[รีวิว] IGNIV Bangkok Spring Menu 19 เมนูใหม่ประจำปี 2026 จากเชฟ Arne Riehn |1 Michelin Star, The St. Regis Bangkok
- Onthejetplane

- 9 มี.ค.
- ยาว 4 นาที
อัปเดตเมื่อ 12 มี.ค.

รีวิว IGNIV Bangkok Spring Menu คอร์สใหม่ประจำฤดูใบไม้ผลิ 2026 จากเชฟอาเน่ รีน แห่งห้องอาหาร 1 Michelin Star นำเสนอรสชาติของความสดชื่นด้วยเครื่องเทศและผักหัวนานาชนิด พร้อมชูวัตถุดิบเด่นอย่าง แก่นตะวัน มะแขว่น มะปราง และจานเด่น Lamb - Harissa - Green - Pepper, Pea - Asparagus ผ่านประสบการณ์ Fine Dining แบบ Sharing ทั้งหมด 19 เมนู และส่งท้ายมื้ออาหารด้วยจุดเด่นของร้านอย่าง Candy Store ของหวานที่ไม่สามารถซื้อได้ ณ เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ เริ่มต้นเพียง 1,600++ บาท ตั้งแต่ 2 มี.ค. – 31 พ.ค. 2569

เชฟ Arne Riehn กับวัตถุดิบหลัก Spring Menu
ในเมนูฤดูใบไม้ผลินี้ โดดเด่นด้วยวัตถุดิบจากในประเทศไทยและวัตถุดิบตามฤดูกาลที่เชฟอาเน่ รีน ตั้งใจคัดสรรมา อาทิ มะแขว่น (หมาล่าสไตล์ไทย) ที่ให้ความเผ็ดร้อนและอาการชากำลังดี ไม่แรงจนบดบังต่อมรับรส ตัดกับความหอมโดดเด่นของพริกไทย ความมันและรสสัมผัสคล้ายถั่วจากแก่นตะวัน เสริมด้วยกลิ่นหอมละมุนของดอกกาแฟ นอกจากนี้ยังมีผลไม้ไทยอย่าง สละ และ มะปราง ที่ให้ความเปรี้ยวอมหวานแบบเขตร้อน ช่วยชูรสชาติให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
Highlight Menu | Onthejetplane
เมนูที่ Onthejetplane ชอบเป็นพิเศษครั้งนี้มีหลายจานมากๆ ต้องบอกว่ารสชาติของ Spring นี่ช่วย Sparkle Up และเติมสีสันให้มื้อค่ำวันนี้น่าตื่นเต้นได้ตลอดคืนทั้งๆ ที่ไม่ได้มีโชว์อะไรเป็นพิเศษจากทางร้านเลย สำหรับรอบนี้มีเมนูที่อยากกลับมาทานซ้ำหลายจานเลย ไม่ว่าจะเป็น Jalapeño – Whey – Mustard Seeds, Pea – Asparagus, Mackerel – Makwaen – Dill, Parsnip – Carrot – Lemon, Kimchi – Caviar – Nage, Chicory – Salee – Speck, Lamb – Harissa – Green Pepper, Sunchoke – Onion เมนูของหวาน Soufflé ครั้งนี้ทำจากช็อกโกแลตลำปางที่มีกลิ่นหอมของโกโก้ปนถั่ว เป็นซูเฟล่ช็อคโกแลตเนื้อเบาที่หวานน้อยและได้รสชาติของช็อคโกแลตเต็มๆ จริงๆ

คอร์สที่ Onthejetplane ทานวันนี้เป็น Dinner ฤดูใบไม้ผลิแบบ Full Course 19 จาน และ Wine Paring แบบ By Glass ที่เลือกเอง 2 แก้ว ราคาค่อนข้างดีมากเลย อ้อ สุดท้ายเราสั่ง IGNIV Bangkok Signature Tea มาดื่มคู่กับของหวานปิดมื้อได้สมบูณณ์แบบมาก
เวลา: มื้อกลางวัน (วันจันทร์ – วันศุกร์) | 12:00 – 15:00 น. มื้อเย็น | 18:00 – 23:00 น.
ราคา: 5,500++ บาท ต่อท่าน เพิ่ม 4,500++ บาท สำหรับไวน์แพร์ริ่ง 4 แก้ว เพิ่ม 3,500++ บาท สำหรับไวน์แพร์ริ่ง 3 แก้ว

IGNIV Bangkok | Spring Menu
SNACKS
Airbread – Corn
แผ่นแป้งทรง Pocket สีดำ ด้านในสอดไส้ครีมข้าวโพดที่ให้ทั้งรสทั้งกลิ่นของสมุนไพรไทย คล้ายทั้งต้มข่า ทั้งต้มยำน้ำข้นอ่อนๆ
Sea Bream – Nori – Kohlrabi
"โคลราบี" ผักหัวตระกูลกะหล่ำปม ถูกเตรียมอย่างดีจนไม่มีกลิ่นเหม็นฉุน ได้รสเค็มอ่อนๆ คำนี้ได้กลิ่นทะเลจางๆ สดชื่นเหมือนกำลังกระซิบกับเราว่าใกล้จะเริ่มต้นหน้าร้อนแล้วนะ
Jalapeño – Whey – Mustard Seeds พริกฮาลาเปญโญ่ ครีมนม และเมล็ดมัสตาร์ด ส่วนผสมที่เข้ากันอย่างไร้ข้อกังขา ความเผ็ดระดับ 2/10 ช่วยกระตุ้นต่อมรับรสให้เปิดได้อย่างเหมาะเจาะ
Tartelette – Tomato – Burrata
ทาร์ตมะเขือเทศและบูราต้าชีส คำนี้รสชาติเข้มข้นสุดใน 4 คำ แนะนำให้ทานพร้อมกันทั้งหมดในคำเดียวเลย ด้านนอกได้ความกรอบของเปลือกทาร์ต ตามด้วยความชุ่มฉ่ำและเค็มจากมะเขือเทศ Sautéed ปิดท้ายด้วยบูราต้าชีสที่หอมนุ่มและ Basil Leaf จิ๋ว คล้ายๆ กำลังทานพิซซ่าคำจิ๋วเลย

WINE PAIRING
โดยปกติเวลามา IGNIV Bangkok เรามักจะเริ่มมื้อด้วย Dom Perignon เสมอ เพราะเป็นคนชอบ Bubble แต่คราวนี้ทางร้านแนะนำไวน์มาให้ 2 รายการ ขาว 1 และแดง 1 เนื่องจากเราไม่ต้องการ Pairing ที่มากถึง 4 แก้ว คนคออ่อนอะเนอะ 😆 White Wine | VINCENT GIRARDIN ราคา 700++ บาท
Gaudry Sancerre Blanc "Le Tournebride" 2022 France (Sauvignon Blanc)
เริ่มมื้อด้วยไวน์ขาว ที่มีความสดชื่นอมเปรี้ยวเพียงเล็กน้อย ดื่มง่าย ไม่ dry และไม่ติดหวานแต่กลับได้รสชาติชัดเจนในทุก Sip เข้ากันดีกับ Appetizer ทั้ง 4 รวมถึง Starter ของเมนู Spring ซึ่งไวน์ขาวแก้วนี้ผลิตด้วย Sauvignon Blanc 100% ได้กลิ่นแรกคล้าย Pomelo และความหอมของ White Flower ค้างอยู่ในลมหายใจตามมาหลังสุด ไวน์ Vincent Gaudry จะขึ้นชื่อเรื่อง Purity และเป็นผู้ผลิตรายแรกๆ ใน Sancerre ที่ได้รับรอง Demeter (Biodynamic) ด้วย
Red Wine | DOMAINE AMI ราคา 900++ บาท Bourgogne Hautes-Côtes de Beaune 2022 France (Pinot Noir)
ปกติไม่ค่อยดื่มไวน์แดงซักเท่าไหร่ แต่จะมีองุ่นอยู่พันธุ์นึงที่ทั้งรักทั้งเกลียดก็คือ Pinot Noir ต้องบอกว่า 70% ที่สั่งมักจะไม่อร่อยด้วยความที่ Pinot Noir มีคาแรคเตอร์ชัดมากหลายๆ ครั้ง เราจะรู้สึกได้ถึงกลิ่นคล้ายพลาสติก คล้ายเชอร์รี่ดองสีแดงสดใสที่มักใส่มากับถ้วยไอศกรีม หรือบางทีก็ได้กลิ่นคล้ายยาแก้ไข้วัยเด็ก แต่ไวน์แดง Pinot Noir จาก AMI ตัวนี้เมื่อเทียบกับราคาแล้วคุ้มค่ามาก ทางร้านเล่าว่า Bourgogne Hautes-Côtes de Beaune 2022 เป็นออร์แกนิกไวน์จะมีความสดชื่นอยู่ในตัวเอง ซึ่งเราเห็นด้วยมากๆ Pinot Noir แก้วนี้จับคู่ได้ดีกับทั้ง "ผัก ปลา รวมถึงเนื้อแกะ" แต่คนที่คออ่อนก็อยากแอบกระซิบว่าแม้แก้วนี้จะไม่ใช้ Full Body แต่แรงอยู่น้า เอาเป็นว่าอยากให้ไปลองกันดูค่อนข้างประทับใจเลยถ้ามีโอกาสน่าจะสั่งอีกแน่นอน


STARTERS
Pea – Asparagus
เปิด Starter จานแรกมาก็ทึ่งเลยรอบนี้ คนไม่ชอบทานผักอย่างเรามา IGNIV Bangkok ทีไรก็ทานไม่เคยเหลือ จานนี้ "ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว" แนะนำให้คลุกผักกับตัวครีมแล้วทานทั้งหมดพร้อมกันจะพบกับความสดชื่น เหมือนเรากำลังนั่ง relax อยู่ที่สวนผักเล็กๆ หลังบ้าน รสชาติเข้าใจง่ายมากๆ
Mackerel – Makwaen – Dill เชฟอาร์เน่ใช้ Dill และ มะแขว่น มาทำให้เนื้อปลาแมคเคอเรลรสชาติหรูหราขึ้นถนัดตา เมื่อเนื้อปลา กระเทียมดอง แตงกวาแผ่นบางรวมตัวกันอยู่ในปากเรานั่นแหละคำตอบของ Spring ความสดชื่นที่แปลกใหม่แต่ก็คุ้นเคย เหมือนอาหารไทยแต่นี่ไม่ใช่อาหารไทย ปัญหาเดียวคือทำยังไงดีนะอยากเติมอีก

Beef Tartare – Mushrooms
เนื้อวัวทาร์ทาร์คลุกเคล้าเครื่องเทศ สีเข้มมากกกก ตอนแรกกลัวว่าจานนี้จะต้องรสจัดจนต้องสั่ง Red Wine มา Pairing ด้วยมั้ย แต่ทาง อิกนีฟ แบงคอก บอกเราว่าไม่เลย สามารถจับคู่กับไวน์ขาวที่เราเลือกไว้ตั้งแต่แรกได้สบายมาก แล้วก็จริง! ถึงแม้จานนี้ดูเหมือนเนื้อวัวจะเป็นพระเอกแน่ๆ แต่เนื้อวัวกลับเสริมรสชาติให้เหล่าเห็ดหลากชนิดที่เรียงรายอยู่ด้านข้างได้อย่างงดงาม สำหรับเราชอบเห็ดหูหนูขาวที่เชฟอาร์เน่ รีน นำไปทำให้กรอบ ทานคู่กับ Beef Tartare โอโห้ ปรบมือ!
Parsnip – Carrot – Lemon
ยกให้เลยกับตำแหน่ง "เทพแห่งผักหัว" คาดหวังตลอดแล้วก็ไม่เคยผิดหวังกับการทานผักที่ IGNIV Bangkok เชฟจัดการแครอทให้หวานเจี๊ยบแต่ยังคงไม่ทิ้งสัมผัสกรุบกรอบเล็กน้อยเอาไว้ให้เรา รวมถึง Parsnip ที่ดึงเอารสชาติ Nutty ออกมาได้ยอดเยี่ยม แถมยังตัดรสด้วยเลม่อนเล็กน้อยหอมมากกกก
Gyoza – Eggplant Tea – Chili โอเคจานนี้ในแง่รสชาติเราอาจจะว้าวน้อยที่สุด เพราะส่วนตัวอะไรห่อแป้งก็อร่อยหมด 😆 ถ้าจะถามถึงความโดดเด่นก็อาจจะเป็นการที่เชฟนำเอา Eggplant Tea ที่ปกติควรจะมีรสขมมาราดเป็นซุปแล้วไม่ทราบเลยว่าความขมที่หายไปมันเป็นไปได้ยังไงกันเนี่ย

Kimchi – Caviar – Nage
จานนี้ทาง IGNIV แจ้งว่าใช้ "คาเวียร์ ไฮบริด" ส่วนตัวคาดว่าน่าจะเป็น Kaluga Hybrid (Beluga Alternative) เพราะกลิ่นและรสจะค่อนข้างอ่อนแต่ยังคงได้ความ Buttery เพื่อมาทานกับ Nage ที่มีทั้งความครีมมี่และความเข้มข้นของกิมจิ รวมๆ จานน้ีเราว่าคล้ายต้มยำมากกกกกกก แต่สัมผัสเนี่ย Luxury ขั้นสุด หอม นุ่ม

Langoustine – Miso – Pickles ลองกูสทีนเมนูคาดหวังจาก IGNIV Bangkok เราบอกเลยว่าจองกี่ครั้งก็หวังจะได้ทานกุ้ง Langoustine นี่แหละ แน่นอนว่ารอบนี้เชฟเปลี่ยนรูปแบบจากคราวที่แล้วไปมาก เสิร์ฟมาบนเตาร้อนปรุงด้วย Miso flake ไม่แน่ใจเรียกแบบนี้ได้มั้ย แต่คล้ายน้ำพริกเลย ทานคู่กับผักดองฝานบางๆ ข้างบน เอาอีกแล้วล่ะ คำนี้คล้ายน้ำพริกแต่นึกไม่ออกว่าคืออะไร ได้ทั้งรสหวานจากกุ้ง ความเค็มจากมิโซะ ตัดเลี่ยนด้วยผักดอง เข้ากันๆๆๆๆ
**รอบนี้จะมีเพื่อนเราคนนึงไม่ทานกุ้ง ทางร้านก็มีการปรับให้เป็นเนื้อปลาแทน (ภาพขวา) ซึ่งเราจะไม่สามารถรีเควสต์วัตถุดิบเองได้ แต่การันตีความบาลานซ์ของรสชาติยังคงเข้ากันเหมือนเดิม

MAINS
สำหรับจานหลักทางอิกนีฟ แนะนำให้เราทานเป็นคู่ๆ คือ "ปลาคู่กับชิโครี่" ส่วน "แกะคู่กับแก่นตะวัน"

Red Grouper – Fennel – Fermented Lime
ปลาเก๋าแดงหนังกร๊อบบบกรอบ เนื้อหนา หวาน สีชมพูบ่งบอกให้รู้เลยล่ะว่าสุกกำลังดี ทานกับสาระพัดผักเคียงทั้งเฟนเนลแล้วก็น้ำมะนาวดอง! แถมยังมีผักชีลาวแซมมาอีกนิด เหมือน IGNIV Bangkok รวมเอาความสดชื่นทั้งประเทศไทยมาไว้ในจานนี้แล้วล่ะ
Chicory – Salee – Speck
ผักชิโครี่ หน้าตาคล้าย Endive จากคอร์สที่แล้วมากแต่รสชาติต่างกันเลยล่ะ จานนี้เป็นหนึ่งใน Top 3 ที่เราชอบที่สุด คือเชฟจับเอาชิโครี่ที่เป็นพืชตระกูลเดียวกับทานตะวันมาเสิร์ฟกับซอสครีมรสนัว มีสาลี่ฝานบางๆ เพิ่มมิติให้จานนี้ และไม่พลาดที่จะใส่ Speck ham ก้อนจิ๋วมาเพิ่ม Texture สำคัญที่สุดเราว่าจานนี้จะ complete ไม่ได้เลยถ้าขาย Pine nuts ที่ทั้งมันทั้งหอม และเป็นตัวเชื่อมให้ชิโครี่กับแฮมจูนเข้าหากันได้อย่างไร้ที่ติ

Lamb – Harissa – Green Pepper
สเต็กแกะขนาดกำลังดีที่เสิร์ฟมาพร้อมความสุกที่ Perfect อาจจะดูเนื้อแดงไปหน่อยแต่เชื่อเถอะทาน level นี้แหละ ไม่เหม็นและนุ่มมากๆ จานนี้ทานคู่กับซอส Harrissa Mayo และยังมีการนำมะแขว่นมาเสริมรสเพิ่มขึ้นไปอีกให้เป็น No. 1 ที่หนึ่งในใจไปเลย ลงตัวเข้ากันที่สุด ชอบมากกกกกก
Sunchoke – Onion
"แก่นตะวัน" หนึ่งในพืชที่มีคุณประโยชน์สูงและทานง่าย เปลือกจะมีสีน้ำตาลส่วนเนื้อสีขาวขุ่นคล้ายมันฝรั่งส่วนรสชาติก็ค่อนข้างคล้ายมันเช่นกันแต่สรรพคุณต้องบอกเลยว่ากินขาด! ทั้งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดแล้วยังกระตุ้นการดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ ได้ดีอีกด้วย วันนี้เชฟนำมาเสิร์ฟกับหอมดองจิ๋วเพื่อให้เราทานคู่กันกับแกะจานเมื่อสักครู่ perfect match เลยล่ะ

DESSERTS ของหวานหลากมิติที่เชฟแนะนำให้จับคู่กันสิแล้วจะพบอะไรใหม่ๆ Surprise!
IGNIV Bangkok Signature Tea | Lemongrass - Pandan
Pairing Drink ส่งท้ายคอร์สนี้ด้วยชาที่หาดื่มข้างนอกไม่ได้ (ราคาก็จำไม่ได้เช่นกัน 😆) ชาไร้คาเฟอีนกานี้ให้รสชาติแบบ Thai-Modern เราจะพูดยังไงดี คือไทยนะแต่ Blend นี้ได้รสที่ชาวต่างชาติก็น่าจะดื่มได้สบายๆ เลย กลิ่นหอมใบเตยและตะไคร้ไม่ได้แรงจนเกินไป นุ่มนวลคล้ายกับชาวานิลาเสียมากกว่า
Maprang – Coconut & Soufflé
จานแรกจะเป็น Tarte มะปราง ที่เชฟนำเอามะปรางรสหวานอมเปรี้ยวมีทั้งเนื้อชิ้นๆ และ Purée มาเป็นฐาน ทานกับครีมมะพร้าวเนื้อเนียนและหอมมะพร้าวอ่อนๆ พร้อมด้วย crust ที่ออกแบบมาเป็นรูปใบไม้สวยงาม แนะนำให้ทานคู่กับ "ซูเฟล่ช็อกโกแลต" แต่ส่วนตัวชอบทานแยกกันมากกว่า เพราะซูเฟล่ช็อกโกแลตรสชาติเข้มข้นมากกกก ถูกใจคนชอบดาร์กช็อกแต่อาจจะมีความเปรี้ยวท้ายเล็กน้อยเนื่องจาก IGNIV Bangkok เลือกใช้ช็อกโกแลตจาก จ.ลำปาง จึงได้ signature profile ตามแบบฉบับของช็อกโกแลตประเทศไทย แน่นอนว่าหวานน้อยมากกก Onthejetplane กล้าการันตีเลย
Coffee Blossom – Caramel – Salak & Cucumber – Aloe Vera – Ginger Beer ขนมหวานปิดท้ายที่รสเข้มข้นที่สุดและตะโกนคำว่าเมืองร้อนออกมาได้ชัดที่สุดขอยกให้ Coffee Blossom – Caramel – Salak ช็อกโกแลตรูปสละที่ได้รสชาติสละเต็มๆ เชฟนำสละ ดอกกาแฟ และคาราเมล มาเบลนด์กันได้จัดจ้านมากๆ และเมื่อทานคู่กับ Cucumber – Aloe Vera – Ginger Beer Sorbet ที่ทำจากแตงกวา ว่านหางจระเข้ และจิงเจอร์เบียร์ ก็ต้องหันไปมองหน้ากับเพื่อนๆ แล้วถามว่าอะไรกันเนี่ยเหมือนกำลังทานสละสดๆ เฉยเลย งง แล้วก็งงแล้วก็งงอีกรอบ โอเคต้องยอมรับว่าไปทานกัน 4 คน ชอบ 1 ไม่ชอบ 2 เฉยๆ 1 จานนี้ถ้าคนชอบก็คือชอบเลยแต่ถ้าไม่ชอบก็ยกให้เพื่อนแล้วกันเนอะ 😆 แบบนี้เองล่ะข้อดีของ Sharing Concept ที่ IGNIV ใครชอบจานไหนมากกว่าก็ทานเยอะหน่อยสลับๆ แชร์ๆ กันไป


CANDY STORE
ห้ามลืมที่จะไตร่ตรองให้ดีก่อนเลือกลงกล่อง! ทำใจยังไงเมื่อเชฟเปลี่ยนเซ็ทใหม่อีกแล้วอร่อยมากๆ แล้วโอกาสเดียวที่จะได้ทานก็คือต้องมา IGNIV เท่านั้นแหละเพราะ Candy Store ที่นี่เค้ามีไว้มอบของขวัญให้คนที่มารับประทานอาหารแต่ไม่ได้มีไว้ขาย ส่วนเรากลับมาทุกคอร์ส ทุกรอบ ไม่เคยพลาด 🥰
Chocolates, Chocolate Nuts แนะนำช็อกโลแลต Pistachio ใหม่ล่าสุด แล้วก็ช็อกโกแลต Hazelnut ด้านในอัดแน่นไปด้วย Praline แบบอื้อหือ!!! ถัดมาก็คือน้องช็อกโกแลตโยเกิร์ตสตรอเบอร์รี่คะแนนเต็ม 10 ให้ 200 เลย
Madeleines, Canelés, Financier
ขนมอบ 3 อย่างนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด มาเดอลีน คานาเล่ ถาม 10 คน ที่เคยทานทุกคนก็ต้องตอบว่าอร่อยกันหมดแน่นอน! รอบนี้เชฟทำเมนูใหม่คือฟินองเซียที่มี Hazelnut Flake ด้านบน ชิ้นนี้เล่นกับใจมากอยากจะเป็นลมอร่อยลงตัวสุดๆ ทำไมเชฟไม่ยอมขาย ฮืออออ
Panforte, Fruit Jellies Panforte ขนมที่หนึ่งในใจเราและคุณพ่อมากๆ ลูกฟิกกวนหวานน้อยผสานกับถั่วเฮเซลนัทที่หั่นแบบ chunk สลับกับแบบครึ่งซีก ทุกอย่างออกมากำลังดีไม่กรอบหรือแข็งเกิน ทานเพลินเข้ากับน้ำชาสุดดดด
รายละเอียดเมนูฉบับเต็ม

สรุป IGNIV Bangkok Spring Menu 2026
การกลับมาทาน Spring Course ที่ "อิกนีฟ แบงคอก" ครั้งนี้ Onthejetplane ยังคงรู้สึกว่าทุกคอร์สเชฟจัดสรรวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพมา combine กันได้อย่างลงตัวเช่นเคย คนที่ไม่ชอบผักจะทานผักได้อย่างมีความสุขที่สุด ที่สำคัญไม่ว่าเราจะทานจบดึกแค่ไหนก็ไม่เคยมีอาการท้องอืดเลย Pairing Prebiotic และ Probiotics มาแทรกในทุกจานได้อย่างแยบยล ส่วนในแง่ของรสชาติน่าจะถูกปากคนไทยมากขึ้นสุดๆ เพราะถูกปรุงด้วยเครื่องเทศที่คนไทยคุ้นเคยแต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น IGNIV อยู่ 100% หากใครกำลังมองหา Fine Dining มื้อค่ำที่เหมาะกับการค่อยๆ ทานไปเรื่อยๆ ที่นี่ตอบโจทย์แน่นอน และที่สำคัญไม่ว่างจะเป็นโอกาสไหนก็เหมาะเพราะในแง่ของ First Impression เองมองแล้วก็สวยงามน่าประทับใจจนต้องถ่ายภาพเก็บไว้ทุกจาน อ้อ! Candy Store รอบนี้มีขนมใหม่ที่ไม่อยากให้พลาดเลยคือตัว Chocolate โยเกิร์ตสีขาว และ Financier ที่มี Hazelnut Flake อยู่ด้านบนด้วยทานแล้วก็ร้องโอโหอยู่ 10 ครั้ง ห้ามลืมเลือกน้องใส่กล่องกลับบ้านไปด้วยนะ!

ราคา IGNIV Bangkok Spring 2026
เมนูฤดูใบไม้ผลิ: 19 จาน
เวลา: มื้อกลางวัน (วันจันทร์ – วันศุกร์) | 12:00 – 15:00 น. มื้อเย็น | 18:00 – 23:00 น.
ราคา: 5,500++ บาท ต่อท่าน เพิ่ม 4,500++ บาท สำหรับไวน์แพร์ริ่ง 4 แก้ว เพิ่ม 3,500++ บาท สำหรับไวน์แพร์ริ่ง 3 แก้ว
เมนู Lunch Break: มื้อกลางวัน เลือกได้ 2-4 จาน
เวลา: มื้อกลางวัน (วันจันทร์ – วันศุกร์) | 12:00 – 15:00 น.
ราคา: เริ่มต้น 1,600++ บาท ต่อท่าน
เมนู Lunch Break Experience: 11 จาน (เมนูฤดูใบไม้ผลิขนาดย่อม)
เวลา: มื้อกลางวัน (วันจันทร์ – วันศุกร์) | 12:00 – 15:00 น.
ราคา: เริ่มต้น 3,200++ บาท ต่อท่าน เพิ่ม 2,500++ บาท สำหรับไวน์แพร์ริ่ง 3 แก้ว
เมนู Weekend Brunch
เวลา: มื้อสาย (วันเสาร์ – วันอาทิตย์) | 11:00 – 15:00 น.
ราคา: 3,200++ บาท ต่อท่าน
เมนูอื่นๆ เมนูวีแกน มังสวิรัติ อะลาคาร์ต และเมนูสำหรับเด็ก มีให้บริการตามปกติ

IGNIV Bangkok, 1 Michelin Star
159 Rajadamri Road, Bangkok, Thailand, Bangkok
Location: 1st Floor The St. Regis Bangkok
การเดินทาง: BTS สถานีราชดำริ (ทางออก 4)
Reservation
โทร: 02 207 7822
อีเมล: igniv.bangkok@stregis.com
Instagram: instagram.com/igniv_bangkok
_edited.png)


