[รีวิว] The Ritz-Carlton, Bangkok, Club Lounge | คลับเลาจน์ โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ
- Onthejetplane

- 15 ก.พ.
- ยาว 3 นาที

รีวิว Club Lounge ของโรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok ประสบการณ์การใช้บริการคลับเลาจน์ของโรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ที่ให้บริการอาหาร 5 มื้อตลอดวัน พร้อมเครื่องดื่มตลอด 24 ชั่วโมง
การมาถึงของ The Ritz-Carlton, Bangkok ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ระดับ Ultra-Luxury ตัวท็อปจากเครือ Marriott International ที่เลือกเปิดตัวโรงแรมแห่งแรกในกรุงเทพฯ ณ โครงการ One Bangkok พร้อมเปิดฉากได้อย่างสง่างาม ด้วยการคว้ารางวัล One MICHELIN Key ตั้งแต่ปีแรกที่เปิดให้บริการ (ประกาศผลเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568)
สำหรับใครที่กำลังมองหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องห้องพัก ประสบการณ์การเข้าพัก หรือโดยเฉพาะ Club Lounge ของโรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok ต้องบอกตรงๆ ว่ารีวิวแบบละเอียดจากประสบการณ์ใช้บริการจริงนั้นหาอ่านได้ยากมาก Onthejetplane จึงตั้งใจรวบรวมทุกดีเทลของการเข้าพักจริงจาก Club Lounge ของโรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok มาเล่าให้ครบในบทความนี้ ตั้งแต่บรรยากาศ การให้บริการ อาหาร เครื่องดื่ม ไปจนถึงความคุ้มค่า เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้นก่อนวางแผนเข้าพักจริง

The Ritz-Carlton, Bangkok Club Experience
สิทธิ์ในการเข้าใช้บริการ Club Lounge ของโรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ จะมาพร้อมกับห้องพักประเภท Club Room ขึ้นไปจนถึง Suite เท่านั้น โดยสถานะ Elite Status ของ Marriott Bonvoy ไม่สามารถใช้สิทธิ์ complimentary access เพื่อเข้าใช้บริการในส่วนของคลับเลาจน์ที่เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ได้
สำหรับแขกที่จองห้องพักกลุ่มนี้ไว้ การเข้าพักจะเริ่มต้นอย่างพิเศษตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินทางมาถึงโรงแรม โดยเหล่าสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีของ The Ritz-Carlton จะพาเราขึ้นลิฟท์ตรงจากล็อบบี้ไปยังชั้น 23 ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Club Lounge เพื่อให้บริการ Private Check-in/out จากบนนี้ได้เลยโดยไม่ต้องผ่านเคาน์เตอร์หลักด้านล่าง
แนวคิดของคลับเลาจน์ที่เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ถูกนิยามไว้ชัดเจนในแบบ "Hotel within a Hotel" คือเปรียบเสมือนโรงแรมอีกแห่งที่ซ่อนตัวอยู่ภายในโรงแรมเดียวกัน เพื่อมอบความเป็นส่วนตัวและบริการระดับลักซ์ชูรีให้กับผู้เข้าพักโดยเฉพาะ และต้องบอกว่าความรู้สึกแรกเมื่อก้าวเข้ามาคือ "ความประทับใจตั้งแต่แรกพบ" ทั้งในแง่การออกแบบและการบริการ ที่เรียกว่า "เป๊ะ" สมมาตรฐานของเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน

การตกแต่งโทนสีขาวดำตัดกับแสงไฟโทนส้มอบอุ่น ไล่ตั้งแต่พื้นกระเบื้อง เพดาน ไปจนถึงโต๊ะหินอ่อนสีขาวที่ดูสะอาดตา ให้บรรยากาศที่ดูหรูหราแต่ผ่อนคลาย ส่วนเรื่องการบริการคือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่สัมผัสได้ตลอดการเข้าพัก มาตรฐานสม่ำเสมอ พร้อมความใส่ใจในรายละเอียดจนสามารถจดจำชื่อแขกได้ตั้งแต่ Reception ชั้นล็อบบี้ไปจนถึง Club Lounge


เมื่อมาถึงทาง Club Ambassador จะเข้ามาแนะนำตัวและพาไปทำการเช็กอินที่บริเวณที่นั่งภายในคลับเลาจน์ พร้อมการต้อนรับด้วยเครื่องดื่ม Signature Welcome Drink และสามารถเลือกสั่งเครื่องดื่มอื่นๆ ที่มีให้บริการภายในคลับเลาจน์ได้ด้วย ถือเป็นการเริ่มต้นประสบการณ์ Staycation ที่ The Ritz-Carlton, Bangkok ได้อย่างรื่นรมย์ ด้วย Prosecco เบาๆ สักแก้ว ท่ามกลางบรรยากาศที่ทั้งสงบ เป็นส่วนตัว และเปี่ยมด้วยรายละเอียดของงานบริการระดับลักซ์ชูรี

จุดเด่นของ Club Lounge โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ คือเสิร์ฟกันจริงจังมากถึง 5 มื้อตลอดทั้งวัน ส่วนเรื่องเครื่องดื่มคือเสิร์ฟกันตลอด 24 ชั่วโมง ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของคลับเลาจน์แห่งนี้จริงๆ เพราะในกรุงเทพฯ เองน่าจะมีคลับเลาจน์ในโรงแรมที่เสิร์ฟแบบฟูลออฟชั่นตลอดทั้งวันแบบนี้น้อยมากๆ อย่างเราจองมา Staycation คือเรียกว่าแทบไม่ต้องออกไปไหนเลย มีแค่ออกไปเดินเล่น One Bangkok ซื้อของนิดหน่อย นอกนั้นคืออยู่ใช้บริการ Facility และ Club Lounge ภายในโรงแรมได้ตลอดทั้งวันอย่างเต็มที่
Highlight ของ Club Lounge ของโรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok
เสิร์ฟอาหาร 5 มื้อตลอดวัน
เสิร์ฟเครื่องดื่มหลากหลายทั้ง Soft-Drink และแอลกอฮอล์ตลอด 24 ชั่วโมง
เสิร์ฟแชมเปญ 4 ชั่วโมงเต็มในช่วง Evening Cocktails
ตั้งอยู่บนชั้น 23 สูงสุด วิวสวย มองเห็นสวนลุมได้เต็มตา
บริการ Private Check-in/out
การบริการจากสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีระดับ The Ritz-Carlton


CLUB LOUNGE SERVICE HOUR
Breakfast 06:30-10:30 น.
(เสาร์ อาทิตย์ วันหยุด เปิดให้บริการถึง 11:00 น.)
นอกเหนือจากที่ Lily’s ซึ่งเป็นห้องอาหารหลักของทางโรงแรมซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 7 แขกที่ใช้บริการคลับเลาจน์ยังสามารถเลือกมารับประทานอาหารเช้าบนชั้น 23 นี้ได้อีกด้วย แน่นอนความความหลากหลายของอาหาร หรือส่วน Hot Station อาจจะไม่เยอะเท่าด้านล่าง แต่ต้องบอกว่ามีให้บริการครอบคลุมคล้ายกัน โดยจะมีทั้งส่วนของไลน์บุฟเฟ่ต์ขนาดเล็ก พวกสลัด Chia Pudding, Greek Yogurt, Cold Cuts, Smoked Salmon, Selection of Cheese ผลไม้สด/น้ำผลไม้สด และ Bakery Station มีทั้ง Bread และ Pastry ดีเกินไลน์บุฟเฟ่ต์ ส่วน Hot Station บริการอาหารร้อนสำหรับเมนู A La Carte เช่น ก๋วยเตี๋ยว Omelette, French Breakfast, Egg Benedict ที่สำคัญกาแฟของที่นี่ collab กับ SARNIES ประหนึ่งมีคาเฟ่มาให้บริการอยู่ในคลับเลาจน์




Light Lunch 12:00-14:00 น.
ช่วง Light Lunch ยังคงมีทั้งไลน์บุฟเฟ่ต์ที่อร่อยไม่แพ้ช่วงเช้า ส่วนของ Hot Station เป็นเมนูพาสต้าปรุงสด แนะนำพาสต้าเบค่อนพริกกระเทียม และยังมีกับข้าวอีกสามสี่เมนูที่จะสลับหมุนเวียนกันไป อย่างวันที่เราพักไปเป็นเมนูต้มยำกุ้งที่รสชาติเด็ดมาก กุ้งเนื้อแน่น นอกจากนี้ ยังคงมีสลัดบาร์และขนมให้บริการด้วยเช่นกัน


Afternoon Tea 14:30-16:30 น.
ช่วงบ่ายก็จะเสิร์ฟเบาๆ เป็น Light Afternoon Tea Set (ไม่เหมือนชุดที่ให้บริการตรง Caleō ด้านล่าง) มีพวกมินิแซนด์วิช Wrap และของหวานหลากหลาย เช่น Chocolate Mousse, Macaroon, White Chocolate Truffles, Sanmacoz Cake พร้อมสโคนที่มากับ Mango, Pineapple Raisins, Clotted Cream สามารถสั่งมาเป็นชุดแบบทานคนเดียวหรือสองคนก็ได้ ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้บริการอยู่แล้วตลอดวันเช่นเดิม ไม่ว่าจะชา กาแฟ Soft-Drink หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ


Hors D’Oeuvres 18:00-21:00 น.
Evening Cocktails 18:00-22:00 น.
ปกติต้องถือว่าเวลานี้คือช่วงไฮไลท์สำหรับคลับเลาจน์อื่นๆ เพราะให้บริการเครื่องดื่มหลากหลายรวมถึงเครื่งดื่มแอลกอฮอล์ในมื้อเย็น แต่อย่างที่บอกว่าที่นี่เสิร์ฟเครื่องดื่มกันแบบ 24 ชม. อยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่แตกต่างคือ จะมีให้บริการเครื่งดื่ม Cocktails เพิ่มเข้ามา รวมถึงไฮไลท์สำคัญอย่าง Champagne ที่มีให้บริการ 2 ตัวเลือกด้วยกัน
ส่วนไลน์อาหารยังคงจัดเต็มเช่นเดิม พวก Cold Cuts & Cheese, Smoked Salmon/King Fish, Soup, ปูผัดบรอกโคลีที่เนื้อปูมาแบบเต็มๆ ซึ่งเมนูอาจมีสลับหมุนเวียนไปเรื่อยๆ เพิ่มเติมคือ Hot Station เป็นพิซซ่าที่ทำให้สดๆ ในคลับเลาจน์เลย สามารถสั่งแบบเลือกหน้ากันได้เองตามใจชอบ ได้ลองหน้าทรัฟเฟิลรสชาติดีมาก โดยส่วนของอาหารร้อนจะให้บริการถึงสามทุ่ม ส่วนพวกสแน็กรวมถึงเครื่องดื่มซิกเนเจอร์แบบต่างๆ และแชมเปญจะเสิร์ฟยาวไปจนถึงสี่ทุ่ม อย่างเครื่องดื่ม Sparkling Wine จะเสิร์ฟของ Zonin Prosecco จาก Italy ซึ่งมีให้บริการตลอดวัน


เครื่องดื่มแชมเปญจาก The Ritz-Carlton Champagne Selection จะให้บริการเฉพาะช่วงเวลา 18:00-22:00 น. เท่านั้น (ให้บริการ 4 ชั่วโมงเต็ม) โดยมีให้เลือก 2 แบรนด์ด้วยกัน คือ
Billecart-Salmon, Le Reserve (Extra Brut)
The Ritz-Carlton Champagne (Brut Reserve) ที่ทางโรงแรม Collab กับแบรนด์ Barons De Rothschild ซึ่งทำเป็น Specially Crafted for The Ritz-Carlton Hotels เท่านั้น



Dessert & Cordials 20:00-22:00 น.
ช่วงนี้จริงๆ ก็เหมือนลากยาวกันมาตั้งแต่หัวค่ำต่อ แค่บาง item จะมีให้บริการยาวไปถึงสี่ทุ่ม โดยเฉพาะพวกขนมหวาน มูส Snack ทานเล่น และผลไม้สด อย่างขนม Financier จัดกันมาให้เลือกหลากหลายรส ขนม Chocolate มาการอง รวมถึงผลไม้สดหลากชนิดที่คุณภาพดี cutting มาสวยงาม พวกตระกูลเบอร์รี่ค่อนข้างเยอะทั้ง สตรอว์เบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่
ส่วนหลัง 5 ทุ่ม จะเป็น Self-service ที่ทางโรงแรมจัด Drink Station เครื่องดื่มเล็กๆ เอาไว้ให้หยิบได้เอง ไม่ว่าจะเป็น Soft-Drink มีครบทั้งน้ำดื่มแบบ Still Water และ Sparkling Water รวมถึงน้ำอัดลม กาแฟแคปซูล Nespresso และน้ำผลไม้สดในขวดแก้ว ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ จะมีพวกไวน์ขาว ไวน์แดง Sparkling Wine วางเอาไว้ให้บริการสองสามชนิด และเบียร์อีก 1 ตู้แช่เต็มๆ


สรุป Club Lounge ของโรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok
ประทับใจใน Experience โดยรวมของที่นี่มาก ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม การบริการ วิว พนักงาน การตกแต่ง รวมถึงความไพรเวทของคลับ แม้ขนาดของคลับจะไม่ใหญ่มาก แต่ถือว่าพอดีกับจำนวนแขกของทางโรงแรม ที่แม้ช่วงเย็นอาจจะมีแขกแวะมาใช้บริการเยอะอยู่บ้าง แต่ก็ไม่พลุกพล่านหรือรอการบริการนาน มื้อเช้าจะเลือกทานบน Club Lounge ชั้น 23 หรือที่ Lily’s ก็ได้ แต่ถ้าใครชอบบรรยากาศชิลๆ คนไม่เยอะ คลับเลาจน์ถือว่าตอบโจทย์มาก เรื่องเครื่องดื่มโดดเด่นยืนหนึ่งจริงๆ และเรียกได้เลยว่าในกรุงเทพฯ น่าจะมีตัวเลือกที่สูสีกันน้อยมากๆ พนักงานบริการดีเยี่ยม จำชื่อแขกได้ตลอดการเข้าพัก การตกแต่งก็ใช้ของคุณภาพสมศักดิ์ศรี The Ritz-Carlton เหมาะกับคนที่ต้องการจะมา Staycation ที่เน้นใช้ชีวิตอยู่ในโรงแรมเพื่อ Enjoy Facility มากกว่าจะออกไปเที่ยวข้างนอก ซึ่งการจองห้องที่รวม Club Lounge ถือว่าตอบโจทย์มากจริงๆ
ส่วนใครที่ต้องการ Invite Guest มา Enjoy Club Benefit ในส่วน Club Lounge Access ก็สามารถทำได้ โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอยู่ที่ประมาณ 3,xxx ต่อคน/วัน (ไม่เข้าพัก) โดยเจ้าของห้องต้องมาพร้อม Guest เสมอ ส่วนถ้าเป็นการเพิ่ม Guest แบบมี Extra Bed (เข้าพัก) ด้วยอยู่ที่ประมาณ 7,xxx ต่อคน/วัน

About The Ritz-Carlton in Thailand
สำหรับโรงแรม The Ritz-Carlton แห่งแรกของประเทศไทยคือ The Ritz-Carlton, Koh Samui ตั้งอยู่บนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และยังมีส่วนที่เป็น Branded Residence คือ The Ritz-Carlton Residences, Bangkok อาคาร King Power Mahanakhon ย่านสาทร ใจกลางกรุงเทพฯ รวมถึงยังมี Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve ที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นแบรนด์ Ritz-Carlton Reserve แห่งแรกของโลกอีกด้วย โดยโรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok ถือเป็น The Ritz-Carlton แห่งแรกของกรุงเทพ ติดตามรีวิวอื่นๆ ของ Onthejetplane ทั้งอาฟเตอร์นูนที รูฟท็อปบาร์ อาหารมื้อพิเศษ รวมถึงรีวิว Luxury Hotel, สายการบิน และ บัตรเครดิตต่างๆ แบบละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.onthejetplane.com

_edited.png)


