[รีวิว] 4-Hands IGNIV Bangkok x IGNIV Bad Ragaz ดินเนอร์สุดเซอร์ไพรส์จาก IGNIV Family | Michelin Star, The St. Regis Bangkok
- Onthejetplane

- 18 พ.ค.
- ยาว 5 นาที
อัปเดตเมื่อ 26 พ.ค.

รีวิวมื้อพิเศษที่ IGNIV Bangkok โรงแรม The St. Regis Bangkok กับ Collaboration สุดเซอร์ไพรส์ 4-Hands IGNIV Bangkok (1 Michelin Star) x IGNIV Bad Ragaz (2 Michelin Stars) เมื่อ Chef Joël Ellenberger จับมือกับ Chef Arne Riehn รังสรรค์คอร์สพิเศษที่มีเพียงแค่วันเดียว Onthejetplane ได้สัมผัสความสนุกสนานทั้ง 18 จาน ที่ทั้งสวยและประณีต โดยเฉพาะการยกระดับเมนูเดิมจาก คอร์ส Spring ให้พิเศษยิ่งขึ้นโดยการใช้ Carabinero มาจับคู่กับ Kimchi-Nage ยังมีเมนูที่ Inspired จากวัตถุดิบและบรรยากาศของกรุงเทพฯ ที่เชฟโจเอลได้สัมผัส ทั้งหมดนี้ อิกนีฟ แบงคอก ยังคงเสิร์ฟในราคาเดิมคือ 5,500++ ต่อท่าน พร้อม Welcome Champagne ในคอร์สอีกด้วย

Onthejetplane's Experience
หลังจากได้สัมผัสอาหารครบทุกคอร์ส พร้อม Wine Pairing ยิ่งเติมเต็มมื้อนี้ให้ Better in every sense และภาพรวมของมื้อพิเศษนี้สะท้อนให้เห็นว่าอิทธิพลของ เชฟ Joël Ellenberger เข้ามาขับเคลื่อน IGNIV Bangkok ไปในทิศทางที่น่าจับตายิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Sensory หรือความ Flavourful ของเมนูเดิมที่เคยได้ทานจาก Spring Menu การวางลำดับแต่ละจานช่วยเสริมรสชาติกันได้ค่อนข้างดี วัตถุดิบในรอบนี้ที่มีทั้ง Carabinero, Vin Jaune, Pluma รวมถึง Fish Sauce หรือน้ำปลา ที่ถูกนำมาประกอบกันได้อย่างน่าสนใจ อาจจะมีบางเมนูที่ Onthejetplane ยังไม่ค่อยเข้าใจบ้าง แต่ Overall มื้อนี้ต้องยอมรับว่าเป็น 'อิกนีฟ แบงคอก' ที่ได้เตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่ดาวดวงถัดไปแล้วจริงๆ
ไฮไลต์ของ 4-Hands จาก IGNIV Bangkok และ Bad Ragaz มื้อนี้
แม้หลายจานของเชฟ Arne Riehn จะถูกดึงมาจาก Spring Menu แต่เมื่อมาเจอกับ Drink Pairing วันนี้ที่คุณคริสเลือกให้ รวมถึงลำดับการเสิร์ฟที่เป็นการร่วมมือกันของเชฟอาร์เน่ และเชฟโจเอล Onthejetplane ประทับใจขึ้นกว่าเดิมมากๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Wine Pairing น่ะ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้จริงๆ
SNACKS
ยกให้ Beef – Jerusalem Artichoke – Koji เปิดตัวด้วยความเข้มข้นอย่างเนื้อวัว แล้วตามด้วย Sea Bream – Nori – Daikon ดึงความสดชื่นกลับมาได้โดยที่จานแรกไม่บังจานหลังเลย
STARTERS
ให้เลยเต็ม 100 กับ Onion – Guava – Physalis ตัวแทนของ Summer ปลุกเราตื่นจากอาการเหนื่อยล้าตลอดสัปดาห์ด้วยความหอมจาก 'ฝรั่ง' และความเผ็ดแบบ Hint of Spicy เล็กๆ ที่ปลายลิ้น
SURPRISE DISHES
จานนี้เซอร์ไพรส์จริงๆ เพราะนี่คือการหยิบเมนูเดิมจาก Spring คือ Kimchi – Carabinero – Nage ที่เคยมีโปรตีนเป็น Caviar มาเปลี่ยนเป็นกุ้งแดงอย่าง Carabinero แทน โอ้โห อยากให้มีขายตลอดไปแบบ À la carte
MAINS
Pluma – Onion – Lardo ไม่เคยเจอรสชาติแบบนี้ที่ IGNIV Bangkok มาก่อนเลย ประทับใจมาก Pluma ผิวกรอบเนื้อฉ่ำ เป็นจานที่โดดเด่นที่สุดของวันเลย ส่วน Endive – Speck – Pear ที่อยู่ใน Spring Menu ถูกนำมาปรับใหม่ให้เข้ากับ Palate ของคนไทยมากขึ้น เป็นการจับคู่ที่ Perfect เลย
DESSERTS
Rose – Strawberry เป็นของหวานที่เข้ากันกับคอร์สนี้ที่สุดในความรู้สึกของเรา Kick ของรสชาติเปรี้ยว ความเย็น และความกรุบกรอบ เหมาะกับฤดูกาลนี้ทีเดียว
CANDY STORE
วันนี้เหมือนจะเป็น Canalé รูปแบบใหม่ ที่มีความโปร่งและเนื้อหนึบกว่าเดิมเล็กน้อย ถ้าให้เห็นภาพอยากบอกว่าคล้ายกับ Panettone ชอบมากกก แต่ก็ยังคงคิดถึงเวอร์ชันเก่าที่เปลือกด้านนอกจะกรอบและมีรสเนยเข้มกว่านี้ ใจจริงก็อยากให้มีทั้งสองแบบเลยล่ะ

IGNIV By Andreas Caminada
เบื้องหลังของความสำเร็จนี้ ถูกขับเคลื่อนโดย Chef Andreas Caminada เชฟชาวสวิตเซอร์แลนด์ที่มีดีกรีระดับ 3 ดาวมิชลิน (Schloss Schauenstein, 3 Michelin Stars) ทำให้ IGNIV มีแกน Concept ที่ชัดเจน ไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหารหรูหรา แต่เป็น Luxury Dining แสนอบอุ่น ที่ยึดแนวคิดการเสิร์ฟ Fine Dining แบบ Sharing Experience ซึ่งสอดคล้องกับสัญลักษณ์รูปรังนก (IGNIV ในภาษา Romansh แปลว่ารังนก) ภาพจำของแบรนด์ "IGNIV - อิกนีฟ" จึงโดดเด่นและเป็นที่น่าจดจำได้ง่าย
IGNIV | Fine Dining, Sharing Concept
ด้วยการเสิร์ฟแบบที่ไม่ค่อยเหมือนใคร รวมถึงตกแต่งภายในห้องอาหารที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นเหมือน "บ้าน" ทุกครั้งเมื่อเดินเข้ามาใน IGNIV เราจึงรู้สึกเบาสบายและผ่อนคลายแม้จะเป็นร้านอาหารระดับมิชลินที่มี Founder เป็น World-renowned Chef ก็ตาม ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวหรูหราเหมือนเตรียมตัวไปงานกาล่าดินเนอร์ เพียงแค่สวมใส่ชุดโทนสุภาพ (Smart Casual / Elegant Casual) เหมาะกับการรับประทานมื้อโปรด เท่านี้ก็พร้อมเดินเข้า "อิกนีฟ" ได้แล้วล่ะ
Local Ingredient
ไม่ว่าจะเป็นห้องอาหารระดับ 2 ดาวมิชลิน อย่าง IGNIV Bad Ragaz, IGNIV Zürich, IGNIV Andermatt หรือ 1 ดาวมิชลิน อย่าง IGNIV Bangkok อย่างที่เห็นว่า IGNIV ทุกสาขายังคงรักษา DNA แบบสวิสที่ Andreas Caminada วางรากฐานเอาไว้ที่สาขาแรก ณ Bad Ragaz โดยไม่ลืมที่จะหยิบเอาวัตถุดิบพื้นถิ่นของแต่ละเมืองมาผสานเข้ากับการรังสรรค์ในเมนูสไตล์ IGNIV ที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายความอบอุ่นพร้อมพรีเซนเตชันที่สวยงามราวกับผลงานศิลปะ

Chef Joël Ellenberger | Head Chef IGNIV Bad Ragaz
IGNIV by Andreas Caminada at Grand Resort Bad Ragaz ห้องอาหารระดับ 2 Michelin Stars และ Firstborn ของ IGNIV คือจุดเริ่มต้นของแนวคิด Fine Dining แบบ Sharing ที่กลายเป็น DNA สำคัญของแบรนด์ในปัจจุบัน ตั้งอยู่ภายใน Grand Resort Bad Ragaz ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของ Joël Ellenberger
ก่อนก้าวขึ้นมาเป็น Head Chef แห่ง IGNIV Bad Ragaz เชฟ Joël Ellenberger เคยดำรงตำแหน่ง Sous Chef ที่ Schloss Schauenstein ห้องอาหารระดับ 3 Michelin Stars ของ Andreas Caminada ซึ่งถือเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ทรงอิทธิพลที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิดการทำอาหารในแบบ Andreas Caminada Group อีกด้วย
4-Hands IGNIV Bangkok x IGNIV Bad Ragaz, The St. Regis Bangkok
พูดถึงนัยยะในการมาเยือนกรุงเทพฯ ของเชฟโจเอล เราเดาว่าไม่น่าเป็นเพียงการแวะมาพักผ่อนชิลๆ ระหว่างที่ Bad Ragaz ปิดปรับปรุง หรือแค่มาแสวงหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ จากวัตถุดิบและกลิ่นอายความเป็น Asian Twist ที่ 'เชฟโจเอล' ทำได้ยอดเยี่ยมอยู่แล้วแน่ๆ หากมองจากภาพรวมในตอนนี้ 'IGNIV Bangkok' เป็นเพียงโลเคชันเดียวในเครือ Caminada Group ที่ได้ระดับ 1 ดาวมิชลิน ในขณะที่สาขาอื่นๆ ล้วนการันตีระดับ 2 ดาวมิชลิน รวมถึง IGNIV Andermatt ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อธันวาคม 2024 ก็สามารถคว้าระดับ 2 ดาวมิชลินมาครองได้ตั้งแต่ปีแรก
Onthejetplane จึงขอเดาว่า Collaboration 4-Hands ครั้งนี้ อาจเป็น movement สำคัญในการพา IGNIV Bangkok ให้เข้าสู่ Next Chapter ที่น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น :)


WINE Pairing by Christian (Chris) Hotz
หากพูดถึงการยกระดับมื้ออาหารที่แท้จริง เราขอยกให้ Wine Pairing วันนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่น่าประทับใจที่สุดเลยล่ะ คราวก่อน Onthejetplane ทานคอร์สล่าสุด เลือกไวน์เองจาก list ตามความชอบส่วนตัว ถามว่าถูกใจมั้ยก็ตอบได้เลยว่าถูกใจมากๆ แต่ครั้งนี้เราให้คุณคริส หรือ Christian Hotz ที่เป็น Restaurant Manager และ Lead Sommelier จับคู่เครื่องดื่มให้ทั้งหมด 3 แก้ว โดย request เครื่องดื่มเป็น "ไวน์ขาวเท่านั้น"
Welcome Champagne | IGNIV Bangkok
ปกติแก้วแรกของ อิกนีฟ แบงคอก ทุกครั้งที่ผ่านมามักจะเป็น Dom Pérignon เสมอ แต่สำหรับ 4-Hands คราวนี้คุณคริสแนะนำ JACQUESSON 748 ซึ่งเป็น Extra Brut ที่มีโทนสดชื่น คลีน สว่าง หอม และยังเข้ากับ Snacks ของคอร์สนี้ "ได้ดีอย่างไร้ที่ติ" ไม่ว่าจะเจอกับ เนื้อวัว ชีส ปลา หรือว่าพริก จากทั้ง Snacks/Starters เครื่องดื่มแก้วนี้ทำให้วัตถุดิบทุกอย่างโดดเด่นขึ้นมาอย่างแตกต่างจากที่เราเคยได้สัมผัสครั้งที่แล้วโดยสิ้นเชิง เนื่องจากมี 2 จาน ที่มาจากคอร์สฤดูใบไม้ผลิ หรือ IGNIV Bangkok's Spring Menu รสชาติของปลา Sea Bream จาก Sea Bream-Nori-Daikon ชัดขึ้นมาผิดหูผิดตา ทั้งในแง่มวลของกลิ่นและรสชาติ ไม่ใช่เพียงแค่ปลาในเมนูนี้เท่านั้น แต่ทุกจาน Snacks เครื่องดื่มแก้วนี้ช่วยให้เราได้สัมผัสกับทุก Layer ที่ทั้ง Chef Joël Ellenberger และ Chef Arne Riehn บรรจงประกอบขึ้นมา นี่แหละเราถึงต้องพึ่งพา Sommelier อย่างคุณ Christian Hotz "การคิดเองก็ดี แต่ให้คนที่เค้าเชี่ยวชาญคิดให้จะเหมาะกว่า"

SNACKS 🧀 Beignet – Vacherin – BBQ
เริ่มด้วยเบนเย่ทอดสอดไส้ชีส Vacherin อุ่นๆ เหมือนทานสวิสฟองดูว์ ตามด้วยซอสรส BBQ และท็อปกลิ่นหอมจาก black truffles ขูด
🥔 Beef – Jerusalem Artichoke – Koji
เมื่อทานสองจานนี้ต่อกันให้ความรู้สึกคล้ายทานเบอร์เกอร์มาก รสเค็มอ่อนๆ เนื้อวัวฉ่ำ แก่นตะวันที่สไลซ์มาบางๆ และซอสที่มีส่วนผสมของโคจิก็ช่วยเสริมรสกันได้อย่างดี

SNACKS
🌶️ Jalapeño – Mustard – Whey
พริกฮาลาเปญโญ่เนื้อกรอบกลิ่นหอมสดชื่นรสเผ็ดเล็กน้อย จับคู่เมล็ดมัสตาร์ดและซอสเวย์
🐟 Sea Bream – Nori – Daikon
หนึ่งในคำที่ชอบจาก Spring Menu เชฟเอาหัวไชเท้าญี่ปุ่นมาโรลเนื้อปลาเอาไว้ช่วยเพิ่มความกรุบด้านนอก โรยด้วยสาร่ายหอมๆ ด้านบน
Snacks ทั้ง 4 คำ เราจับคู่กับ JACQUESSON 748 (1,100++/แก้ว)

STARTERS
🧅 Onion – Guava – Physalis
เมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบโดยรวมแล้วอาจให้ความรู้สึกละม้ายคล้ายกับ 'อาจาด' ที่ไว้ทานคู่หมูสะเต๊ะ ไม่ว่าจะพริกเหลือง หอมแดงที่ชวนให้คิดแบบนั้น แวบแรกที่ชิมซอสสมองเราบอกว่าน้ำยำไทยแน่นอน แต่พอทำตามที่เชฟแนะนำ คือให้ทานเครื่องด้านบนพร้อมกับตักน้ำซอสขึ้นมาเยอะๆ โดยตักรวมทั้งฝรั่ง หอมแดง และผลฟิซาลิสเข้าไปในคำเดียว ปรากฏว่ามิติของรสชาติกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง สัญชาติเปลี่ยน นี่ไม่ใช่ยำเลย นี่คือ Ceviche ที่ถูกตีความหมายใหม่ผ่านมุมมองของเชฟที่มีต่อกรุงเทพฯ ต่างหาก ตัวครีมชีสที่เชฟใส่เข้ามาเพิ่มความรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเราทานอาหารยุโรป แล้วเซอร์ไพรส์เราด้วย Guava Sphere อีกที จานนี้ทั้งแปลกใหม่ทั้งคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก เป็นการครีเอทเมนูได้ Playful และน่าประทับใจเลยล่ะ
🥑 Tuna – Guacamole – Kohlrabi
ทูน่า กัวคาโมเล และกะหล่ำปม เสิร์ฟมาในรูปแบบที่ชวนให้นึกถึง Taco สำหรับเราจานนี้ทูน่าทาร์ทาร์เนียนจนเป็นเนื้อเดียวกับกัวคาโมเล่ ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ก็มีความสดชื่น ได้กลิ่นฉุนเล็กน้อยสไตล์ผักเขียว โดยรวมรสชาติดีแต่ Spotlight จากจาน Onion - Guava - Physalis กลบไป

STARTERS
🥩 Beef Tartare – Mushroom
จานนี้ไม่ได้โดดเด่นแค่ Beef Tartare แต่กลับช่วยขับรสชาติของเห็ดแต่ละชนิดให้เด่นชัดขึ้นอย่างน่าสนใจ เมื่อคลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากัน พบว่าในหนึ่งคำให้สัมผัสทั้ง 'ความ earthy และ little spice' พร้อมความกรุบกรอบจากเห็ดหูหนูขาวที่กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของจานนี้โดยไม่กลบรสชาติ และขณะเดียวกันยังมีความเผ็ดบางเบาที่ช่วยรักษาสมดุลเอาไว้ได้อย่างพอดี
🫛 Pea – Asparagus – Chives
แม้จะไม่ค่อยชอบทานผัก แต่ทุกครั้งที่มา IGNIV Bangkok กลับทานได้หมดทุกจาน แม้จะเต็มไปด้วยเฉดเขียวทุกอณูแต่กลับไม่มีกลิ่นความเขียวรบกวนเลย ทางร้านแนะนำให้คลุกทุกอย่างแล้วทานพร้อมกันทีเดียวจะได้พบกับความสดชื่นราวกับเรากำลังนั่ง relax อยู่ที่สวนผักเล็กๆ หลังบ้าน เป็นจานที่รสชาติเข้าถึงง่ายเลย
หลังจากได้ลอง Starters ก็สัมผัสได้ถึงคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันระหว่าง Chef Joël Ellenberger และ Chef Arne Riehn อย่างชัดเจน ทั้งคู่หยิบเอาความสดชื่นของผักผลไม้ที่แฝงความเผ็ดเบาๆ มาจับคู่กับทาร์ทาร์ในสไตล์และวัตถุดิบที่แนวทางเลือกต่างกันอย่างชัดเจน แต่กลับช่วยเติมเต็มกันได้อย่างลงตัว

SURPRISE DISHES
By IGNIV Bangkok
🦐 Kimchi – Carabinero – Nage
หนึ่งในจานที่เซอร์ไพรส์ที่สุดของมื้อนี้คือการนำ Kimchi – Carabinero – Nage จาก Spring Menu กลับมาตีความใหม่อีกครั้ง จากเดิมที่ใช้ Caviar เปลี่ยนมาเป็น Carabinero กุ้งแดงเนื้อดิบที่ให้กลิ่นอายของ seafood ชัดเจนยิ่งขึ้น ความหวานของกุ้ง กลิ่นหมักจากกิมจิ และ acidity ทำงานร่วมกันอย่างลื่นไหล จนเป็นอีกจานที่อยากเห็น IGNIV Bangkok นำมาต่อยอดในรูปแบบ À la carte
By IGNIV Bad Ragaz
🐟 Turbot – Miso – Vin Jaune
ปลาเทอร์บอตจับคู่กับมิโซะและไวน์เหลืองอย่าง Vin Jaune (แว็ง-โฌน) ตัวซอส texture บางเบาแบบซุป แต่กลับให้รสชาติที่ impact สูงมาก เซอร์ไพรส์ตั้งแต่คำแรกที่สัมผัสเพราะรสชาติเข้มข้นสวนทางกับ appearance ที่ดูเรียบง่าย นอกจากนี้เห็ด Morel และ Caviar Finger Lime ยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมให้จานนี้มีมิติซับซ้อนขึ้นอีกระดับ

WINE Pairing
Surprise Dishes
THILO & GIESELA HÜHN “531” Riesling 2024, Germany No.901 (900++/แก้ว)
Mains
Adank Fläscher Chardonnay AOC
จากที่ได้มีโอกาสทานคอร์สอาหารพร้อม Wine Pairing ที่ IGNIV Bangkok สิ่งหนึ่งที่ประทับใจมากคือความตั้งใจในการคัดสรรไวน์ของทางห้องอาหาร เพราะหลายขวดเป็นไวน์ Boutique ที่แทบไม่มีจำหน่ายทั่วไป อย่างสองขวดที่คุณคริสเลือกมาจับคู่ในมื้อนี้ก็เป็นไวน์โปรดักชันเล็กเช่นกัน โดยเฉพาะ Riesling “531” ที่ผลิตแบบ Highly Allocated และมี Run Number ระบุไว้ด้านหลังขวดและทาง IGNIV Bangkok ยังนำมาแบ่งเสิร์ฟแบบ By Glass ในราคาที่จับต้องได้ง่ายอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย

MAINS
🥓 Pluma – Onion – Lardo
สองปีที่ผ่านมายังไม่เคยเจอรสชาติแบบนี้ที่ IGNIV Bangkok มาก่อนเลย ประทับใจมาก Pluma ผิวกรอบเนื้อฉ่ำ Onthejetplane ขอยกให้เป็นจานที่โดดเด่นที่สุดของมื้อนี้ นอกจากเนื้อหมู Pluma ที่ cook มาได้ดีมากๆ แล้ว chimichurri ที่ใส่ 'เมล็ดมัสตาร์ด' มาด้วย ก็ทำให้รู้สึกเหมือนเราถูกใส่ใจมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่เอาความเผ็ดมาตัด แต่ยังได้รส tangy & pop พอมารวมกับ lard ด้านบน ทุกอย่างเหมือนเป็นสิ่งที่เรารอคอยมาตลอด Pluma – Onion – Lardo จานนี้ต้องขอยกให้เป็นตัวเอกของวันเลยจริง ๆ
🥬 Endive – Speck – Pear
อิกนีฟ แบงค็อก เล่าให้เราฟังว่า Endive ดูจะเป็นผักที่ไม่ถูกปากคนไทยนัก อาจจะด้วยรสขมของแกนผักก็เป็นไปได้ (ส่วนตัว Onthejetplane ไม่รู้สึกว่าขมนะ เราว่าผักชนิดนี้มีเอกลักษณ์ดีชอบเลยล่ะ)
สำหรับ 4-Hands คอร์สนี้ อยากเล่าให้ฟังว่าอีกจานที่เป็นรสชาติใหม่ๆ ก็คือ Endive – Speck – Pear ที่อยู่ใน Spring Menu แต่ครั้งนี้นำมาปรับใหม่ให้เข้ากับ Palate ของคนไทยมากขึ้น โดยการทำซอสที่มีรสชาติสดชื่นและครีมมี่มากขึ้น แถมยังมีรสหวานของน้ำปลาเข้ามาเพิ่มความ 'umami' ในสไตล์ที่คนไทยน่าจะชอบกันไม่น้อย ทั้งสองจานที่เสิร์ฟมาพร้อมกันถือเป็นการจับคู่ที่ Perfect เลย

MAINS
🍅 Veal – Mojo Rojo – Tomato
จับคู่เนื้อลูกวัว, ซอส Mojo Rojo, บ๊วยญี่ปุ่น และมะเขือเทศเข้าด้วยกัน ถ้าให้นึกรสชาติเองจากวัตถุดิบก็เดาได้ประมาณนึงว่าจานนี้คงจะเน้นความเค็มและเปรี้ยวนำ ซึ่งเราเดาไม่ผิดแต่ตัว Mojo Rojo ที่เชฟตั้งใจให้ทานคู่กันเนี่ยเรารู้สึกเหมือนเป็นตัวเอกของจานที่ทำหน้าที่ดึงทุกอย่างเข้าด้วยกัน น่าเสียดายหนึ่งอย่างคือความสุกของ Veal ไม่ได้อยู่ในเลเวลที่เราคาดหวังเท่าไหร่ เลยทำให้ส่วนของเนื้อสัตว์และความชุ่มฉ่ำของซอสยังไม่ harmonize กันเท่าที่ควร
🍆 Eggplant – Ponzu – Kosho
มะเขือยาวย่างเนื้อนุ่มเท่ากันทั้งชิ้นแต่ยังคง texture ของสัมผัสที่ชวนให้อยากเคี้ยวเอาไว้อย่างน่าตะลึง ตามมาด้วยรสเผ็ดๆ ที่ตอนแรกเดาว่าเป็นความเผ็ดจากมะแขว่นหรือเปล่า เพราะมีความหอมฉุนๆ แบบที่เหมือนจะคุ้นแต่ไม่คุ้น เชฟเฉลยกับเราว่าความเผ็ดนั้นได้มาจาก 'พริกเขียวของไทย' และ 'shishito' จานนี้จึงออกมาเป็นเมนูผิดท้ายที่สมบูรณ์แบบทีเดียว
มะเขือยาวที่ผิวด้านนอกถูกย่างจนไหม้นิดๆ เสิร์ฟมาในรูปทรงสี่เหลี่ยม พร้อมซอสที่ชวนให้สงสัยว่า creativity ของเชฟจะไปได้ไกลแค่ไหน ถ้ามองจากชื่อเมนูเพียงผิวเผิน อาจรู้สึกว่าจานนี้คงเต็มไปด้วยรสเปรี้ยวเค็มและสัมผัสนุ่มๆ ของมะเขือยาวย่างเพียงเท่านั้น แต่เมื่อได้ลองชิมเรื่องราวกลับไม่ได้เรียบง่ายแบบนั้นน่ะสิ
มะเขือยาวถูกย่างจนเนื้อด้านในนุ่มเสมอทั้งชิ้น แต่ยังคง texture ที่ให้สัมผัสหนึบเบาๆ ชวนให้อยากเคี้ยวต่ออย่างน่าประทับใจ ก่อนตามมาด้วยความเผ็ดบางเบาที่ตอนแรกเราเดาว่าน่าจะมาจากมะแขว่น เพราะให้กลิ่นหอมฉุนบางอย่างที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่ในเวลาเดียวกัน ก่อนที่เชฟจะเฉลยว่าความเผ็ดนั้นมาจาก ‘พริกเขียวของไทย’ และ 'shishito' จานนี้จึงกลายเป็นอีกเมนูส่งท้ายที่ปิดจบ main course ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

DESSERTS By IGNIV Bangkok
🌹 Rose – Strawberry (กุหลาบ – สตรอว์เบอร์รี)
เป็นของหวานที่เข้ากันกับ mood ของคอร์สนี้ที่สุดในความรู้สึกของเรา ทั้ง kick ของ acidity ความเย็น และ texture กรุบกรอบ โดยรวมแล้วเหมาะกับฤดูกาลนี้อย่างมาก
ของหวานอีก 3 จาน อาจจะยังไม่ใช่ชุดของหวานที่เราชอบที่สุด หรืออาจเพราะเราคาดหวังจะได้ลองเมนูใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อคอร์สนี้โดยเฉพาะ และยิ่งเมื่อเทียบกับเมนูที่เคยมีมาแล้วอย่าง Rose-Strawberry ส่วนรู้สึกว่า Pomelo จาก Winter Menu ก่อนหน้านี้อาจจะตอบโจทย์ได้มากกว่า
เนื่องจากอีก 3 จานที่เหลือเราเคยเขียนรีวิวเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ขออนุญาตแนบลิงก์สำหรับใครที่อยากอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> อ่านรีวิว Spring Menu ของ IGNIV Bangkok
🍫 Soufflé – Chocolate
ซูเฟล่ช็อกโกแลตวันนี้ สิ่งแรกที่สังเกตได้ในทันทีคือความสูงที่เพิ่มขึ้น และเมื่อได้ลองชิมก็พบว่ามีการปรับบาลานซ์ให้นุ่มนวลกว่าเดิม ต้องยกเครดิตให้ทีมอิกนีฟ แบงคอก ที่คอยรับฟัง feedback จากผู้ทานอยู่เสมอ
☕️ Sala – Coffee Blossom (สละ – ดอกกาแฟ)
ไม่รักก็เกลียดเลย นิยามนี้แหละคงจะเหมาะกับ 'สละ' ที่สุดแล้ว จานนี้ก็ดึงคาแรคเตอร์เฉพาะตัวของผลไม้ชนิดนี้ออกมาได้ชัดเจน ตั้งแต่รูปร่างของขนมที่เหมือนสละผลจริง จนแทบไม่จำเป็นต้องอธิบายกลิ่นหรือรสชาติเพิ่มเติม คาแรกเตอร์ของสละได้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างประณีต สละเข้มข้นมากน่าจะถูกใจผู้ที่ชื่นชอบผลไม้ชนิดนี้ไม่น้อย
🥥 Maprang – Coconut (มะปราง – มะพร้าว)
มะปราง tartlet ไม่กล้าเรียกว่าเป็น upside - down ที่เชฟนำเอามะปรางรสหวานอมเปรี้ยวมีทั้งเนื้อชิ้นๆ และ Purée มาเป็นฐาน ทานกับไอศกรีมครีมมะพร้าวพร้อมด้วย crust ที่ออกแบบมาเป็นรูปใบไม้สวยงามคล้าย tuilee หวานน้อย เปรี้ยวนำ รสชาติทานง่าย

CANDY STORE
ถือเป็นกิมมิกส่งท้ายเล็กๆ ที่ Impact มากทีเดียว กับ Candy Store ที่ต้องมีทุก IGNIV ที่อื่นให้ Petit Four ที่นี่ให้เลือกเอาขนมใส่กล่องกลับบ้านเองเลย แล้ว IGNIV ก็ขยันที่จะออกขนมใหม่ๆ ให้เราได้ตาลุกวาวทุก Season เราเองเพิ่งมาไปเมื่อช่วงต้น Spring ความประทับใจ Financier รสใหม่ยังไม่หาย วันนี้ยังคงมีขนมอบเรียงราย และ Canale เวอร์ชั่นใหม่มาให้ลองอีกแล้ว! ต้องบอกว่าไม่เหมือนเดิมเลย ความอร่อยเต็มสิบให้สองร้อย แต่ก็คิดถึงของเดิมมากเช่นกันเพราะ texture รวมถึงกลิ่นมีความแตกต่างกันมากอยู่
สุดท้ายถ้าอยากฝากอะไรถึง IGNIV Bangkok ก็คงอยากถามว่าสนใจจะมี Special Event ที่เป็น Candy Store Pop-Up บ้างมั้ย? เพราะทุกคนรอบตัวเราน่ะ ต่างก็ลงความเห็นในทิศทางเดียวกันหมดว่าอยากให้ Candy Store ของ IGNIV Bangkok สามารถเป็นสถานที่แวะมาซื้อกลับไปฝากคนอื่นๆ ได้ แค่เฉพาะช่วงเทศกาลก็ยังดี เพราะกล่องที่ถือกลับบ้านมักจะทานหมดในครั้งเดียวไม่ทันได้แบ่งใครเสมอเลยล่ะ
มาถึงตรงนี้แล้วใครยังไม่เคยจองไปทาน IGNIV Bangkok ลองอ่านรีวิวอื่นๆ ของ IGNIV Bangkok ที่เราลงเอาไว้เพื่อประกอบการตัดสินใจได้นะ อาจจะไม่ได้ถูกใจทุกจาน แต่ความอบอุ่นและความสบายใจทุกครั้งที่มาทานที่นี่ ซึ่งเป็น Feeling ที่ไม่สามารถอธิบายได้จึงกลายเป็นห้องอาหารที่เราแวะเวียนกลับมาบ่อยที่สุดร้านนึงเลย Onthejetplane ขอแนะนำว่าต้องมาสัมผัสเองเท่านั้น

IGNIV Bangkok, 1 Michelin Star
159 Rajadamri Road, Bangkok, Thailand, Bangkok
Location: 1st Floor The St. Regis Bangkok
การเดินทาง: BTS สถานีราชดำริ (ทางออก 4)
Reservation
โทร: 02 207 7822
อีเมล: igniv.bangkok@stregis.com
Instagram: instagram.com/igniv_bangkok
_edited.png)


