสิ่งเหลือใช้ให้เป็นรูปภูเขาเล็กๆ แล้วระบายด้วยสีพาสเทลสารพัดเฉดแสนสดใส พร้อมแต่งเติมเสริมวาดงานศิลปะเข้าไป จนกลายมาเป็นแลนด์มาร์กโดดเด่นสุดๆ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาถ่ายรูปกันมากมาย เพราะมีมุมน่ารักเต็มไปหมด



8. ทะเลสาบทาโฮ (Lake Tahoe)


ทะเลสาบทาโฮที่มีน้ำสีฟ้าใสราวกับกระจกแห่งนี้ มีอีกชื่อว่า “อ่าวมรกต” (Emerald Bay) เป็นทะเลสาบสาบอัลไพน์ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ และยังเป็นพรมแดนของรัฐเนวาดาและแคลิฟอร์เนีย เป็นสถานที่ที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดในโลก เหมาะกับการพักผ่อนทุกฤดูกาล ทั้งเดินป่า ล่องเรือ ตกปลา ปั่นจักรยานบนภูเขา ปีนหน้าผาและขี่ม้า ในช่วงฤดูหนาวเป็นที่เล่นสกีสุดโด่งดัง



9. หาดไมอามี (Miami Beach)


สุดยอดชายหาดยอดนิยมแห่งรัฐฟลอริด้า นักท่องเที่ยวทั่วโลกผู้พิศมัยสายลมแสงแดดและกิจกรรมทางน้ำต้องไปเยือน รวมถึงสายถ่ายรูปสวยวิวงามสุดบรรยาย ไม่ว่าจะแค่พักผ่อนนอนอาบแดดสบายๆ บนหาดทรายขาวที่ทอดยาว เล่นกระดานโต้คลื่น ล่องเรือใบ และอีกหลายกิจกรรมทั้งน้ำ หรือจะเดินเล่น วิ่งออกกำลัง ปั่นจักรยานไปตามถนนลียบหาด นั่งชิลๆ ที่ร้านอาหารหรือคาเฟ่ได้ทั้งนั้น



10. หุบเขาแอนทีโลพ (Antelope Canyon)


หุบเขาแอนทีโลพของรัฐแอริโซนา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีภูมิประเทศแปลกตาตามธรรมชาติ และเป็น1 ในสถานที่ยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวสายแอดเวนเจอร์ เป็นช่องเเคบๆ ของภูเขาหินทรายที่มีริ้วลายของผนังอันสวยงาม โดยเฉพาะเมื่อแสงอาทิตย์ส่องผ่านช่องแคบสะท้อนกับสีชั้นหิน สวยจนเป็นจุดถ่ายรูปที่ขึ้นชื่อมากแห่งหนึ่ง ที่นี่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ จึงได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน หุบเขาที่อันตรายที่สุดในโลก



11. อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone National Park)


ไปต่อกันที่อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของโลกที่มีชื่อว่า “เยลโลว์สโตน” เป็นอุทยานฯ ที่มีธรรมชาติที่หลากหลายสุดแสน Amazing ทั้งบ่อน้ำพุร้อนหลากสี ทะเลสาบ ภูเขาไฟใต้พื้นดิน (Supervolcano), บ่อโคลนเดือด น้ำตกมากกว่า 300 แห่ง น้ำพุร้อนมากกว่า 10,000 แห่ง และป่าเขา แม่น้ำลำธารที่อุดมสมบูรณ์ภายในพื้นที่ว้างใหญ่ไพศาลกินพื้นที่ 3 รัฐ คือ ไวโอมิง มอนแทนา และไอดาโฮ



12. ทะเลสาบเครเตอร์ (Crater Lake)


อุทยานแห่งชาติเครเตอร์ (Crater Lake National Park) ของรัฐอโอเรกอนเป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินที่น่าไปเยือน ไฮไลท์สำคัญคึอทะเลสาบปล่องภูเขาไฟเครเตอร์อันเป็นที่มาของชื่ออุทยานฯ ที่นับเป็นที่ทะเลสาบที่สวยอันดับต้นๆ ของโลกทีเดียว จุดเด่นอยู่ตรงที่เป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่ลึกที่สุดในอเมริกากว่า 500เมตร น้ำในทะเลสาบใสกิ๊ก โอบล้อมป่าสนสวยงาม อากาศเย็นสบายจองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี



13. น้ำตกไนแองการา (Niagara Falls)


เมืองบัฟฟาโล เป็นหนึ่งในเมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดของอเมริกา เพราะเป็นที่ตั้งของ “ไนแองการา” น้ำตกสุดยิ่งใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนือ จริงๆ แล้วไนแอการา คือ ชื่อแม่น้ำที่ไหลผ่านน้ำตกขนาดใหญ่ทั้ง 3 จุดบนเส้นแบ่งพรมแดนระหว่างอเมริกากับแคนาดา การชมน้ำตกที่เต็มตาอลังการสุดๆ ต้องลองนั่งเฮลิคอปเตอร์ เพื่อสัมผัสมุมมองใหม่แปลกตา หากโชคดีอาจได้เห็นสายรุ้งพาดผ่านน้ำตก งดงามสุดๆ



14. แกรนด์แคนยอน (Grand Canyon)


รัฐแอริโซนาก็มี “แกรนด์แคนยอน” เป็นจุดเช็คอินที่โด่งดังไม่น้อยหน้าน้ำตกไนแองการา แถมยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ด้วยภูมิประเทศแปลกตาน่าทึ่งสุดๆ เต็มไปด้วยหินผาและหุบเหวลึกที่สึกกร่อนกินพื้นที่กว้างไกล ในบริเวณซอกหลืบบางจุดของหุบเขามีร่องรอยอารยธรรมของชาวอินเดียนแดงโบราณหลงเหลือให้ได้ชม ส่วนจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ขึ้นชื่ออยู่ที่ “ฮอร์สชูเบนด์” (Horseshoe Bend)



15. อุทยานแห่งชาติคีไนฟยอร์ด (Kenai Fjords National Park)


อุทยานแห่งชาติคีไนฟยอร์ดของอลาสก้า เป็นดินแดนที่มีพื้นน้ำแข็งกว้างใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา มีธารน้ำแข็งประมาณ 38 แห่ง ไฮไลท์สำคัญคือธารน้ำแข็งเอ็กซิต (Exit Glacier) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่เข้าถึงง่ายที่สุดด้วยรถยนต์ ขณะที่ธารน้ำแข็งอื่นๆ จะต้องเดินทางด้วยเรือ เครื่องบิน หรือเดินเท้าเข้าไป กิจกรรมยอดนิยมมีทั้งพายเรือคายัค ล่องเรือชมสัตว์ทะเล ชมปลาวาฬ ตกปลาน้ำแข็ง ผู้พิศมัยความหนาวเย็นห้ามพลาด



16. เดอะบีน (The Bean)


“เดอะบีน หรือ “คลาวด์เกท” (Cloud Gate) ประติมากรรมทรงแปลกที่โด่งดังมาแรงสุดๆ ของเมืองชิคาโก ที่อยู่ในบริเวณมิลเลนเนียมพาร์ค (Millennium Park) เจ้าถั่วยักษ์แห่งนี้เป็นทั้งจุดเช็คอินและจุดถ่ายรูปยอดนิยม นักท่องเที่ยวที่จองตั๋วเครื่องบินไปชิคาโกมักไปโพสต์ท่าเล่นกับเงาสะท้อนกันอย่างสนุกสนาน นับเป็นจุดถ่ายรูปที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว บริเวณรายรอบยังมีสวนสาธารณะ และแหล่งช้อปปิ้งให้เดินเล่นเพลินๆ อีกด้วย



17. บลูบอนเนทเทรล (Bluebonnet Trail)


ทุ่งดอกไม้แสนสวยที่ต้องปักหมุดไว้สำหรับสาวๆ ทั้งหลายที่อยากได้โลเคชั่นสวยๆ ไว้ถ่ายรูป เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในเส้นทางสายดอกไม้ที่โด่งดังแห่งเมืองเอนนิส (Ennis) ของรัฐเท็กซัส และได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆ ในอเมริกา ช่วงประมาณเดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนเมษายนของทุกๆ ปี ดอกบลูบอนเน็ตเทรลจะบานละลานตาตามเส้นทางของบลูบอนเน็ตเทรล สวยงามละลานตาสุดๆ



18. สวนโอคแอลีย์ (Oak Alley)


มาถึงจุดเช็คอินสุดฟินของรัฐหลุยเซียนากันบ้าง “โอ๊คแอลีย์” เป็นสวนประวัติศาสตร์ที่มีแนวต้นโอ๊คอายุกว่าร้อยปีปลูกเป็นแนวยาวกว่า 200 เมตร เป็นอุโมงค์ต้นไม้ที่สวยงามจนถูกจัดให้เป็นหนึ่งในอุโมงค์ธรรมชาติที่มีความสวยอันดับต้นของโลก ที่นี่ยังเป็นฉากในหนังดังเรื่อง Forrest Gump อีกด้วย ในบริเวณสวนโอ๊คนี้ยังมีส่วนของคฤหาสน์และบ้านพักทาสให้ได้ชม เหมาะแก่การเช่ารถขับเที่ยวแบบ One day Trip



19. รูต 66 (Route 66)


ถนนสายประวัติศาสตร์ที่ดังสุดๆ ของอเมเริกา ถือเป็น Road Trip อันดับ 1 สำหรับคนที่อยากเที่ยวแบบขับรถเที่ยว เป็นถนนสายหลักในเมืองเล็กๆ และทางแยกในชนบท ตัดผ่านใจกลางอเมริกา มีความยาวเกือบ 4,000 กิโลเมตร แต่ชำรุดทรุดโทรมไปมากเหลือเพียงบางพื้นที่ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีในบรรยายกาศเดิมๆ สุดคลาสสิก เช่น ปั้มน้ำมัน โรงแรมที่พัก รับรองว่านักเที่ยวสายย้อนยุคไม่ผิดหวังแน่นอน



20. เมืองซานตาโมนิกา (Santa Monica)


จุดเช็คอินท้ายสุดของทริปอเมริกา คือเมืองชายทะเลที่อยู่ติดนครลอสแองเจลลิส เป็นทั้งชายหาดในฝันของใครหลายคนที่เป็นแลนด์มาร์กด้านสายลมแสงแดดและทะเลสวยอันดับต้นๆ ทำให้ซานตาโมนิกาไม่เคยร้างผู้คนคึกคักตลอดเวลา เพราะมีสวนสนุกอยู่ติดทะเลด้วยื ไฮไลท์เด่นอยู่ตรงบริเวณท่าเรือเก่แหล่งสีสันเต็มไปด้วยร้านอาหารและคาเฟ่ มีร้านค้าให้ช้อปปิ้ง และมีการแสดงเปิดหมวกให้ชมเพลินๆ


อเมริกายังมีจุดเช็คอินอีกมากมายให้รีวิว ก็แหมประเทศกว้างใหญ่ไพศาล มีมากมายหลายรัฐซะขนาดนี้ เที่ยวยังไงก็ไม่ทั่ว เอาเป็นว่าก่อนอื่นต้องวางแผนการเดินทางให้ดีๆ ลิสต์ที่เที่ยวเด็ดๆ จุดเช็คอินสุดฟิน จากนั้นค่อยมองโปรดีๆ จากแอพ Traveloka ที่ให้บริการครบจบจริง ตั้งแต่ตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พัก รถรับ - ส่งสนามบิน และรถเช่า

ดู 878 ครั้ง