• On The Jet Plane

ร้อนนักต้องพักร้อนที่ Amari Koh Samui | Luxury Resort บนหาดเฉวง [รีวิว]

อัพเดตเมื่อ: ก.ค. 17


"เกาะสมุย" ไข่มุกเม็ดงามของอ่าวไทย แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่รู้จักอย่างดีทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติ ที่ได้รับการขนาดนามว่าเป็นเกาะสวรรค์จากทั้งหาดทรายขาว แสงแดดสวย น้ำทะเลใส และมีต้นมะพร้าวมากมายเรียงรายอยู่เต็มเกาะ สามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะกับคนไทยอย่างเราด้วยแล้วที่มีเกาะสวรรค์อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ยังไม่ค่อยได้มาเที่ยวกันเพียงเพราะคิดว่าเป็น Destination ราคาแพง แต่ถ้าได้ลองมาแล้วจะรู้เลยว่าเกาะสมุยนั้นยังมีที่พักที่เที่ยวที่คุ้มค่าคุ้มราคากับคนไทยอย่างเราๆ อยู่ด้วยเช่นกัน เอาเป็นว่าจะน่ามาพักแค่ไหน ตามไปรับชมรีวิวด้วยกันได้เลย

Fly Boutique to Koh Samui

คงเรียกว่ามาถึงสมุยได้ไม่เต็มปาก หากไม่ได้บินตรงกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ที่ให้บริการเที่ยวบินตรงสู่เกาะสมุยทุกวันจากทั้งกรุงเทพฯ เชียงใหม่ กระบี่ ภูเก็ต และพัทยา (อู่ตะเภา) ที่ใช้เวลาบินเพียงแค่ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงเกาะสมุยแล้ว พร้อมด้วยบริการแบบ Full Service ครบจบทุกสิ่ง ทั้งบริการโหลดสัมภาระน้ำหนัก 20kg บริการเลือกที่นั่ง บริหารห้องรับรองผู้โดยสาร และบริการอาหารร้อน/เครื่องดื่มบนเที่ยวบิน เรียกว่าสะดวกกว่าการนั่งรถ หรือนั่งเครื่องบินมาลงสุราษฎร์ธานีเพื่อต่อเรือเป็นไหนๆ จะเลือกบินเช้า สาย บ่าย ดึก ก็มีเที่ยวบินให้บริการครอบคลุมทั้งวัน เลือกให้แมชท์ตามเวลาเช็คอิน เช็คเอ้าท์ ของทางโรงแรมได้ตามความต้องการเลย

สำหรับคนที่เดินทางบ่อยๆ ขอแนะนำให้เช็คอินก่อนเดินทางกันล่วงหน้าบนมือถือที่ Bangkok Airways Mobile Application เพราะพอมาถึงสนามบินก็แค่เพียงไปดรอปกระเป๋า และเดินเข้าเกตสวยๆ ไปได้เลย ไม่ต้องมาเสียเวลาต่อคิวกันอีกให้วุ่นวาย โหลดรอกันได้เลยทั้งบนระบบ iOS และ Android

Boutique Lounge & Blue Ribbon Lounge

ก่อนขึ้นเครื่องอย่าลืมแวะมาใช้บริการห้องรับรองผู้โดยสาร ที่มีให้บริการสำหรับผู้โดยสารทุกคนทั้งชั้นประหยัด (Boutique Lounge) และชั้นธุรกิจ (Blue Ribbon Lounge) ที่บอกเลยว่าดีงามมาก ยิ่งสำหรับใครที่เป็นสมาชิก Flyer Bonus ชั้น Premier Member แล้วละก็ ไม่ควรพลาดมาใช้บริการที่ Blue Ribbon Lounge เพราะจัดเต็มทั้งของว่าง เครื่องดื่มร้อน/เย็น แอลกอฮอลล์ และอาหารร้อน หากมีเวลาแนะนำให้รีบมาถึงสนามบินแต่เนิ่นๆ จะได้มีเวลาเข้ามาทานของว่างและข้าวต้มมัดกันก่อนขึ้นเครื่อง รับรองว่าฟิน นอกจากนั้นยังมีบริการห้องอาบน้ำ และเก้าอี้นวดด้วยนะ ใครมีเวลาก็มานอนนวดเล่นๆ ตอนรอขึ้นเครื่องได้

นอกจากนี้ ถ้าใครไม่ได้นั่งชั้นธุรกิจแต่ว่าเป็นสมาชิก AIS Serenade ระดับ Platinum/Gold ก็สามารถกดเพื่อรับสิทธิ์เข้าใช้บริการ Blue Ribbob Lounge ได้ฟรีเช่นกัน

- เซเรเนดแพลทินัม (1 หมายเลข / 1 ครั้ง / เดือน) - เซเรเนดโกล์ด (1 หมายเลข / 2 ครั้ง / ปี)

บริการอาหารร้อน และเครื่องดื่มร้อน/เย็น ระหว่างเที่ยวบิน

ที่ตั้งของโรงแรม Amari Koh Samui เพียง 2-3 กิโลเมตรจากสนามบิน

Amari Koh Samui

จากสนามบิน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 นาทีก็มาถึงโรงแรม Amari Koh Samui หนึ่งในโรงแรมที่อยู่คู่เกาะสมุยและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน ซึ่งตั้งอยู่บนหาดเฉวง หนึ่งในชายหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะ โดยตัวโรงแรมนั้นเพิ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง ดังนั้นห้องพักต่างๆ จึงยังคงความสวยงามน่ามาพัก ด้วยแนวคิดแบบไทยร่วมสมัย ที่ผสมผสานเอากลิ่นอายของความเป็นท้องถิ่นมาผสมเข้ากับการออกแบบโรงแรมสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยกิจกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ครบครัน เหมาะคนที่กำลังมองหาที่พักบนเกาะสมุยเพื่อมาพักผ่อนทั้งแบบครอบครัว และแบบคู่รัก

เอาเป็นว่า Amari Koh Samui จะน่ามาพักผ่อนกันมากแค่ไหน ตามไปชมด้วยกันได้เลยดีกว่า

ตัวโรงแรมนั้นตั้งอยู่ริมหาดเฉวงโดยมีถนนตัดผ่านตรงกลาง สามารถแบ่งออกเป็นพื้นที่หลักๆ ได้ 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

ส่วนติดชายหาด ประกอบไปด้วย

- บีชวิง ตรงตัวตามชื่อ คือส่วนที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าหาดเฉวง เป็นที่ตั้งของห้องพัก และพื้นที่ใช้สอยส่วนกลางต่างๆ ของทางโรงแรม ได้แก่ ล๊อบบี้ ห้องอาหาร คาเฟ่ สปา ฟิตเนส บีชบาร์ และสระว่ายน้ำ ซึ่งแขกของโรงแรมทุกคนสามารถมาใช้บริการได้

ส่วนไทยวิลเลจ ประกอบไปด้วย

- ไทยวิลเลจวิง ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบีชวิง โดยมีถนนคั่นกลาง ตัวอาคารห้องพักจะเป็นทรงเรือนไทยสูง 2 ชั้น มีพื้นที่ส่วนกลางเป็นสระว่ายน้ำ และ Kids Club

- การ์เด้นวิง เป็นอาคารรูปตัว U ความสูง 3 ชั้น มีพื้นที่สวนอยู่ตรงกลาง ตั้งอยู่ส่วนในสุดของทางโรงแรมถัดจากไทยวิลเลจวิง แม้จะไกลหน่อยแต่ก็ยังอยู่ในระยะที่เดินได้สบาย แต่ช่วงกลางวันแดดร้อนๆ โทรเรียกให้รถกอล์ฟมารับก็ได้เช่นกัน

บีชวิง

ไทยวิลเลจวิง

การ์เด้นวิง

เมื่อเดินทางมาถึงโรงแรม เราก็จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นด้วยเครื่องดื่ม Welcome Drink ผ้าเย็น พร้อมด้วยพวงมาลัยกล้วยไม้ ที่ช่วยสร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี แต่เนื่องจากว่าเรานั้นเดินทางมาถึงโรงแรมเร็วเกินไป ยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน และแขกจากห้องก่อนหน้ายังคงไม่เช็คเอ้าท์ ทางโรงแรมก็จะมีส่วนของ Voyager Lounge ที่ให้เราเข้ามานั่งพักรอได้เช่นกัน มีทั้งส่วนห้องแอร์ และส่วนของระเบียงด้านนอกที่สามารถออกมานั่งชมวิวทะเลได้จากชั้น 2 ของตัวอาคาร

Voyager Lounge

Room Type

หลังจากที่เช็คอินได้เป็นที่เรียบร้อย เราลองมาสำรวจห้องพักแบบต่างๆ กันดีกว่าว่ามีแบบไหนที่น่าสนใจบ้าง โดยทางโรงแรมมีจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 193 ห้อง แบ่งได้เป็น 9 Room Type มีทั้งห้องพักแบบซุพีเรีย ดีลักซ์ ห้องสวีท และห้องดูเพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่สามารถมาพักได้ทั้งครอบครัว แต่จะขอพาไปชมแค่เพียง 4 แบบเด่นๆ ดังนี้แล้วกัน

1. Superior Garden

2. Deluxe Pool View

3. Family Duplex

4. Grand Deluxe Ocean View

ซึ่งห้องพักทุกแบบได้รับการตกแต่งแบบไทยร่วมสมัย เน้นสีแบบเอิร์ธโทนที่นำมาจากสีของน้ำทะเล พร้อมลวดลายเส้นประดับตกแต่งที่ได้แรงบันดาลใจมากจากต้นมะพร้าวของเกาะสมุย โดยทุกห้องพักนั้นเพิ่งผ่านการรีโนเวทมาไม่นานอย่างที่ได้กล่าวไปในตอนต้น จึงยังคงดูใหม่และสะอาดดีมาก

Superior Garden

ถือเป็นห้องเริ่มต้นของทางโรงแรมที่กว้างขวางดี เพราะมีพื้นที่ขนาด 41 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในส่วนของการ์เด้นวิง ฝั่งไทยวิลเลจ โดยพื้นที่ใช้สอยภายในมีทั้งส่วนของห้องนอน ที่มีโต๊ะทำงาน โซฟาเล็ก โทรทัศน์ มินิบาร์ และพื้นที่ที่วางกระเป๋าเดินทางด้านหน้าห้องน้ำ ภายในห้องน้ำมีทั้งอ่างอาบน้ำ และฝักบัวแยกออกจากกัน ส่วนวิวด้านนอกระเบียงนั้นก็ตรงตามชื่อของห้องพัก คือเป็นการ์เด้นวิว

เมื่อเข้ามาถึงจะมีชุด Welcome Set วางต้อนรับเอาไว้ให้ เป็นผลไม้สด น้ำมะพร้าว และขนมท้องถิ่นชื่อดังของเกาะสมุยอย่างกาละแม

Welcome Set

ห้องน้ำของ Superior Garden

Deluxe Pool View

ห้องพักขนาด 39 ตารางเมตร ที่ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคารเรือนไทย ในส่วนของไทยวิลเลจวิง โดยพื้นที่ใช้สอยภายในและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในห้องพักคล้ายกับห้อง Superior Garden เกือบทั้งหมด ยกเว้นแค่ไม่มีอ่างอาบน้ำ และได้วิวจากห้องพักที่ดีกว่า เพราะสามารถมองเห็นสระว่ายน้ำส่วนกลางได้เลยจากบนระเบียงห้อง

วิวสระว่ายน้ำ

ห้องน้ำของ Deluxe Pool View

Family Duplex

ห้องพักสำหรับครอบครัวขนาด 49 ตารางเมตร ที่ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคารเรือนไทย ในส่วนของไทยวิลเลจวิงเช่นกัน ซึ่งจริงๆแล้วตัวห้องนั้นมีขนาดใกล้เคียงกันกับ Deluxe Pool View แต่เพิ่มความพิเศษตรงที่มีพื้นที่ภายใน 2 ชั้น เพราะเพดานของห้องสูงไปตามทรงหลังคาเรือนไทย โดยชั้นล่างนั้นเป็นที่ตั้งของเตียงนอนใหญ่ ทีวี โซฟา โต๊ะทำงาน มินิบาร์ และห้องน้ำ (ไม่มีอ่างน้ำ) ส่วนชั้นบนเมื่อเดินขึ้นบันไดภายในห้องไปจะเป็นเตียงนอนขนาดเล็กจำนวน 2 เตียง เหมาะมากสำหรับการมาพักแบบเป็นครอบครัว เพราะสามารถพักได้ถึง 4 คนด้วยกัน ให้คุณพ่อคุณแม่นอนข้างล่าง และให้ลูกๆนอนข้างบนลงตัวพอดี ดูแลลูกๆได้ง่ายเพราะไม่ต้องเปิดแยกเป็น 2 ห้องพัก

เตียงนอนแบบ Twin ที่ชั้นบน

ห้องน้ำของ Family Duplex

Grand Deluxe Ocean View

ห้องพักขนาด 45 ตารางเมตร ที่ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคารฝั่งบีชวิง การตกแต่งภายในดูสวยงามน่าพัก พื้นที่ภายในห้องกว้างขวาง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆครบครัน ส่วนมินิบาร์จุดเด่นเลยคือมีเครื่องทำกาแฟแบบแคปซูลให้บริการภายในห้องพัก ส่วนของห้องน้ำมีอ่างล้างหน้า 2 อ่าง พร้อมฝักบัว (ไม่มีอ่างน้ำ) แต่ไฮไลท์ของห้องนี้ต้องยกให้กับวิวทะเลด้านหน้าระเบียงที่เปิดโล่งมองเห็นได้ทั้งสระว่ายน้ำ และหาดเฉวง พร้อมพื้นที่ระเบียงขนาดใหญ่และโซฟาไว้นั่งรับลมทะเลได้จากบนห้องพัก

ห้องน้ำของ Grand Deluxe Ocean View

Facilities

ดูห้องพักเสร็จแล้ว มาต่อกันที่สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของทางโรงแรมกันบ้างว่ามีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

- Voyager Lounge และ Business Center ที่ให้แขกที่เข้าพันสามารถมาใช้บริการนั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือทำงานต่างๆได้ ตั้งอยู่ชั้น 2 ใกล้กับล็อบบี้ของโรงแรมทางฝั่งบีชวิง

- FIT Center เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องออกกำลังกายแบบต่างๆ ตั้งอยู่ชั้น 2 ติดกับ Voyager Lounge ทางฝั่งบีชวิง

- Kids Club สำหรับคุณหนูๆ ที่มีทั้งส่วนห้องแอร์ และกลางแจ้ง พร้อมพี่เลี้ยงดูแล ตั้งอยู่ริมสระว่ายน้ำ ฝั่งไทยวิลเลจวิง

- Breeze Spa สปาของทางโรงแรมอมารี เกาะสมุย ตั้งอยู่ชั้น 2 ติดกับ Voyager Lounge ทางฝั่งบีชวิง

Voyager Lounge และ Business Center

FIT Center

Kids Club

Breeze Spa

ให้รางวัลชีวิตกับตัวเองไปกับทริตเมนต์อันเป็นเอกลักษณ์ของบรีซ สปา ณ โรงแรมอมารี เกาะสมุย ที่ผสมผสานไปด้วยเทคนิคการนวดแผนไทยและการนวดบำบัดแบบร่วมสมัย พร้อมกลิ่นอายของน้ำมันอโรม่าสกัดจากธรรมชาติที่จะช่วยเพิ่มความผ่อนคลายและขจัดความเหนื่อยล้าออกไปจนหมดสิ้น โดย Signature Treatment ของที่นี่คือ "Samui Tropicana Paradise Package" ที่ใช้ส่วนผสมสกัดจากน้ำมันมะพร้าวมาช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าพร้อมเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวดูสดชื่น

ส่วนการตกแต่งนั้นก็สวยงามทันสมัย เน้นโทนสีธรรมชาติจากน้ำทะเลของเกาะสมุย ที่เข้ากับบรรยากาศสปาริมทะเลได้เป็นอย่างดี โดยกระจกหน้าต่างสามารถมองเห็นวิวทะเลภายนอกได้อย่างชัดเจน มีบริการทั้งแบบห้องคู่และห้องเดี่ยว

ให้บริการตั้งแต่ 10:00 - 20:00 น.

Restaurant

เริ่มกันที่ห้องอาหารหลักของโรงแรมคือ Amaya Food Gallery ที่ตั้งอยู่ริมสระทางฝั่งบีชวิง มีทั้งส่วนในร่ม และพื้นที่เปิดโล่งด้านนอกริมชายหาด ให้บริการอาหารนานาชาติแบบ all day dining ทั้งมื้อเช้า กลางวัน และเย็น โดยได้แรงบันดาลใจมาจากสตรีทฟู๊ดของเอเชีย ที่นำเสนอเมนูอาหารท่องถิ่นหลากหลายเมนู ทั้งไทย อินโดฯ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฯ ซึ่งบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าให้บริการตั้งแต่เวลา 06:30 - 10:30 น. มีทั้งอาหารฝรั่ง ไทย เอเชีย และอาหารมังสวิรัติ รวมทั้งยังมีมุมอาหารเด็กให้คุณหนูๆ มาเลือกตักกันเองได้อีกด้วย

ไลน์อาหารถือว่ามีความหลากหลายดี รสชาติอร่อย ส่วนที่ชอบที่สุดคือมุมคั้นน้ำผลไม้สด ที่ให้เราสามารถเลือกหยิบผักและผลไม้ใส่เครื่องคั้นได้เองตามใจชอบ อยากกินรสชาติแบบไหนก็เลือกหยิบกันได้เลย

มุมอาหารเด็ก ที่มีจานแบบพลาสติกให้บริการ ไม่ต้องกลัวตกแตก

มุมอาหารไทย อาหารสไตล์เอเชีย และอาหารมังสวิรัติ

แซลมอนรมควันก็มี แต่ที่ชอบที่สุดคือมุมคั้นน้ำผลไม้สด

Amaya Café

คาเฟ่ที่ตั้งอยู่ริมถนนทางฝั่งบีชวิงติดกับล็อบบี้โรงแรม ด้วยบรรยากาศสบายๆ ตกแต่งร่วมสมัยด้วยโทนสีสว่าง เปิดรับทั้งลูกค้าของทางโรงแรม และลูกค้าข้างนอก ให้บริการทั้งอาหารว่าง เครื่องดื่ม และเบเกอร์รี่ แต่ถ้าหิวมากอยากจะสั่งอาหารจานเดี่ยวก็มีให้บริการเช่นเดียวกัน ที่ต้องลองเลยคือพวกเมนูอาหารอาเซียนอย่างนาซีโกเร็ง ที่รสชาติอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว

ให้บริการตั้งแต่ 11:00 - 22:00 น.

เมนูนาซีโกเร็ง และขนมเค้ก

Amaya Bar

บาร์ริมชายหาดของทางโรงแรม ที่ตั้งอยู่ฝั่งบีชวิงติดกับสระว่ายน้ำและชายหาดเฉวง เหมาะมากสำหรับไว้หาเครื่องดื่มแก้กระหายหลังจากเล่นน้ำเสร็จ หรือจะมานั่งดื่มรับลมยามเย็นก็ได้เช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ชายหาดของโรงแรมหันไปทางทิศตะวันออก ตอนเย็นจึงไม่สามารถเห็นพระอาทิตย์ตกริมหาดนี้ได้ โดยที่บาร์มีให้บริการทั้งเครื่องดื่มซอร์ฟดริ้งค์และแอลกอฮอลล์ แต่ถ้าอยากลองเมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่ ต้องอย่าลืมสั่ง Jusmine, My Darling ที่ทำจากชาดาร์จีลิงผสมกับเหล้ายิน น้ำมะนาว น้ำเชื่อมกลิ่นดอกมะลิ พร้อมตกแต่งด้วยฟองนมจากไข่ขาว

ให้บริการตั้งแต่ 10:00 - 23:00 น. แต่ถ้ามาช่วง Happy Hour ระหว่าง 17:00 - 19:00 น. ราคาพิเศษลด 50% ถูกมาก เบียร์ลดแล้วเริ่มต้นที่ 60 บาท/แก้ว ไวน์และค๊อกเทลเหลือเพียงแค่แก้วละประมาณ 100+ เท่านั้น คุ้มมาก

Jusmine, My Darling (ขวา)

บรรยากาศเงียบสงบริมชายหาด

อาทิตย์ขึ้นริมหาดยามเช้า

Romantic Dinner on the Beach

มาสมุยทั้งทีจะมีอะไรดีไปกว่าได้มาดินเนอร์มื้อค่ำริมทะเลกับคนรู้ใจ ที่บอกเลยว่าใครเห็นก็ต้องอิจฉา เพราะทางโรงแรมเค้าเนรมิตรพื้นที่หน้าหาดให้เป็นโต๊ะอาหารมื้อค่ำแบบส่วนตัว พร้อมประดับตกแต่งด้วยซุ้มอย่างสวยงาม นั่งทานข้าวใต้แสงเทียนไปดูพระจันทร์ไปจะมีอะไรโรแมนติกกว่านี้ได้อีก

แต่ถ้าใครอยากดินเนอร์ริมหาดแบบนี้ บอกเลยว่าต้องทำการสำรองที่นั่งล่วงหน้าเท่านั้นนะ เพราะทางโรงแรมจะต้องทำการเตรียมจัดโต๊ะและอาหารเอาไว้ก่อน โดยมีราคาอยู่ที่ 5,000 บาทต่อ 2 ท่าน เสิร์ฟ 4 คอร์ส พร้อมได้รับไวน์ 1 ขวด

Prego Italian Restaurant

ตั้งอยู่บริเวณริมถนนทางฝั่งไทยวิลเลจวิง เปิดให้บริการทั้งแขกของทางโรงแรมและแขกทั่วไป ด้วยความโดดเด่นในเรื่องของรสชาติอาหารแบบต้นตำหรับฉบับอิตาเลี่ยนแท้ๆ เพราะนำเข้าวัตถุดิบทั้งหมดมาจากอิตาลีเกือบทั้งหมด จึงได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในห้องอาหารอิตาเลี่ยนที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะสมุย เปิดให้บริการมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2003 ส่วนการตกแต่งของทางร้านก็เข้ากับบรรยากาศดีมาก ด้วยอิฐเปลือย เน้นโทนสีเข้มและโครงไม้เก่า ที่ได้บรรยากาศของโรงเก็บไวน์มากๆ

ส่วนรสชาติอาหารนั้นไม่ต้องพูดถึง "อร่อยมาก" สมคำร่ำรือทุกเมนูจริงๆ โดยเฉพาะเมนูพาสต้าที่ทางโรงแรมทำเองสดใหม่ทุกวัน ด้วยการรังสรรค์ของเชฟชาวอิตาเลียน Marco Boscaini ที่ดูแลร้านมาตั้งแต่เริ่มต้น และใส่ใจในทุกขั้นตอนตั้งแต่การนวดแป้งแบบโบราณเพื่อเพิ่มรสชาติความอร่อยของอาหาร ส่วนเมนูที่อยากแนะนำเพิ่มเติมเลยคือพิซซ่าโฮมเมด รีซอตโต้ และลาซานญ่าเนื้อ ที่รสชาติดีมาก ทานคู่กับไวน์แล้วอร่อยสุดๆ

ให้บริการตั้งแต่เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน

พิซซ่าโฮมเมด ทำสดใหม่ทุกถาดด้วยเตาอบถ่านแบบดั้งเดิม

ถ้าใครมาใช้บริการคืนวันเสาร์ แนะนำเลยห้ามพลาดกับโปรนี้ Free Flow เบียร์สด Peroni Nastro Azzurro จากอิตาลี ที่เสิร์ฟแบบไม่อั้นพร้อม Italian Tapas และการแสดงดนตรีสด ที่จัดมาให้แล้วในราคาหัวละ 990 บาท net นั่งได้ตั้งแต่ 19:00 - 22:00 น.

และพิเศษยิ่งขึ้นกับกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกเดือนกับงาน Wine Tasting ที่สามารถชิมไวน์กันได้แบบเต็มที่พร้อม Italian Tapas แสนอร่อย ในราคาโปรโมชั่นสุดคุ้ม เพียง 499 บาท net เท่านั้น ก่อนมาลองเช็คตารางกันดีๆ เพราะถ้าพลาดแล้วจะเสียใจ

Stacked Burgers

ขอพาออกมาแนะนำหนึ่งร้านอาหารที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในโรงแรมกันบ้าง กับร้าน Stacked Burgers สไตล์อเมริกันที่ตั้งอยู่บริเวณหาดเฉวง นั่งรถเพียงแค่ 5-10 นาทีจากโรงแรมอมารี สมุย เท่านั้น มาทานได้ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะในช่วงค่ำที่มีทั้งดนตรีสดและถ่ายทอดสดกีฬา

ส่วนเมนูอาหารก็มีเมนูเด่นตามชื่อร้านเลย คือเบอร์เกอร์หลากหลายชนิด ที่เสิรฟ์มาแบบจานใหญ่มากอิ่มยาวไปจนถึงอีกมื้อเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีอาหารฝรั่งต่างๆ อย่างพวกสเต็กให้บริการด้วยเช่นกัน

ส่วนราคานั้นอาจจะแรงไปสักหน่อย เบอร์เกอร์เริ่มต้นที่ราว 3xx - 4xx แต่ก็ถือว่ารับได้เพราะจานใหญ่ และสถานที่ตั้งก็อยู่กลางย่านท่องเที่ยวชื่อดังของเกาะสมุยแบบนี้

แซลม่อนอลาสก้าย่างบนกระทะ

จบทริป 3 วัน 2 คืน กับโรงแรมอมารี สมุย ที่เราได้ใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคากับเงินที่จ่ายไป เนื่องจากที่ตั้งอยู่ใกล้กับสนามบิน เดินทางมาได้ง่ายใช้เวลาไม่นาน ยิ่งถ้าดูโปรดีๆ อาจมีบริการรถรับ/ส่งของทางโรงแรมให้ฟรีอีกด้วย แถมโรงแรมยังตั้งอยู่ติดหาดซึ่งเป็นจุดที่คนไม่พลุกพล่านมากนัก พร้อมมีสิ่งอำนวนความสะดวกต่างๆครบครันจนแทบไม่ต้องออกไปไหนเลย

เอาเป็นว่าลองมาเที่ยวเถอะ...แล้วจะรู้ว่า "เกาะสมุย" นั้นมันดีจริงๆ

#BangkokAirways #BoutiqueJourney #เทยวสมยแบบบทค #AmariKohSamui #amarihotels #PregoKohSamui #PregoSamui #StackedSamui #StackedBurgerSamui #KohSamui #สมย #อมาร #เกาะสมย #บางกอกแอรเวยส #แอรเอเชย #นกแอร #ไทยสไมล #การบนไทย #รวว #review

ดู 587 ครั้ง

Page View

  • Grey Facebook Icon
  • Grey Twitter Icon
  • Grey Instagram Icon
  • Grey Pinterest Icon

Social Media

Copyright © 2016, On The Jet Plane, All Rights Reserved.