Best Michelin Bangkok | รีวิว IGNIV Bangkok Summer Menu, The St. Regis Bangkok
- Onthejetplane

- 26 มิ.ย.
- ยาว 6 นาที
อัปเดตเมื่อ 1 ก.ค.

หนึ่งใน Best Michelin Bangkok นาทีนี้ยกให้ IGNIV Bangkok Summer Menu คอร์สใหม่ล่าสุดประจำฤดูร้อนปี 2026 ที่ รอบนี้เชฟดึงเอาวัตถุดิบที่คุ้นเคยแบบไทยอย่างมะกรูดและพริกมานำเสนอในเมนูสไตล์สวิสได้เด่นชัดมาก ไฮไลท์ขอยกให้ Swiss Larb - Waxy Egg - Thai Olive, Green Papaya - Dried Shrimp - Espelette, Scallop - Watermelon Seeds - Pomelo และ Fig - Caramel - Coffee ให้บริการทุกวัน ณ ชั้น 1 โรงแรม The St. Regis Bangkok ราคาเริ่มต้น 1,600++ ต่อท่าน
Local Ingredients
สำหรับเมนูของ IGNIV Bangkok Summer Menu 2026 นี้ ทีมเชฟของ อิกนีฟ แบงคอก หยิบเอา "รสเปรี้ยวและเผ็ด" มาเป็นตัวชูโรง ไม่ว่าจะเป็น บ๊วยดอง มะขาม มะกอกไทย ใบมะกรูด เมล็ดแตงโม มะม่วง ส้มโอ พริก และมะละกอดิบ ไม่ได้ถูกนำมาใช้เพียงเพื่อสื่อถึงความเป็นไทยหรือเน้นความสดชื่นของฤดูร้อนเพียงเท่านั้น แต่ช่วยสร้างบาลานซ์ของรสชาติให้มีทั้งความสดชื่น ความเข้มข้น และมิติที่ค่อย ๆ เพิ่มสีสันของมื้อผ่านทั้ง 19 จานที่เสิร์ฟ

Highlight Menu | Onthejetplane
ไฮไลท์ของคอร์สนี้แทบจะเลือกไม่ได้เลย เพราะดีไซน์แต่ละเมนูโดดเด่นในแบบของตัวเอง ทำให้รู้สึกว่าอยากยกให้เป็นไฮไลท์แทบทุกจาน Onthejetplane อยากเล่าว่าเป็นมื้อที่ประทับใจตั้งแต่ต้นจนจบทั้งเครื่องดื่มและอาหาร สำหรับเรา IGNIV Bangkok คือหนึ่งใน Best MICHELIN Star Restaurant in Bangkok ที่เหมาะสำหรับการพาคนพิเศษไปใช้เวลาดีๆ ร่วมกันที่สุด แต่ถ้าต้องเลือกเราขอแบ่งออกเป็นหมวดแล้วกัน เลือกจานเดียวไม่ได้จริงๆ 😅
Snacks
Green Papaya - Dried Shrimp - Espelette
Carrot - Kimchi - Coriander
Starters
Scallop - Watermelon Seeds - Pomelo
Swiss Larb - Waxy Egg - Thai Olive
Langoustine - Sülze - Ponzu
Mains
Turbot - Kaffir Lime - Zucchini
Gnocchi - Pea - Herbs
Desserts
Fig - Caramel - Coffee
Soufflé

คอร์สที่ Onthejetplane ทานวันนี้เป็น Dinner ฤดูร้อนแบบ Full Course 19 จาน และ Wine Paring แบบ 4 แก้ว อ้อ คอร์สนี้มีความพิเศษตรงที่เราสามารถสั่ง Surprise dish ได้ด้วย เพิ่มเพียงคนละ 900++ บาท ทางร้านจะเตรียมเมนูพิเศษที่ไม่มีในเมนูเอาไว้ให้ ส่วนใครที่ชำระค่าอาหารด้วย Amex Platinum ลดคอร์สนี้เพิ่ม 15% เหมือนได้จานเซอร์ไพรส์ฟรีเลยแหละ
เวลา: มื้อกลางวัน (วันจันทร์ – วันศุกร์) | 12:00 – 15:00 น. มื้อเย็น | 18:00 – 23:00 น.
ราคา: 5,500++ บาท ต่อท่าน เพิ่ม 4,500++ บาท สำหรับไวน์แพร์ริ่ง 4 แก้ว เพิ่ม 3,500++ บาท สำหรับไวน์แพร์ริ่ง 3 แก้ว

IGNIV Bangkok's Wine
ไวน์สวิสที่มีให้บริการในประเทศไทย เฉพาะที่ IGNIV Bangkok เท่านั้น
หนึ่งในเหตุผลที่เราขอยกให้ IGNIV Bangkok เป็น The Best Michelin Restaurant ที่เวลาใครถามหาร้านดินเนอร์เรามักจะแนะนำเป็นตัวเลือกแรกๆ เพราะมี Selection ให้จับคู่ไวน์กับเครื่องดื่มแบบ Exclusive มากๆ ไม่ซ้ำกับร้านอื่นแน่นอน เนื่องจาก IGNIV Bangkok มีการจัดสรรไวน์สวิสล็อตแรกจาก Bündner Herrschaft ซึ่งเป็นภูมิภาคแห่งการผลิตไวน์อันมีเอกลักษณ์ในรัฐเกราบึนเดิน (Graubünden) ที่มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านการผลิต Pinot Noir และ Chardonnay โดยมีให้บริการในประเทศไทยเฉพาะที่ IGNIV Bangkok เท่านั้น
(อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.ignivbangkok.com/)
วันนี้เราได้ดื่มทั้งหมด 5 แก้ว คือ Welcome Champagne 1 แก้ว และ Wine Pairing 4 แก้ว ซึ่งทุกรายการจับคู่โดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องไวน์อย่าง คุณ Christian Hotz อีกเช่นเคย

Best MICHELIN Bangkok, IGNIV Bangkok
หากถามว่าทำไม IGNIV Bangkok ห้องอาหารระดับ 1 ดาวมิชลิน ถึงกลายมาเป็น one of the best michelin restaurant in bangkok สำหรับเรา? อิกนีฟ แบงค็อก ได้รับดาวจาก MICHELIN Guide Thailand ติดต่อกันอย่างยาวนานถึง 5 ปี (2022-2026) อาหารที่นี่สวยมากทุกจาน ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบที่เราชอบหรือไม่ชอบ อิกนีฟ แบงค็อก ทำให้เปิดใจได้ทุกครั้ง อาจจะถูกปากบ้างไม่ถูกปากบ้าง อีกสิ่งที่รู้สึกว่าพิเศษคือ wine selection ของที่นี่ exclusive จริงๆ หาซื้อเองแทบไม่ได้เลย ถ้าวันไหนนึกอยากดื่มก็คือมานั่งที่ IGNIV Bar สั่งบางตัวเป็น by glass ได้ ที่สำคัญหลายๆ เลเบลยังเป็นการนำเข้ามาแบบ seasonal เพื่อที่จะมาจับคู่กับอาหารแต่ละฤดูกาลแบบเฉพาะเจาะจงเลย ถัดมาในเรื่องความใส่ใจของทางร้าน เมื่อเราเดินเข้ามาจะจำได้ทันทีว่าเราชื่ออะไร รวมถึงสไตล์อาหารที่เราชอบเป็นแบบไหน ซึ่งการใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยของลูกค้าทั้งๆ ที่พนักงานเองก็ให้บริการผู้คนหลากหลายมากต่อวัน ถือเป็นเรื่องน่าประทับใจมากเลยแล้วเราจะไม่กลับมาซ้ำได้ยังไงล่ะ

แก้วแรก Welcome Drink Champagne ข้อดีแบบที่ขออวยเลยคือแชมเปญที่เป็น Welcome Drink น่าประทับใจเสมอทุกครั้ง และส่วนตัวเรามักจะได้ไม่ซ้ำกัน ที่สำคัญทาง IGNIV Bangkok ยังใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างคาแรคเตอร์ของเครื่องดื่มที่ match ให้เข้ากับอากาศของแต่ละฤดูกาล รวมไปถึงสไตล์ของลูกค้าด้วยไม่ใช่เพียงแค่น้ำมาจับคู่กันกับคอร์สอาหารของทางร้านเพียงอย่างเดียว
2012 Larmandier-Bernier Vieille Vigne du Levant Grand Cru Extra Brut
แชมเปญ Blanc de Blancs ที่พิเศษสุดๆ ขวดนึงเลยล่ะ ขวดนี้ใช้องุ่นที่เก็บเกี่ยวจากต้นที่อายุเยอะระดับ "Vieille Vigne" อายุเฉลี่ย 56-80 ปี ใน Cramant และยังมี Ripeness ที่สมบูรณ์แบบ ท็อปโน้ตเป็น Citrus ผิวส้ม เลม่อน ดอกไม้ ตามด้วย Toasty, Praline, Marzipan ได้ดื่ม Full Body เป็นแก้วแรกแบบนี้ช่วยปลุกเราจากความเหนื่อยล้าตลอดวันได้อย่างดี แฮปปี้มาก

SNACKS
Cornetto - Mango - Tamarind
คำนี้คล้ายๆ มะม่วงน้ำปลาหวานแต่เป็นเวอร์ชั่นมะม่วงสุก แต่ก็มีความเป็นยำผลไม้นิดๆ ต้องบอกว่าอยู่กึ่งกลางระหว่างอาหารชื่อดังของไทยแล้วกัน เชฟเอามะม่วงสุกและมะขามมาใส่ในโคนแทน taco shell คำนี้รสชาติเปรี้ยวนำ ตามด้วยกลิ่นส่วนผสมของ salsa อย่างเลม่อน หอมแดง ผักชี สดชื่นและแปลกใหม่สำหรับ IGNIV Bangkok
Mackerel - Lime - Kataifi
ถัดมากับจานที่นำเส้น Kataifi (วัตถุดิบยอดฮิตที่หลายคนคุ้นเคยจากช็อกโกแลตดูไบ) มาสร้างสรรค์ใหม่ในรูปทรงรังนกจิ๋ว ให้สัมผัสกรอบฟู ด้านในเป็น ปลาแมคเคอเรลบ่ม ที่มอบรสชาติเปรี้ยวละมุนแกมเค็มบางๆ เสริมด้วย มาโยรสเผ็ด ที่เข้ามาเติมความจัดจ้านได้อย่างลงตัว เป็นอีกหนึ่งคำที่ทานเพลินจนอยากสั่งเพิ่ม
Green Papaya - Dried Shrimp - Espelette
คำเดียวสั้นๆ เลยคือ IMPRESSIVE! เป็นคำที่สมบูรณ์แบบจนไร้ที่ติ จานนี้เชฟนำเอามะละกอดิบแผ่นบางที่ปรุงรสเค็มเบาๆ ทานพร้อมมาโยกุ้งแห้ง คำนี้ได้ทั้งความกรอบสดชื่น และกลิ่นหอมของกุ้งแห้งที่ตามเข้ามาในจังหวะที่เป๊ะมาก แซมด้วยรสเผ็ดนิดๆ จากพริก Espelette สำหรับเราจานนี้คือการตีความ "ส้มตำ" ในรูปแบบใหม่ที่หรูหราฉบับไฟน์ไดนิ่ง แต่ยังคงดีเอ็นเอความเป็นอาหารไทยไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือส้มตำที่ถูก reframed ในเวอร์ชั่น Swiss-influenced cuisine อย่างน่าประทับใจที่สุดจานนึง
Carrot - Kimchi - Coriander
จานนี้ทำให้เรานึกถึงเมนู Langoustine - Kimchi จากหมวด Starters ของ Winter 2025 ที่เคยรู้สึกว่ารสหนักไปหน่อย คราวนี้เชฟเอามาทำเป็นจาน Snacks โดยนำเอาแครอทไปปรุงให้สุกแบบ Semi-dried จนได้ทั้งความหวานและความกรุบ ทานกับมายองเนสกิมจิที่มีกลิ่นรมควันพร้อมด้วยกลิ่นหอมๆ ของเม็ดผักชี นี่เป็นจานที่พวกเรา 3 ตาลุกวาวกับความสมบูรณ์แบบที่เกินคาด และประทับใจใน movement ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ของ IGNIV Bangkok พูดแล้วอาจจะหาว่าชมเกินไปมั้ย แต่อยากให้มาลองจริงๆ เพราะเค้าทำได้ถูกใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มา

531 Riesling Trocken
ไวน์ขาว Riesling แก้วนี้ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของมื้อนี้ อันที่จริงเราเคยได้ดื่มมาแล้วจากคอร์ส 4 Hands ที่ผ่านมา (อ่านรีวิว) ล็อตนี้ผลิตเพียง 901 ขวด และขวดที่เราได้ดื่มวันนี้คือ Number 67 (Flasche 67 von 901) ตัวเลข "531" มาจากพิกัดกิโลเมตรแม่น้ำไรน์ที่ 531 (Rhine Kilometer 531) ซึ่งเป็นจุดอ้างอิงของไร่องุ่นผู้ผลิตในแถบ Rheingau โดยใช้แนวทาง Regenerative Viticulture ที่แทรกแซงธรรมชาติให้น้อยที่สุด เลือกใช้องุ่นจากต้นองุ่นสายพันธุ์โบราณและเก็บเกี่ยวด้วยมือเท่านั้น ที่สำคัญยังผลิตในจำนวนจำกัดมาก การที่ IGNIV Bangkok นำเข้ามาให้เราได้ Pairing กันในราคาไม่ถึง 1,000 บาทต่อแก้ว ยิ่งทำให้ความประทับใจเพิ่มมากขึ้นไปอีก
ส่วนเรื่องรสชาติ "ช่างเหมาะสม" กับอาหารรสเปรี้ยว เผ็ด อ่อนๆ อย่างจาก Snacks ทั้ง 4 ของคอร์ส Summer จาก IGNIV Bangkok มากๆ ท็อปโน้ต Lime, Lemon, Grapefruit แบบสว่างๆ แต่ยังคงให้บอดี้ระดับปานกลาง ค่อยๆ จิบสลับกันกับ Snacks แต่ละคำเข้ากันเสียเหลือเกิน

BREAD
Potato Breads, Mojo Rojo, Whipped Yogurt Butter
ขนมปัง Rustic ที่มีส่วนผสมของมันฝรั่ง เมนูนี้ถือเป็น special bread ที่ได้ inspiration มาจาก IGNIV Bad Ragaz สาขาต้นกำเนิดของ IGNIV by Andreas Caminada เนื้อจะนุ่มฟู แถม Crust ด้านนอกยังกรอบและหอมมาก แนะนำว่าต้องทานตอนร้อนๆ เท่านั้น ไม่ควรวางทิ้งไว้เด็ดขาด อีกหนึ่งเซอร์ไพรส์คือคอร์สนี้ไม่ได้มีแค่ Whipped Yogurt Butter Signature dip ที่เราคุ้นเคย แต่ยังเพิ่ม Mojo Rojo สไตล์คานารีที่มีส่วนผสมของพริกแดง มาให้เราปาดลงบนขนมปังมันฝรั่งอุ่นๆ
ชวนให้นึกถึงเมนูมันฝรั่งแบบดั้งเดิมของชาวคานารีที่เสิร์ฟคู่กับ Mojo Rojo พอมาอยู่ในคอร์สนี้ Onthejetplane คิดว่าเข้ากันกับกลิ่นอายของ Spicy Summer รอบนี้ได้ดีเลย

STARTERS
Scallop - Watermelon Seeds - Pomelo
จานนี้เชฟเอาความหวานของหอยเชลล์มาเป็นพระเอก ทานคู่กับยำส้มโอที่ให้ความเปรี้ยวหวานสดชื่น และเพิ่มความหอมด้วย Saffron Ceviche ทุกอย่างเข้ากันดีมาก อีกอย่างที่เราชอบคือการใส่เมล็ดแตงโมคั่วลงมาเพิ่มความกรุบตอนเคี้ยว ทำให้จานนี้ไม่ได้เด่นแค่ Scallop จานนี้ทั้งหน้าตาสวยงาม รสชาติยังเต็มไปด้วยรายละเอียดและความประณีต ยิ่งทานคู่กับ Chadonnay ที่ Pairing มา เหมือนมีดอกไม้บานอยู่ตรงหน้า หอมจนต้องกลับไปบอกทุกคนว่าจานนี้คือที่สุดของปีนี้แล้วแหละ ไม่พูดว่าเป็น The Best Michelin Star Restaurant สำหรับเราคงไม่ได้จริงๆ
Lettuce - Hummus - Edamame
เชฟเอาผักกาดไป seared เบาๆ เพื่อให้ได้กลิ่นหอมและยังคงความสดกรอบเอาไว้ เสิร์ฟกับ Hummus และครีมรสเปรี้ยว นอกจากนี้ยังได้ความมันจากถั่วแระญี่ปุ่น ช่วยให้คำนี้อร่อยยิ่งขึ้นไปอีก แม้จะดูเรียบง่ายแต่เป็นจานที่ไม่มีไม่ได้
Trout - Fermented Thai Plum - Chili
เมนูนี้เป็นปลาเทราต์ที่ผ่านการ Brined มาก่อน วางท็อปอยู่บน Kohlrabi แล้วโรยด้านบนด้วยผงมะนาว ปิดท้ายด้วยการราดซอสบ๊วยหมักแบบไทย จานนี้จะออกแนวเค็มนำเปรี้ยวตาม กลิ่นหอมพริกจางๆ มาช่วยชูรสปลาให้เด่นขึ้น

Swiss Larb - Waxy Egg - Thai Olive
ใครเห็นชื่อเมนูก็ต้องบอกว่าลาบดิบ แต่มันไม่ใช่เลย นี่คือการ Re-present IGNIV's Beef Tartare ในเวอร์ชันที่ Blended กับเครื่องเทศของไทยได้ดีที่สุด เชฟเอาเนื้อดิบมาคลุกเคล้ากับเครื่องเทศ เสิร์ฟกับไข่แดงแบบ Waxy ผิวด้านนอกหนึบหนับ และน้ำของไข่แดงมีความเหนียวข้น พร้อมด้วยมะกอกไทย ตอนทานแนะนำคลุกทุกอย่างให้เข้ากันแล้วจะได้รสชาติที่เป็น BIG KICK อีกจุดโฟกัสสำคัญอยู่ตรงที่ "จานนี้ควรจับคู่กับไวน์" ซึ่งพอได้ Pairing กับ Donatsch Chardonnay «PASSION» 2022 จะสัมผัสได้ถึงรสชาติกับกลิ่นที่ Sharp และหอมเครื่องเทศมากขึ้น เอ้า Cheers 🥂
Oxtail - Brioche - Onion
จานนี้รสชาติเข้มข้นสุดในหมวด Starters เชฟนำเอาขนมปังบริออชมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอดีคำ แล้วท็อปด้วยเนื้อหางวัวกงฟีนุ่มๆ ทานคู่กับหอมดอง สำหรับเรา Brioche Toasted มาได้ดีมาก ความกรอบและหอมเด่นชัดมากจริงๆ ทว่าด้วยความโดดเด่นของบริออชนี่เอง ทว่ารสชาติเบียดเนื้อวัวให้เสมอกันไปนิด หากลดความเด่นของขนมปังลงอีกหน่อย คำนี้จะกลายเป็นคำที่ Perfect มากๆ

Langoustine - Sülze - Ponzu
Langoustine Tartare กับ Ponzu ยังไงก็เข้ากันได้ดีอยู่แล้ว ยังมี Fish Sülze ที่เป็นเยลลี่นน้ำสต๊อกปลา พร้อมด้วยมาโยกลิ่น smokey นิดๆ มาช่วยกระจายรสชาติของความเป็นอาหารทะเลออกมาได้มากยิ่งขึ้น ไม่ใช่จานที่จะหาจากร้านไหนก็ได้ นอกจากความเปรี้ยวสดชื่น องค์ประกอบทั้งหมดยังช่วยดึงความหวานของเนื้อกุ้งออกมาได้ดีอย่างน่าจดจำ เป็น memorable dish ที่ทำให้เราคาดหวังคอร์สต่อไปอีกแล้ว แบบนี้จะไม่ยกให้เป็น One of The Best Michelin Bangkok ได้ยังไง
Tomato - Capsicum - Ceviche
ขอเรียกจากนี้ว่าเป็น Summer Salad แล้วกัน มะเขือเทศที่ถูกนำไปปรุงแบบ Semi-Dried ดึงเอารสหวานออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ มะเขือเทศอบแห้งแบบเนื้อยังฉ่ำๆ ทานคู่กับสลัดพริกหวานและพริกฮาลาเปนโย เสิร์ฟในสไตล์ ceviche สดชื่น หอมกลิ่นผักผลไม้อย่างบอกไม่ถูก ไม่ได้หมายถึงกลิ่นเขียวๆ นะ แต่เป็นกลิ่น fruity กึ่ง herbal ช่วย refresh วันได้ดีมากก

Donatsch Chardonnay «PASSION» 2022
Chardonnay สีทองอ่อนแก้วนี้เป็น Rare Swiss Wine จากผู้ผลิตระดับตำนานอย่าง Domaine Donatsch ในแคว้น Graubünden ความพิเศษคือที่นี่ถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการปลูก Chardonnay และการทำไวน์สไตล์เบอร์กันดีของสวิตเซอร์แลนด์ โดยบ่มในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศสอย่างประณีต
ท็อปโน้ต Apricot, White Peach และ Vanilla ตามด้วยกลิ่นเครื่องเทศอ่อนๆ ช่วงปลาย ให้เนื้อสัมผัสที่ครีมมี่ เมื่อ Pairing กับ Starters แล้วช่วยขับคาแรคเตอร์ของวัตถุดิบในแต่ละจานให้เด่นขึ้นอย่างชัดเจน

SURPRISE
Tortellini - Brown Butter
การจับคู่กันของพาสต้า ตะไคร้ และ Brown Butter เป็นการรวมตัวของวัตถุดิบที่ Twisted ข้ามสัญชาติได้อย่างน่าสนใจ เชฟเสิร์ฟ Tortellini สอดไส้หมูรสเข้มข้น แป้งพาสต้าทำออกมาได้ดีมาก เนื้อหนึบกำลังพอดี ไม่นุ่มจนเกินไป ด้านบนเป็นโฟม Brown Butter บอกตามตรงว่า ตอนทานเปล่าๆ เราแทบไม่ได้กลิ่นของ Lemongrass เท่าไหร่ แต่พอจิบไวน์ตามกลับได้ Hint of Lemongrass ขึ้นมานิดๆ เป็นเมนูที่รสชาติค่อนข้างเข้มข้น เข้มจนเกือบเข้มกว่า Mains เสียอีก โดยรวมแล้วรสอาจจะจัดกว่าต่อมรับรสของเราไปสักหน่อย
confirm ว่า surprise dish เค้ามีหลาย selection เลย วันที่เพื่อนเราไปทานก็ได้คนละแบบ น่าทานมากกกกกกก เห็นเมนูแล้วตรง type เราสุดๆ แต่ไม่ขอบอกว่าได้อะไรแล้วกัน ส่วนเรารอไปซ้ำอีกรอบเพราะอยากลองเมนู surprise จานอื่นอีก 🤣

MAINS
Turbot - Kaffir Lime - Zucchini
Turbot ที่เชฟนำไป Seared จนผิวด้านนอกมีสีสวย เนื้อปลาสุกกำลังดี หวานและ juicy ทานคู่กับ Zucchini สไลซ์บางที่ช่วยเพิ่มทั้งความสดชื่นและเนื้อสัมผัสตอนเคี้ยว เสิร์ฟพร้อมซอส Kaffir Lime Beurre Blanc ที่ได้ความหอมสดชื่นของมะกรูดในฟอร์มของซอสสีขาวนวลนี้ด้วย ส่วนตัวชอบความเข้มข้นของซอส Beurre Blanc ในจานนี้มาก หอม ครีมมี่ ความเบาของซอสและรสชาติที่ไม่หนักเกิน ยกให้เป็น Top 3 ของเมนูที่ชอบจาก Summer course นี้เลย
Gnocchi - Pea - Herbs
จานนี้เราชอบ Gnocchi ที่ทำจากถั่วลันเตา เชฟจัดเสิร์ฟคู่กับสลัดถั่วลันเตาและสมุนไพรหลากชนิดรวมถึงผิวเลมอนด้านบนด้วย เป็นเมนูที่หยิบวัตถุดิบหลักมาใช้อย่างคุ้มค่าทีเดียว และนี่ก็เป็นอีกจานที่ยกมาจาก Spring Menu แล้วนำมาต่อยอดได้อย่างยอดเยี่ยม ใครเคยมาทานหรือได้อ่านรีวิวก่อนหน้าคงจำจาน Green Pea - Asparagus กันได้ เพราะอยู่ทั้ง Spring Menu และ 4-Hands คอร์สล่าสุดที่จับมือกับ IGNIV Bad Ragaz จานนี้ได้ความสนุกจากการเคี้ยว Gnocchi ที่ทั้งหอมทั้งหนึบ อีกทั้งยังเสริมด้วยกลิ่นสมุนไพรแนวสดชื่นอย่างสะระแหน่ พร้อม texture กรอบสดของผักที่นำมาทำสลัด จานนี้ยังคงแนะนำให้คลุกทุกอย่างเข้าด้วยกันจะได้รสชาติที่ครบเครื่องที่สุด รู้ตัวอีกทีพวกเราก็ทานหมดจานซะแล้ว

Chicken - Wild Garlic - BBQ
เนื้อไก่ถูกนำมาม้วนเสิร์ฟแบบ Chicken Roulade ด้านในเป็นมูสเนื้อเนียนมีรสเค็มอ่อนๆ ที่เป็นการรวมตัวกันของ เนื้อไก่ กระเทียมป่าและครีม เมื่อตักทานคู่กันกับ BBQ Sauce สูตรพิเศษยิ่งสมบูรณ์แบบ เราชอบที่ผิวด้านนอกถูกทำให้กรอบชวนให้นึกถึง Schnitzel ส่วนด้านในยังคงชุ่มฉ่ำ หอมนุ่ม ถือเมนูไก่ที่ทำมาได้โดดเด่นมาก
และถ้าจำไม่ผิดนี่เป็นครั้งแรกในรอบปีที่เราได้ทานเมนูไก่นอกจาก Signature Chicken Nuggets ของเชฟอาร์เน่ รีห์น เลยก็ว่าได้
Asparagus - Mustard - Chive
คอมบิเนชั่นของ หน่อไม้ฝรั่งย่าง และ Harissa รสจัดจ้าน รวมถึงการ fulfil จานนี้ด้วยรสเปรี้ยวอ่อนๆ ของ Asparagus Vinaigrette ที่มีเมล็ดมัสตาร์ดเป็นส่วนผสม ทำให้เมนูนี้อร่อยได้โดยที่ไม่ต้องมีเนื้อสัตว์มาเสริมเลย จุดเด่นอีกอย่างของ IGNIV Bangkok สำหรับเราเลยคือการรังสรรค์เมนูผักได้มีลายเซ็นที่ชัดเจนและแข็งแกร่งมากโดยที่เราไม่จำเป็นต้องคาดหวังอะไรมาก่อนทั้งนั้นแหละเพราะเชฟก็ทำให้เราประทับใจได้เสมอมา ราวกับว่า "เทพแห่งผัก" ประทับอยู่ที่นี่จริงๆ

Maison Harbour Savigny-lès-Beaune 1er Cru "La Dominode"
ไวน์แดงแก้วนี้มาจาก Maison Harbour ผู้ผลิตไวน์คราฟต์จากแคว้นเบอร์กันดี ประเทศฝรั่งเศส ทำจากองุ่น Pinot Noir 100% จากไร่องุ่นระดับ Premier Cru “La Dominode” ในเมือง Savigny-lès-Beaune จิบแรกได้ความสดใสของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่อย่างเชอร์รี ราสป์เบอร์รี รวมถึงแบล็กเบอร์รี จากนั้นค่อยๆ ตามมาด้วยโทน Earthy และปิดท้ายด้วยกลิ่นเครื่องเทศเบาๆ มีรสฝาดบางๆ Pairing กับจาน Mains จากเนื้อปลาและไก่ที่ค่อนข้าง Creamy ได้ดีอย่างไร้ที่ติ แม้เราจะไม่ใช่ fans of red wine ก็ยังขอยอมรับว่าเป็นการจับคู่ที่ลงตัวมากเลยล่ะ

DESSERTS
Hibiscus - Coconut Yoghurt - Citrus
Citrus, Coconut Yoghurt และ Yoghurt Crumble กรุบกรอบ ท็อปด้วย Hibiscus Dust สีแดงอมชมพูแสนสวยที่มาพร้อมรสเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ นี่คือการรวมเอา ‘ความเปรี้ยว’ หลายเลเยอร์ไว้ด้วยกันได้อย่างมีชั้นเชิง เมนูนี้ทำหน้าที่เคลียร์พาเลตจาก Mains ได้อย่างเหมาะเจาะ ยิ่งเมื่อนำมาจับคู่ทานคู่กับไวน์ขาว Gewürztraminer รสเปรี้ยวอมหวาน เป็น Pairing ที่ถูกต้องมากๆ
Fig - Caramel - Coffee
ที่สุดของหมวด Dessert ยกให้ ฟิกโมจิ จานนี้เลยแหละ
Fig Mochi ถือเป็นอีกหนึ่งภาพจำของการมาทาน IGNIV Bangkok เพราะเป็นเมนูที่ทำให้เราต้อง Keep Coming back เพื่อที่จะรอเชฟทำมาตลอดปี รอบนี้เป็นการจับคู่ลูกฟิกกับกาแฟ แต่งด้านบนด้วยเจลคาราเมล เสน่ห์ที่ปฏิเสธไม่ได้เห็นจะเป็นเนื้อสัมผัสของโมจิที่มีความเอเชียนแต่ dense สู้ฟันกว่าของญี่ปุ่น บวกกับ Presentation อันเป็นเอกลักษณ์ของ IGNIV หรือนี่อาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เราตกหลุมรักเมนูนี้กันแน่ะนะ 😆

Strawberry - Rose
แม้ชื่อจะดูคล้ายกับเมนูในคอร์ส 4-Hands แต่ความจริงแล้วนี่คือการตีความใหม่ทั้งหมด โดยทีมอิกนีฟ แบงค็อก ได้เนรมิตจานนี้ขึ้นมาต้อนรับฤดูร้อน ด้วยการเพิ่มมิติของเนื้อสัมผัสและรสชาติให้มีความ ‘Flavourful’ และจัดจ้านยิ่งขึ้น
ไฮไลต์ของรอบนี้คือการอัปเกรดความสดชื่นด้วย Rose Pickle กุหลาบดอง เข้ากันกับ Strawberry Sorbet และ Raspberry Crumble กรุบกรอบ เสริมด้วยครีมกุหลาบรสชาติหรูหรา เต็มไปด้วยกลิ่นอายแบบฟลอรัล เป็นของหวานที่รวมเอาทั้งความหอม เปรี้ยว หวาน และสดชื่น มาดับร้อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Soufflé
ซูเฟลช็อกโกแลตจากลำปาง ที่คราวนี้เมนู Signature เสิร์ฟแบบไม่มี Icing sugar ด้านบน ทำให้ผิวกรอบได้นานขึ้น และถ้าสังเกตดีๆ Souffle สูงมาก แล้วก็คงรูปได้ค่อนข้างนานทีเดียว เนื้อสัมผัสยังคงดีตามมาตรฐานของ IGNIV Bangkok เช่นเคย ส่วนรสชาติเราว่าหวานขึ้นอย่างสังเกตได้ประมาณ 2 ระดับ แต่ overall เรายังยกให้เป็น signature ที่ค่อยๆ เห็นการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทุกคอร์สในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา

Weingut Ökonomierat Rebholz Godramsteiner Münzberg Gewürztraminer Spätlese 2020
ไวน์ขาวรสหวานแกมเปรี้ยวจาก Weingut Ökonomierat Rebholz ผู้ผลิตจากแคว้น Pfalz, Germany เป็นองุ่น Gewürztraminer 100% จากไร่ Godramsteiner Münzberg ที่เก็บเกี่ยวตอนองุ่นสุกจัด ทำให้ได้ทั้งกลิ่นหอมหวานชัดเจนและรสชาติเข้มข้นติดลิ้น ได้ท็อปโน้ตนำด้วยลิ้นจี่ และน้ำผึ้งเด่นมาก เมื่อ Pairing กับขนมหวานได้กลิ่นดอกไม้อย่างกุหลาบขึ้นมาชัดเจน เข้ากันกับ Desserts ของ IGNIV Bangkok Summer Menu ทุกจาน

Canday Store - IGNIV Bangkok
Chocolates / Fruit Jellies / Chocolate Nuts / Madeleines / Canelés / Panforte
ทาน Fine Dining ที่อื่นอาจปิดท้ายด้วย Petit Four แต่ IGNIV ขอส่งทุกคนกลับบ้านด้วยความอลังการทุกครั้ง! เหล่าขนมหวานที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยไม่ว่าจะมาเจอคอร์สไหนก็ตาม Onthejetplane ก็ได้แต่ตั้งตารอว่าเมื่อไหร่น้า จะยอมจัด event พิเศษ ยอมขายขนมแสนสวยจาก Candy Store ให้เราได้ซื้อไปฝากคนอื่นๆ ซักที รอบนี้ไฮไลท์ทุกอย่าง! Macarons สัมผัสดีมาก Choux ที่เพิ่งมาใหม่ก็ Perfect เปลือกบาง รสชาติหวานน้อย หอมสุดๆ เอากลับมาทานคู่กับน้ำชาตอนบ่ายลงตัวมาก นอกจากนี้ยังอยากแนะนำให้ลอง Madeleines รวมถึง Canelés ด้วยรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

IGNIV Bangkok - Summer Menu 2026's Experience
สรุป Overall Experience ของ Onthejetplane สำหรับ IGNIV Bangkok Summer Menu วันนี้ ต้องขอยกให้เป็น Best of IGNIV Bangkok เลย ที่เคยบอกว่าชอบมากขึ้นทุกครั้งอยากบอกว่าครั้งนี้ impact ที่สุด ได้ attack จากวัตถุดิบไทยชัดเจนมาก แต่ยังคงมีความเป็น IGNIV ที่เป็น Swiss Cuisine ไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งในแง่ของ Presentation และวิธีการเตรียมเมนูต่างๆ คือมองปราดเดียวเราจำได้เลยว่าเป็นอาหารของ อิกนีฟ แต่กลับได้รับรสชาติความเป็นไทย ความเป็น Asian ปะทะเข้ามาอย่างไม่ทันให้เราได้ตั้งตัว รสเปรี้ยว รสเผ็ด กลิ่นอโรมาติก ที่เป็นจุดเด่นของอาหารไทย เชฟเอามาใช้ได้อย่างถูกต้องถูกจุด ทั้งมะม่วงน้ำปลาหวาน ลาบ ยำ ส้มตำ ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วอย่างไม่น่าเชื่อที่ อิกนีฟ แบงคอก เมนูฤดูกาลใหม่ล่าสุด Onthejetplane ขอยกให้มื้อนี้เป็นหนึ่งใน Best of Michelin Star Restaurant in Bangkok ที่ได้ทานมาในปีนี้
IGNIV Bangkok Summer Menu 2026 ประกอบไปด้วย Sharing Menu ทั้งหมด 19 จาน
ตั้งแต่ 27 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม 2026
เวลาให้บริการ:
มื้อกลางวัน (ทุกวัน) | 12:00 – 15:00 น.
มื้อเย็น (ทุกวัน) | 18:00 – 23:00 น.
Full Experience:
19 จาน 5,500++ บาท ต่อท่าน
เพิ่ม 4,500++ บาท สำหรับไวน์แพร์ริ่ง 4 แก้ว
เพิ่ม 3,500++ บาท สำหรับไวน์แพร์ริ่ง 3 แก้ว
Lunch Break Experience:
เวลา: วันจันทร์ – วันศุกร์ 12:00 – 15:00 น.
12 จาน 3,200++ บาท ต่อท่าน
เพิ่ม 2,500++ บาท สาหรับไวน์แพร์ริ่ง 3 แก้ว
Weekend Brunch 12 จาน:
เวลา: วันเสาร์ – วันอาทิตย์ | 11:00 – 15:00 น.
ราคา: 3,200++ บาท ต่อท่าน

IGNIV By Andreas Caminada
เบื้องหลังของความสำเร็จนี้ ถูกขับเคลื่อนโดย Chef Andreas Caminada เชฟชาวสวิตเซอร์แลนด์ที่มีดีกรีระดับ 3 ดาวมิชลิน (Schloss Schauenstein, 3 Michelin Stars) ทำให้ IGNIV มีแกน Concept ที่ชัดเจน ไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหารหรูหรา แต่เป็น Luxury Dining แสนอบอุ่น ที่ยึดแนวคิดการเสิร์ฟ Fine Dining แบบ Sharing Experience ซึ่งสอดคล้องกับสัญลักษณ์รูปรังนก (IGNIV ในภาษา Romansh แปลว่ารังนก) ภาพจำของแบรนด์ "IGNIV - อิกนีฟ" จึงโดดเด่นและเป็นที่น่าจดจำได้ง่าย
IGNIV Bangkok, 1 Michelin Star
159 Rajadamri Road, Bangkok, Thailand, Bangkok
Location: 1st Floor The St. Regis Bangkok
การเดินทาง: BTS สถานีราชดำริ (ทางออก 4)
Reservation
โทร: 02 207 7822
อีเมล: igniv.bangkok@stregis.com
Instagram: instagram.com/igniv_bangkok
_edited.png)
![[รีวิว] Aman Lounge ใช้สิทธิ์ Amex Platinum 1 for 1 | Aman Nai Lert Bangkok](https://static.wixstatic.com/media/ab4a86_e47fd186459347e1b982394b8129f316~mv2.jpg/v1/fill/w_980,h_551,al_c,q_85,usm_0.66_1.00_0.01,enc_avif,quality_auto/ab4a86_e47fd186459347e1b982394b8129f316~mv2.jpg)

