• On The Jet Plane

ปักหมุด 15 ที่เที่ยวสุดประทับใจ พาไปเที่ยวอิตาลี



ปักหมุด 15 ที่เที่ยวสุดประทับใจ พาไปเที่ยวอิตาลี


ใครกำลังมีแพลนเที่ยวอิตาลี ต้องจัดลิสต์ที่เที่ยวเหล่านี้เอาไว้ในอันดับต้นๆ เพราะว่าถือเป็นแลนด์มาร์คชื่อดัง เป็นที่เที่ยวสุดประทับใจของอิตาลี ที่เราคัดมาให้แล้วว่าไปปักหมุดแล้วคุณจะต้องถูกใจอย่างแน่นอน ซึ่งถึงแม้ว่าเมืองต่างๆ ในอิตาลีจะเดินทางง่ายด้วยรถไฟ หากใครไปอิตาลีทริปเดียวเที่ยวได้หลายเมือง หรือถ้าใครมีเวลาไม่มากนักก็คลิกจองตั๋วเครื่องบินไปอิตาลีกับ Traveloka เพราะสะดวกสบายสุดๆ ยิ่งใช้ฟังก์ชั่น Smart Combo แมทช์ตั๋วเครื่องบินราคาถูกแบบไป-กลับ ช่วยลดราคาไปได้อีก แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมแวะไปเช็คมาตรการสนามบิน ก่อนเตรียมตัว เพราะจะได้รู้ว่าก่อนเข้าประเทศอิตาลีนั้นจะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ทางไปเช็ค > https://www.traveloka.com/th-th/flight/safe-travel/


เคล็ดลับการจองตั๋วเครื่องบินไปโรม - มิลาน


อยากจองตั๋วเครื่องบินไปโรม หรือว่ามิลาน แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกสายการบินไหนดี ลองเลือกดู Turkish Airlines จะดีไหม เพราะว่าสายการบินนี้มีทั้งไฟลท์ไปโรม หรือว่ามิลาน โดยสายการบินแบบ Full Service ทั้งการบริการ น้ำ ขนม รวมถึงที่นั่งกว้างขวาง บินไปต่อเครื่องที่อิสตันบูล แล้วบินต่อไปลงที่โรม หรือมิลานได้เลย ทางไปจอง Turkish Airlines กับ Traveloka > https://www.traveloka.com/th-th/flight/airline/turkish-airlines


ไปจองตั๋วเครื่องบินไปโรม กับTraveloka > https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Rome.FCO


ไปจองตั๋วเครื่องบินไปมิลาน กับTraveloka > https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Milan.MILA


ก่อนอื่นมาดูกัน “15 จุดปักหมุดที่เที่ยว โรม - มิลาน” มีที่ไหนไม่ตวรพลาดกันบ้าง



1. หอเอนเมืองปิซา (Tower of Pisa)


แลนด์มาร์กสำคัญของอิตาลี ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา 1 ใน 3 สิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ในจตุรัสดูโอโม (Duomo Square) เป็นหอระฆังรูปทรงกระบอก 8 ชั้น สูงถึง 56 เมตร สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวน้ำหนักรวมถึง 14,500 ตัน ภายในมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลาย โดยใช้เวลาสร้างเบ็ดเสร็จ 177 ปี นอกจากจะได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก หอเอนเมืองปิซายังเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย



2. มหาวิหารมิลาน (Milan Cathedral)


จองตั๋วเครื่องบินไปมิลาน แล้วไปเที่ยวที่มหาวิหารมิลาน หรือ มหาวิหารดูโอโม (Duomo di Milano) เป็นมหาวิหารกอธิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานมากกว่า 500 ปี ภายนอกมียอดแหลมบนหลังคามากถึง 135 ยอด จนได้รับฉายาว่า “วิหารเม่น” บริเวณยอดใหญ่ตรงกลางมีพระรูปแม่พระทองสัมฤทธิ์ สูง 4 เมตร ภายในประดับประดาไปด้วยรูปปั้นของนักบุญและเรื่องราวจากพระคัมภีร์กว่า 3200 รูป



3. ปราสาทสฟอร์เซสโก (Sforzesco Castle)


ปราสาทสฟอร์เซสโก ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะเซมปิโอน (Sempione Park) นอกจากตัวปราสาทที่สวยงามแล้ว ภายในยังมีพิพิธภัณฑ์ชื่อดังอย่าง “Museum of Ancient Art” ให้ได้ศึกษาประวัติความเป็นมาเมืองมิลาน และเรื่องราวของปราสาทสฟอร์เซสโก และยังมีผลงานศิลปะของ “ไมเคิล แองเจลโล” (Michael Angelo) รวมทั้งผลงานของเหล่าศิลปินชื่อดังในยุคเรเนสซองส์ให้ชมอีกมากมาย



4. โบสถ์ซานตามาเรียเดอกราซี (Santa Maria Delle Grazie)


“ซานตามารีอาเดลเลกราซี” โบสถ์และคอนแวนต์ของคณะดอมินิกัน สถานที่ที่เก็บรักษาผลงานศิลปะชิ้นสำคัญ “พระกระยาหารค่ำมื้อสุดท้าย” (The Last Supper) ภาพวาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ “ลีโอนาร์โด ดาวินชี” (Leonardo da Vinci) ที่ยังคงมีความสมบูรณ์เป็นอย่างดี โดยตั้งอยู่ในบริเวณของหอฉัน ในส่วนคอนแวนต์ นอกจากนี้มุขทางด้านตะวันออก เชื่อกันว่าเป็นฝีมือการสร้างของ “บรามันเต” (Bramante) สถาปนิกชื่อดังชาวอิตาลี



5. โรงอุปรากรลาสกาลา (Teatro alla Scala)


“ลาสกาลา” หนึ่งในโรงละครโอเปราและบัลเลท์ชั้นนำของโลก ภายนอกตกแต่งสไตล์นีโอคลาสสิกที่เรียบง่าย ภายในได่รับการตกแต่งอย่างอลังการ สวยงามด้วยเสาหรูหราขนาดใหญ่ และโถงทางเดินที่ประดับประดาด้วยกระจกวิบวับ โดดเด่นด้วยแชนเดอร์เลียขนาดใหญ่เหนือที่นั่งชม ที่นี่ยังมีส่วนของพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับโอเปรา ให้นักท่องเที่ยวที่จองตั๋วเครื่องบินไปอิตาลี ได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของโอเปราอีกด้วย



6. ย่านเบร์รา (Brera District)


ย่านศิลปะและศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมืองมิลาน เป็นอีกที่เที่ยวน่าสนใจของการไปเที่ยวโรม - มิลาน มีบรรยากาศแบบโบฮีเมียน สถาปัตยกรรมตึกรามบ้านช่องเป็นโทนสีเหลืองดูเรียบง่ายสบายตา ไฮไลท์ของที่นี่คือ Palazzo Brera หอศิลป์ที่จัดแสดงผลงานศิลปะและวัฒนธรรมมากกว่า 400 ชิ้น และยังเป็นที่ตั้งของหอดูดาวของเมือง และ พิพิธภัณฑ์โบราณคดีอีกด้วย



7. อาคารแกลเลอเรียวิคตอริโอเอมานูเอล 2 (Galleria Vittorio Emanuele II)


ศูนย์การค้าที่สวยที่สุดและเก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่า “ห้องนั่งเล่นของมิลาน” ลักษณะเป็นทางเดินและอาคารขนาบ 4 ชั้น คลุมด้วยหลังคาทรงโค้ง มีสินค้าแบรนด์เนมดีไชน์เก๋หรูหราราคาแพงให้ช้อปกันเพลินๆ และยังมีร้านกาแฟที่่เรียกกันว่า “ไซด์วอล์คคาเฟ่” ให้นั่งจิบกาแฟนั่งดูผู้คนที่เดินกันไปมา พร้อมความงดงามสถาปัตยกรรมของตัวอาคารได้อย่างเต็มตา



8. โคลอสเซียม (Colosseum)


“โคลอสเซียม” สนามกีฬาโบราณใจกลางกรุงโรม เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง โดยมีโครงสร้างแบบวงกลมรี มี 4 ชั้น จุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 - 70,000 คน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 15 ไร่ ภายในมีห้องต่างๆ มากมาย เช่น ห้องประทับของกษัตริย์ ห้องจัดเลี้ยง ห้องนักสู้ ห้องเก็บอาวุธ ห้องขังนักโทษ ห้องกักสัตว์ และยังมีลิฟท์สำหรับยกกรงสัตว์ขึ้นมาสู่สนาม ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆ ในปัจจุบัน



9. โรมันฟอรัม (Roman Forum)


โรมันฟอรัม หรือ “โฟโรโรมาโน” (Foro Romano) ในภาษาอิตาลี เป็นหนึ่งในจุดปักหมุดที่น่าสนใจ เพราะซากปรักหักพังทั้งเสาหิน ซุ้มประตู และวิหารที่เห็นอยู่เบื้องหน้า อดีตคือศูนย์กลางย่านการค้า การเมืองและศาสนาที่รุ่งเรืองของกรุงโรม เมื่อเข้าสู่ยุคเสื่อมถอย ที่นี่ก็ถูกปล่อยทิ้งร้างจนถึงปัจจุบัน แต่ยังคงหลงเหลือความยิ่งใหญ่ในอดีตให้ชมกันได้



10. เนินเขาพาเลติเน (Palatine Hill)


เนินเขาแพลาไทน์เป็น 1 ใน 7 เนินเขาที่มีชื่อเสียงของกรุงโรม เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ก่อตั้งกรุงโรมในตำนาน ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพัง มีหลายโซนน่าสนใจให้เยี่ยมชม อย่างเช่น ซากสตาดีโอ (Stadio) สนามกีฬารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และจิตรกรรมฝาผนังโมเสก (Mosaic) ที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมันในอดีต รวมทั้งยังสามารถมองเห็นวิวที่สวยงามของโรมันฟอรัมได้อีกด้วย



11. จัตุรัสนาโวนา (Piazza Navona)


จัตุรัสวงรีอดีตสนามกีฬาโรมันโบราณ ปัจจุบันเป็นจัตุรัสที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและสวยที่สุดในกรุงโรม รายล้อมด้วยหมู่อาคารสีสันสดใส เป็นแหล่งแฮงเอาท์ยอดนิยม บรรยากาศสุดชิล เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านกาแฟเก๋ๆ รวมถึงร้านไอศรีมเจลาโตอร่อยๆ มีศิลปินเปิดหมวก ศิลปินนั่งวาดรูป มีน้ำพุจตุมหานทีและเสาโอเบลิกส์ เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ



12. น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain)


น้ำพุสไตล์บาโรกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโรม และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีเทพเจ้าเนปจูนขี่รถม้าติดปีกอยู่กลางน้ำพุ และยังอยู่จุดที่เชื่อมต่อของถนน 3 สาย และจุดปลายทางท่อส่งน้ำที่เก่าแก่ที่เรียกว่า “Aqua Virgo” น้ำพุเทรวี่มีชื่อเสียงเรื่องการโยนเหรียญที่นักท่องเที่ยวนิยมมาโยนเหรียญพร้อมคำอธิษฐาน ตามความเชื่อว่าจะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้งหนึ่ง



13. มหาวิหารนักบุญเปโตร (Basilica of Saint Peter)


มหาวิหารนักบุญเปโตร เป็น 1 ใน 4 ของมหาวิหารเอกของกรุงโรม มหาวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 14 ไร่ ในเขตนครรัฐวาติกัน และนอกจากความใหญ่โตและสวยงามอลังการแล้ว ยังเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับคริสตจักรโรมันคาทอลิก ด้วยความเชื่อที่ว่าที่นี่คือที่ฝังร่างของนักบุญเปโตร องค์พระสันตะปาปาองค์แรกของโรม และมีค้นพบว่าเป็นที่ฝังศพนักบุญเปโตรจริง จึงทำให้พระสันตะปาปาองค์ต่อมาถูกฝังร่างที่นี่มากกว่า 91 องค์



14. ย่านตราสเตเวเร (Trastevere)


“ตราสเตเวเร” เป็นย่านเมืองเก่าเล็กๆ ยุคกลางที่เปี่ยมเสน่ห์ริมแม่น้ำไทเบอร์ เรียกได้ว่าเป็นย่านลับที่หลบอยู่ในมุมหนึ่งของกรุงโรมก็ว่าได้ จุดเด่นคือถนนสวยๆ ที่ประดับด้วยกระเบื้องโมเสก ที่นี่มีทั้งผ้บ ร้านอาหาร และตลาดนัด มีสตรีทอาร์ทให้โพสต์ท่าถ่ายรูปสวยๆ หลายมุม และยังเป็นที่ตั้ง “มหาวิหารซานตามาเรีย” (Basilica of Santa Maria) ซึ่งเป็น 1 ใน 4 มหาวิหารเอกของคริสตจักรโรมันคาทอลิก และเป็นมหาวิหารที่เก่าแก่ที่สุดของโรม



15. บันไดสเปน (Spanish Steps)


“บันไดสเปน” ที่เที่ยวโรมอันโด่งดังไปทั่วโลก และเป็นที่ถ่ายภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง Roman Holiday เป็นบันไดสถาปัตยกรรมโรมันที่กว้างและยาวที่สุดในทวีปยุโรป มีขั้นบันไดทั้งหมด 138 ขั้น กลางลานด้านหน้าบันไดสเปนมีน้ำพุรูปทรงเรือโบราณตั้งโดดเด่น บริเวณรอบบันไดมีย่านช้อปปิ้งให้เดินเล่น ที่นี่ยังมี “คาเฟ่เกรกโก” (Cafe Gregco) ร้านกาแฟเก่าแก่ที่สุดของกรุงโรม ให้นั่งจิบกาแฟหอมกรุ่น


จริงๆ แล้วการเที่ยว โรม - มิลาน สามารถเที่ยวแบบ One Day Trip ได้ หรือจะเที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืนก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้มิลานอยู่ห่างจากกรุงโรมเกือบ 600 กิโลเมตร การเดินทางโดยเครื่องบินหรือใช้บริการรถเช่าจาก Traveloka จะช่วยให้การเดินทางราบรื่นตลอดเส้นทางแน่นอน

ดู 158 ครั้ง